ผบ.ตร.สั่งทำคดีเร็วตอบสังคมได้ หลังแม่บุกร้องกองปราบ ลูกสาวถูกโทรมที่ปากน้ำปราณ ตั้งแต่ 1ธ.ค.คดีไม่คืบ!!
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณี มารดาเด็กหญิงที่ถูกเพื่อนชาย 3 คนรุมข่มขืนในห้องน้ำสาธารณะ ในพื้นที่ อ.ปราณบุรี จว.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วเข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า จากประเด็นที่ผู้เสียหายมาร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีบุตรสาวถูกเพื่อนชายซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกัน 3 รายรุมข่มขืนในพื้นที่เกิดเหตุ ขอชี้แจงว่าได้รับรายงานจาก สภ.ปากน้ำปราณ ว่าคดีนี้เกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.61 เวลาประมาณ 04.30 น. หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายและกลุ่มผู้ต้องหาได้แยกย้ายกันไป โดยไม่ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2561 พนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ได้รับคำร้องทุกข์จากฝ่ายผู้เสียหายโดยได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนของกฎหมายมาโดยตลอด พร้อมส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายกับแพทย์เพื่อนำผลการตรวจมาประกอบคดี
“พนักงานสอบสวนได้แจ้งขั้นตอนการดำเนินคดีให้กับผู้ปกครองของผู้เสียหายทราบว่าเนื่องจากผู้เสียหายและกลุ่มผู้ต้องหาเป็นเยาวชน จะต้องสอบสวนปากคำต่อหน้าพนักงานอัยการ นักจิตวิทยา ทนายความ สหวิชาชีพตามกฎหมาย โดยได้นัดหมายสหวิชาชีพ ร่วมทำการสอบปากคำเด็กหญิงผู้เสียหาย ในวันที่ 9 ม.ค.62 ที่ สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน เมื่อเสร็จแล้วจะทำการรวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ร่วมกันก่อเหตุมาพบหนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้ง พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยให้ดำเนินการสอบสวนสำนวนคดีให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากพบว่ามีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด”รองโฆษกตร.กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน จึงต้องสอบสวนปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ และรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์เพื่อมาประกอบคดี สำหรับผู้ก่อเหตุทั้ง 3 รายนั้น เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว พนักงานสอบสวนจะเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของกรณีที่ฝ่ายผู้เสียหายมาร้องต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรมในการดำเนินคดีนั้น ย่อมสามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะเป็นการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างคู่ขนาน ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้การดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ให้ดำเนินการตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ โดยต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและตอบคำถามสังคมได้