โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เศรษฐกิจหมุนเวียน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ต.ค. 2562 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 11.30 น.

คอลัมน์ Smart SMEs

โดย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ธนาคารกรุงเทพ

ปัจจัยจากแนวโน้มของประชากรทั่วโลกที่มีจำนวนมากขึ้น การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจก่อให้เกิดความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และสร้างปัญหาภาวะขยะล้นโลก ซึ่งปัญหานี้กำลังกลายเป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลก โดยทุกฝ่ายมีความกังวลว่าจะสามารถรับมือและบริหารจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร โดยไม่กระทบต่อทรัพยากรที่เหลืออยู่ และนำไปสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ circular economy เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิและธุรกิจสู่ความยั่งยืน

เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ circular economy คือการนำทรัพยากรที่ไปใช้แล้วกลับมาแปรรูปและนำกลับไปใช้อีกในอนาคต โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตใหม่ เพื่อการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวความคิดที่ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคมเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้ “2018 Circular Economy Action Package” ซึ่งครอบคลุมเป้าหมายและนโยบายในการลดขยะพลาสติก การลดการฝังกลบขยะ และเพิ่มปริมาณการรีไซเคิล โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มผลผลิตจากการรีไซเคิลได้ราวร้อยละ 30 ของปริมาณขยะโดยรวมภายในปี พ.ศ. 2573 ประเทศที่มีการผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ชัดเจน คือ เดนมาร์ก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจะสามารถสร้างอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP ให้สูงขึ้นถึง 0.8-1.4% ในปี พ.ศ. 2578

เศรษฐกิจหมุนเวียนยังสร้างโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ ธุรกิจการให้บริการด้านการขนส่งและกระจายสินค้า ธุรกิจรีไซเคิลขยะคุณภาพสูงธุรกิจ remanufacturing ธุรกิจ biofuel ธุรกิจแบบ sharing platform และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ประชาชนผู้บริโภคเองก็จะได้รับผลเชิงบวกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนตัวเลือกในการบริโภคที่เพิ่มขึ้นพร้อม ๆ กับการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริโภคจะมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจากการที่ต้นทุนในการบริโภคสินค้าและบริการลดลง

ปัจจุบันมีการพัฒนาต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่คาดว่านำร่องก่อนใน 5 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้

1.circular design มุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

2.circular supplies เป็นการนำวัสดุจากการรีไซเคิล วัสดุชีวภาพ (biobased materials) และวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เพื่อลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตและลดการเกิดของเสีย ตลอดจนการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต

3.product as a service รูปแบบธุรกิจให้บริการเช่าหรือชำระเงินเมื่อมีการใช้งาน (pay for use) แทนการซื้อขาด

4.sharing platform รูปแบบการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน เพื่อการใช้ผลิตภัณฑ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

5.resource recovery การออกแบบให้มีการนำกลับมาใช้ใหม่ นำวัตถุดิบเหลือใช้หรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกกำจัด แต่ยังสามารถใช้งานได้กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ เพื่อลดการเหลือทิ้งให้มากที่สุด ขณะที่เทคโนโลยีที่มาสนับสนุนการพัฒนารูปแบบธุรกิจข้างต้น ได้แก่ เทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสาร (digital technologies) เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของวัสดุและพลังงาน (physical technologies) และเทคโนโลยีด้านโครงสร้างทางชีวภาพ (biological technologies) จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น

สำหรับประเทศไทยมีหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ หรือแพ็กเกจจิ้ง แฟชั่นเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้กับองค์กรเพื่อพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน นอกจากนี้ การที่ผู้นำธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ ๆ ของไทยหันมารณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกก็ถือเป็นแรงกระตุ้นอีกทางหนึ่งให้คนไทยตระหนักรู้ถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจหมุนเวียน และยังเป็นแนวทางให้ธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงขนาดย่อมสามารถนำแนวคิดนี้มาใช้ปฏิบัติได้ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...