กทม.เปิดล่องเรือ "กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร-ทะเลบางขุนเทียน" หลังโควิด
กทม. พัฒนาเส้นทาง “ท่องเที่ยวทางเรือ”จาก “กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร “สู่สุด” ทะเลบางขุนเทียน” เตรียมรับนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ดีเดย์ มิ.ย.นี้ เปิดวิ่งเรือไฟฟ้าคลองแสนแสบ
วันที่ 27 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดกิจกรรมล่องเรือจากกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร สู่สุดทะเลบางขุนเทียน ชมบรรยากาศสองฝั่งคลองตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวทางเรือ ซึ่งกทม.ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองไปก่อนหน้านี้
และได้ร่วมกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อคิด ข้อเสนอแนะการพัฒนาพื้นที่ฝั่งธนบุรี ซึ่งได้มีการเสนอให้มีการเชื่อมต่อการเดินทางให้มีความสะดวกในการท่องเที่ยวทางเรือมากยิ่งขึ้น รักษาวิถีชุมชนของแต่ละชุมชนริมคลองให้มีความเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากเป็นเสน่ห์ในการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ชุมชนสามารถนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน ตลอดจนเสนอให้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือและริมคลองอย่างต่อเนื่อง
โดยใช้จุดเด่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนในการดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยกันรักษาความสะอาดทิ้งขยะให้ถูกที่ ไม่ทิ้งขยะของเสียลงคลอง ช่วยกันดูแลรักษาแม่น้ำ คู คลองต่าง ๆ ให้มีความสะอาด สวยงาม
ซึ่งกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือที่มีความเหมาะสมกับแต่ละเส้นทางและแต่ละชุมชนต่อไป
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า กมม. ร่วมกับ ตัวแทนชมรมรักษ์คลองฝั่งธน โดยเชิญตัวแทนชมรมประมาณ 80-100 คน จากสมาชิก 2-3 หมื่นคน เยี่ยมชมการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำและการสัญจรทางน้ำ ซึ่งประชาชนในอดีตเดินทางสัญจรกันอย่างไร
รวมทั้งร่วมกันพิจารณาและเสนอความคิดว่าจะฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ฝั่งธนบุรี เพื่อสร้างเศรษฐกิจและรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนสองฝั่งคลองได้อย่างไร
ทั้งนี้กทม.เตรียมการพัฒนาและปรับปรุงคูคลองให้สมบูรณ์ขึ้น และคาดว่าเมื่อสถานการณ์โควิดเข้าสู่ภาวะปกติใน อีก 1-2 เดือนข้างหน้า จะมีนักเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย
เนื่องจากในอดีตยังมีถนนไม่มาก ประชาชนต้องใช้เรือและการเดินทางทางน้ำเพื่อการค้าขาย ท่องเที่ยวจนกรุงเทพฯ ได้รับฉายาว่า “เวนิสตะวันออก “
ปัจจุบันวิถีชีวิตแบบนี้เลือนหายไป กทม.จึงฟื้นฟูการเดินทางทางเรือขึ้นมาอีกครั้ง และเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ ราง เรือ อำนวยความสะดวดให้แก่ประชาชน เชื่อมการเดินทาง วงเวียนใหญ่-มหาชัย
รวมทั้งได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนริมฝั่งคลองพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวทางน้ำ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชมประเพณีโบราณเก่าๆ ศาสนาสถานต่างๆ ทั้ง พุธ คริสต์ อิสลาม เช่น วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งกทม.ได้มีการเข้ามาปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดสร้างทางต่างๆ ทั้งหมดแล้ว โดยเขตพื้นที่ได้ร่วมกันกันดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 2 เดือน
ขณะนี้กทม.กำลังซ่อมแซมท่าเรือตลาดพลูคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. นี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวทางน้ำกันให้มากขึ้น ทั้งนี้ในอนาคตจะส่งเสริมให้มีการใช้เรือไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถลดมลภาวะทางเสียงและอากาศด้วย
โดยขณะนี้กทม.ได้นำเรือไฟฟ้ามาให้บริการที่คลองผดุงกรุงเกษม และจะนำไปใช้ที่คลองแสบแสบช่วงต่อขยายวัดศรีบุญเรือง – มีนบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างซ่อมแซมท่าเรือในคลองดังกล่าวคาดว่าจะเปิดใช้ประมาณเดือน มิ.ย. นี้
สำหรับคลองฝั่งธนบุรี หากจะนำเรือไฟฟ้ามาให้บริการจะต้องพิจารณาดูความเหมาะสมว่าจะใช้เรือขนาดใด อย่างไรก็ตามในการนำเรือมาให้บริการประชาชนนั้นกทม.ไม่ได้หวังผลกำไร แต่อยากจะอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาท่องเที่ยวทางน้ำมากขึ้น เพราะมีวิถีชาวบ้านริมคลองที่ความสวยงามและมีสถานที่ต่างๆ ให้เยี่ยมชมมากมาย