โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตามหัศจรรย์พลังงานทดแทนฟืนผลงานจาก ม.แม่โจ้

รักบ้านเกิด

อัพเดต 21 ก.ค. 2563 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 07.30 น. • รักบ้านเกิด.คอม

เป็นที่ทราบกันว่า บ้านบ่อหลวง ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ได้มีการทำเกลือสินเธาว์ภูเขา ในเชิงอนุรักษ์ มีวิธีการต้มแบบโบราณ แต่ขณะนี้เกิดปัญหาทางด้านเชื้อเพลิงฟืน มีไม่เพียงพอจึงมีการตัดไม้บุกรุกพื้นที่ป่า เพราะไม้เชื้อเพลิงต้องมีถึง 100 ไร่/ปี ถึงจะเพียงพอต่อการใช้งาน เตามหัศจรรย์ พลังงานทดแทนฟืน จึงเกิดขึ้น เพื่อช่วยชาวบ้านชุมชนคนต้มเกลือ แก้ปัญหาที่สาเหตุ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยไม่กระทบวิถีชีวิตคนบ่อเกลือ

Plant/8803_1.jpg

ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า "เราได้รับการประสานงานจาก โครงการ "โตโยต้า คนจริงสร้างสุข ปี 2" ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งในรายการ "เรื่องจริงผ่านจอ" ที่โตโยต้าขออาสาเข้าไปช่วยเหลือสังคมในชุมชนต่างๆ ที่มีปัญหาหรือความเดือดร้อน โดยจะนำนวัตกรรมหรือองค์ความรู้ต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือ ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาจากสถานที่จริง การให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา การถ่ายทอดความรู้สู่คนในชุมชน และการติดตามผลเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยได้รับโจทย์ให้ช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องการต้มเกลือของชาวบ้านบ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งต้องใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงในการต้มเกลือปีละประมาณ 100 ไร่ ผม พร้อมด้วย ดร.นิกราน หอมดวง และ ดร.จุฑาภรณ์ ได้นำทีมนักวิจัยและทีมช่างของศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลงพื้นที่ เพื่อพัฒนาเตาต้มเกลือแบบพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงฟืน โดยได้รับความร่วมมือจาก ดร.กันยาพร ไชยวงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.น่าน นำทีมนักศึกษาเข้าร่วมดำเนินการ, พลังงานจังหวัดน่าน และกรมป่าไม้ในพื้นที่เขตรับผิดชอบเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาตรงจุดนี้ เตามหัศจรรย์ จึงได้เกิดขึ้น"

 

เตามหัศจรรย์ ทดแทนเชื้อเพลิงฟืน สามารถนำชีวมวลเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด แกลบ เป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ ลดปริมาณควันที่ก่อให้เกิดมลพิษ ควบคุมอากาศเข้าเตา เพื่อให้ได้ก๊าซติดไฟ ซึ่งเป็นระบบการเผาไหม้ 2 ครั้ง เปลี่ยนเชื้อเพลิงแข็งให้เป็นเชื้อเพลิงแก๊ส ช่วยลดระยะเวลาในการต้ม ซึ่งเตาแบบเดิม ต้องใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงต่อหม้อ แต่เตาชีวมวลใช้เวลาต้มเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุน โดยออกแบบให้คงรูปร่างตามลักษณะเตาโบราณแบบเดิมโดยใช้ดินเหนียวก่อเป็นรูปเตาด้านนอก และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับชาวบ้าน ให้สามารถทำเตาขึ้นมาใช้ได้ด้วยตัวเอง

 

Plant/8803_2.jpg

คุณณัฐกัณต์ เขื่อนเมือง อายุ 33 ปี ผู้ประกอบการต้มเกลือ เล่าว่า ผู้ประกอบการต้มเกลือโบราณ ประสบปัญหาเรื่องฟืนไม้ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการต้มเกลือ โดยเมื่อวันที่ 23-25 เม.ย. ที่ผ่านมา มีโครงการพลังงานทดแทนเพื่อชุมชน ในการสร้างและถ่ายทอดเทคโนโลยีเตาต้มเกลือชีวมวลสำหรับชุมชน โดยวิทยาลัยพลังงานทดแทน ศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และบริษัทสาระดี จำกัด ได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาร่วมกับผู้ผลิตเกลือสินเธาว์ภูเขาชุมชนบ้านบ่อเกลือใต้ โดยใช้เตาชีวมวลประหยัดพลังงาน ซึ่งจะทำเป็นเตาโครงสร้างด้วยเหล็ก ขุดหลุมไว้ด้านล่าง และใช้เตาดินเหนียวแบบดั้งเดิมคลุมปิดทับด้านบนซึ่งตามปกติแล้ว เตาดินต้มเกลือแบบดั้งเดิมก็จะต้องมีการทุบเพื่อทำใหม่ ประมาณทุกๆ 2 ปีอยู่แล้ว โดยเตาแบบใหม่ จะใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งเศษไม้ ซังข้าวโพด หรือ แกลบ แล้วแต่จะหาได้ในท้องที่มาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนฟืนไม้ และช่วยประหยัดเวลาในการต้มเกลือได้ จากเดิม 4-5 ชั่วโมง จะใช้เวลาต้มเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าหากเป็นไปตามที่วางเป้าหมายไว้ ก็จะทำให้ผู้ประกอบการต้มเกลือ สามารถลดต้นทุนเรื่องฟืนไม้ ลดควันไฟขณะต้มเกลือ ชาวบ้านไม่ต้องไปแอบบุกรุกป่า เพื่อหาฟืนไม้และเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายป่าไม้

 

คุณอนงค์ เขื่อนเมือง อายุ 54 ปี ผู้ประกอบการต้มเกลือ เปิดเผยว่า "ทำอาชีพต้มเกลือโบราณมากว่า 40 ปี โดยวิธีการแบบดั้งเดิม จะต้องใช้ฟืนไม้ ซึ่งปัจจุบันหายาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้มีความเข้มงวดในการเข้าหาไม้ฟืนในป่าภูเขา โดยต้องซื้อฟืนที่มีราคาสูงขึ้น ราคาตารางเมตรละ 400 บาท นอกจากนี้ยังต้องสูดดมควันไฟมีผลต่อสุขภาพ ขณะที่ต้นทุนการต้มเกลือสูงขึ้น ทำให้มีรายได้จากการขายเกลือแค่พออยู่ได้ และบางครั้งถึงกับขาดทุน จึงได้ปรับโรงต้มเกลือของตนเองเพื่อทดลองทำเตาแบบใหม่ จำนวน 1 เตา ซึ่งจะต้องทำการลงบันทึกเป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าหรือไม่"

 

ด้าน คุณฑัชชมนันทร์ เขื่อนเมือง อายุ 44 ปี คนต้มเกลืออีกท่านได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "หากพูดถึงเรื่องเสน่ห์ของการทำเกลือ หรือผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ก็ไม่น่าจะหายไปไหน เพราะเตาต้มเกลือ ก็ยังเป็นเตาต้มเกลือแบบเดิมอยู่ เราไม่ได้ผลิตเกลือเพื่อขายอย่างเดียว เราก็คำนึงถึงการท่องเที่ยวด้วย เพราะเรารู้ว่า คนก็อยากมาดูวิถีชีวิต มาดูการทำเกลือแบบโบราณทุกวันนี้ก็ผลิตเกลือเพื่อการท่องเที่ยว ขายนักท่องเที่ยว การทำเตาแบบใหม่นี้กำลังอยู่ในขั้นทดลอง เพราะเตาต้มเกลือที่เราเห็นนี้ทุกๆ 2 ปี ก็จะต้องทำใหม่ เพราะแค่ 2 ปี ดินที่โดนความร้อน โดนเกลือ ก็จะผุพัง ก็ต้องเอาดินเหนียวมาก่อเป็นเตาใหม่ ในช่วงที่ไม่ได้ต้มเกลือ คือช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน เราจะหยุดต้มเกลือซึ่งเป็นฤดูฝน ก็เกิดความชื้น เตาก็จะทรุดตัวอยู่ไม่ได้ เราก็ต้องทำใหม่แต่กรรมวิธีเหล่านี้ เราสืบทอดการต้มมาตั้งแต่ครั้งโบราณ"

 

Plant/8803_3.jpg

"เตามหัศจรรย์" พลังงานชีวมวล จึงเป็นเพียงพลังงานทางเลือก" ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านในเรื่องของเชื้อเพลิง ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้คนต้มเกลือ ซึ่งยังคงมีการติดตาม บันทึกข้อมูล ติดตามผลหลังการใช้งาน เพื่อพัฒนาปรับปรุงไปเรื่อยๆ โดยเตาโบราณแบบเดิมก็ยังคงมีอยู่ ที่รักษาไว้ซึ่งวิถีชีวิตคนพื้นถิ่น ที่ยังคงส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์เตาโบราณแบบเดิมควบคู่กันไป…ใครยังไม่เคยไปเที่ยว แนะนำเลยค่ะ ได้เห็นบรรยากาศวิธีชีวิตแบบดั้งเดิม และบรรยากาศที่ไปแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน

 

ชุมชนใดมีโจทย์หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางพลังงานทางเลือกใหม่ๆ ที่อยากขอคำแนะนำติดต่อ ศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทรศัพท์ 0-5387-5140

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...