โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ต้องมี ‘เภสัชกร’!! ‘พีระพันธุ์’ เร่งช่วย ‘ร้านขายยา’หลังสธ.ใช้กม.บังคับทุกร้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ต.ค. 2565 เวลา 01.45 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2565 เวลา 01.26 น. • The Bangkok Insight

"พีระพันธุ์" เร่งหาทางช่วยร้านขายยา หลังกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้กฎหมาย ทุกร้านต้องมีเภสัชกรประจำร้านยา ขณะที่บุคลากรผลิตไม่ทัน กระทบร้านขายยาขนาดเล็ก ปิดกิจการ นัดหารือรอบใหม่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ประธานในการประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาเภสัชกรประจำร้านขายยาว่า มีเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากร้านขายยาว่า ยกเลิกการผ่อนผัน ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบัน ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2557 ที่กำหนดว่าร้านขายยาจะ ต้องมีเภสัชกรอยู่ประจำร้านยา

ทั้งๆ ที่มีจำนวนเภสัชกรไม่เพียงพอ โดยเริ่มบังคับใช้อย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทย ยังขาดแคลนเภสัชกรจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการร้านขายยา ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบดังกล่าว จนต้องปิดกิจการไปจำนวนมาก จึงต้องการให้รัฐบาลหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เภสัชกรประจำร้านยา

เภสัชกรประจำร้านยา ต้องมีทุกร้าน

ทั้งนี้คณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมฯ ได้ทำหนังสือเชิญปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือตัวแทนที่เกี่ยวข้องต่อประเด็นปัญหานี้มาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาแนวทางแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้เนื่องจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้นิติกรกรมธุรกิจบริการ ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ร้องเรียน และไม่มีอำนาจในการดำเนินการด้านนโยบายเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยจะทำหนังสือเชิญปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหารือรอบใหม่เร็วๆ นี้ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวอย่างจริงจัง

นายพีระพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านขายยาที่มีกว่า 20,000 ร้านว่า จากกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องมีเภสัชกรประจำร้าน เพื่อดูแลเรื่องการจำหน่ายยาให้แก่ประชาชนนั้น ซึ่งถือว่าเป็นหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้ความปลอดภัยและมั่นใจต่อประชาชน แต่เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตเภสัชกรให้ได้มากเพียงพอต่อการปฏิบัติงานจริงในร้านขายยาได้ตามกฎหมาย จนทำให้ผู้ประกอบการร้านขายยาที่เคยประกอบอาชีพถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน กลายเป็นผู้กระทำผิดอาญาไปทันที ทั้งๆ ที่ทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพตามปกติแบบสุจริต แต่กลับต้อง ถูกฟ้อง ถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นต้นทางควรลงมาศึกษาหาวิธีแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง

เภสัชกรประจำร้านยา

แนวทางแก้ปัญหาคือ ต้องกำหนดหน้าที่เป้าหมายให้ชัดเจนว่า เภสัชกรในร้านขายยา มีหน้าที่อะไร หากเพียงแค่เพื่อจัดหมวดหมู่ยา ให้คำแนะนำการใช้ยา ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องผลิตยา หรือใช้ทักษะชั้นสูง เห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องจบเภสัชกรระดับปริญญา อาจจะใช้วิธีการอบรมภาคปฏิบัติ หรือให้เจ้าของร้านขายยามารับการอบรม และรับประกาศนียบัตรจากกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจก็เชื่อว่าน่าจะทำได้ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเภสัชกร เพื่อได้บรรลุจุดประสงค์ของทั้งสองฝ่าย เช่น เดียวกับร้านทอง มีตำรวจเฝ้าร้านจำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องให้ตำรวจระดับนายพลมานั่งเฝ้าร้าน

เภสัชกรประจำร้านยา เร่งแก้ไขปัญหาจริงจัง

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ผู้ประกอบการร้านขายยาร้องเรียนมานานแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ตนคิดว่าเป็นเรื่องแปลก ที่ผ่านมา 7-8 ปี มีแต่การผ่อนผันที่กระทรวงสาธารณสุขอ้างว่าได้ช่วยเหลือแล้ว แต่เป็นเพียงการผ่อนผันไม่ใช่การแก้ไขปัญหาจริงจัง ดังนั้นถึงเวลาที่ควรจะมีการแก้ไขเรื่องนี้ให้ยั่งยืน

เภสัชกรประจำร้านยา

"ผมคิดว่าเรื่องนี้ทำให้ผู้ประกอบการเป็นผู้กระทำผิดที่ไม่เป็นเรื่อง อยู่ดีๆ ทำมาหากินก็กลายเป็นผู้กระทำผิด ทำไมไม่หาทางแก้เพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง ไม่ใช่มาบอกว่าก็กฎหมายเป็นแบบนี้ แล้วทำไมไม่แก้กฎหมาย ปรับปรุงแนววิธีการปฏิบัติ ไม่ใช่ทำให้ผู้ประกอบการหรือประชาชน เป็นผู้ต้องหาตลอดเวลา ผมคิดว่าการดูแลบ้านเมืองตอนนี้ ต้องใช้หลักรัฐศาสตร์เข้ามาผสม ไม่ใช่เอะอะก็ใช้กฎหมาย ผมว่าทำงานแบบนี้ใช้ไม่ได้ ซึ่งก็ต้องเชิญกระทรวงสาธารณสุขมาร่วมพูดคุยหาแนวทาง วันนี้เชิญมาก็ไม่มา ผมเชิญท่านปลัดฯมา เพื่อหารือเรื่องนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่ได้มอบหมายให้นิติกรมา เป็นนิติกรคนละหน่วยงานที่ดูแล" นายพีระพันธุ์ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...