โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วาระเอเปค2022 ทำไมต้องถก BCG เป็นวาระหลักที่ประเทศไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ย. 2565 เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2565 เวลา 13.07 น.
ภาพจาก ศูนย์ภาพเครือบริษัทมติชน

รู้จักโมเดลเศรษฐกิจ “BCG” ที่รัฐบาลไทยใช้เป็นวาระหลักในการประชุม APEC2022 ขณะที่หลายฝ่ายต่อต้าน ยกเป็นเหตุเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 สำหรับการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) หรือ APEC 2022 Thailand ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 รัฐบาลไทยเตรียมนำโมเดลเศรษฐกิจ “BCG” เป็นวาระหลักในการประชุมครั้งนี้

เนื่องจากเป็นโมเดลที่ไม่ได้มองแค่เรื่องการสร้างผลกำไรเท่านั้น แต่เป็นการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นในระยะยาว ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม

BCG คืออะไร?

“BCG” หรือ Bio-Circular-Green Economy เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว เป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่พัฒนาต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศไทยคือ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เป็นการเชื่อมโยงหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และเป็นการสานพลังของจตุภาคีทั้งภาคประชาชน เอกชน หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายต่างประเทศ

โดยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) จากฐานความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม

แผนยุทธศาสตร์โมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2569

คณะกรรมการบริหารโมเดลเศรษฐกิจ BCG ได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2569 ซึ่งประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1: สร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตที่ใช้แล้วหมดไป แต่ธรรมชาติจะเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตและทุกสรรพสิ่งบนโลก เป็นพื้นฐานของความอยู่ดีกินดีของมนุษย์รวมถึงการนำกลับมาใช้ซ้ำตามหลักการหมุนเวียน

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้ศักยภาพของพื้นที่โดยการระเบิดจากภายใน เน้นการตอบสนองความต้องการในแต่ละพื้นที่เป็นอันดับแรก ใช้ประโยชน์จากความเข้มแข็งของ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” และ “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” มาต่อยอดและยกระดับมูลค่าในห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการให้มีมูลค่าสูงขึ้น

ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจ BCG ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
นำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมายกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตให้เป็นศูนย์ การหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ หรือการนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ยกระดับมาตรฐานและให้ความสำคัญกับระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นลักษณะเศรษฐกิจแบบ “ทำน้อยได้มาก” แทน

ยุทธศาสตร์ที่ 4: เสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
เน้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเท่าทันเพื่อบรรเทาผลกระทบ ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปเพิ่มศักยภาพของชุมชน ผู้ประกอบการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต/บริการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ทำไมคนถึงต่อต้าน BCG

ขณะเดียวกันมี มีฝ่ายที่คัดค้านต่อต้านโมเดลเศรษฐกิจ BCG เนื่องจากมองว่าโมเดลดังกล่าวมีช่องโหว่เรื่องการเพิกเฉยต่ออุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล และการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใหญ่

แม้ว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ประเทศที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจาก BCG คือประเทศที่สามารถสร้างนวัตกรรมทางด้านการเกษตรระดับกลางถึงสูง มีเทคโนโลยีชั้นสูงในการใช้ประโยชน์ต่อยอดจากฐานด้านการเกษตร ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีความสามารถด้านนี้ จึงมีความกังวลว่าจะทำให้ไทยไม่ได้เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด

นางกรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ได้กล่าวถึงกรณีในงานเสวนา วิพากษ์แผนปฏิบัติการ BCG บนเวที APEC 2022 เพื่อผลประโยชน์ใคร? ว่า แท้จริงแล้วยุทธศาสตร์ของโมเดล BCG มีเพื่อปลดล็อกกฎหมายหลาย ๆ ฉบับ ให้สะดวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเอกชนรายใหญ่ โดยเฉพาะทุนผูกขาด หรือทุนใหญ่ที่ร่วมมือกับรัฐบาลที่ไม่มีประชาชนร่วมเลย

ด้านนางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) กล่าวว่า BCG ถูกผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งในประเด็นของการหารือในเวที APEC 2022 และต้องการให้บรรลุ 4 เป้าหมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการพูดถึงประเด็นการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งแท้จริงแล้วเราจะเห็นได้ว่าสหรัฐฯ มีการรีไซเคิลขยะจากกระดาษเป็นส่วนใหญ่

ในขณะที่ขยะเป็นพิษถูกนำส่งออกไปต่างประเทศ เช่นเดียวกันกับญี่ปุ่นที่มีการทำเรื่องรีไซเคิลมาตั้งแต่ปี 2540 โดยส่งออกขยะไปยังประเทศจีน เพราะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ และมองไทยเป็น Hub ด้านรีไซเคิลขยะ จึงกล่าวได้ว่าการรีไซเคิลขยะในประเทศนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก ที่เหลือกว่า 90% เป็นการส่งออกขยะไปรีไซเคิลในประเทศอื่น

แต่ต่อมาจีนได้มีประกาศเข้มงวดโดยมีการกีดกันไม่ให้นำเข้าขยะเพื่อมารีไซเคิล โดยเฉพาะขยะพลาสติกจากสหรัฐ เนื่องจากต้องการที่จะลดมลพิษ PM 2.5 ดังนั้น แล้วขยะจากทั่วโลกและหลาย ๆ ที่จึงถูกส่งมาที่ประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ไทยได้กลายเป็นถังขยะของโลก โดยมีการนำเข้าขยะพลาสติกจาก 10,000 ตัน เพิ่มเป็น 500,000 ตันต่อปี

ดังนั้น แล้วหากการประชุม APEC นโยบาย BCG ผ่านและเห็นพ้องต้องกัน นั่นคือไทยเป็นผู้เต็มใจการเปิดรับขยะเอง

ทางด้านเครือข่ายประชาชน “ราษฎรหยุด APEC 2022” นำโดย มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และแนวร่วม ประกาศเคลื่อนไหวคัดค้าน การประชุมเอเปค 2022 ได้รวมตัวกันที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อผลักดัน 3 ข้อเรียกร้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยกเลิกนโยบาย BCG รวมถึงระเบียบ กฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้ ที่พยายามนำเสนอให้ที่ประชุมเอเปครับรอง

โดยอ้างว่า เป็นแนวคิดที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน และชนชั้นนำในประเทศเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันสร้างผลกระทบมหาศาลให้กับประชาชนไทยและประชาคมโลกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...