คาราบาวแดงลุยตลาดเบียร์ เขย่าบัลลังก์ สิงห์-ช้าง สะเทือน
Highlight
คาราบาว กรุ๊ป เผยเตรียมบุกธุรกิจ เบียร์ โดยเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ แถลงข่าวถึงแผนงานบริษัทเตรียมเปิดตัวเบียร์น้องใหม่ และคาดว่าจะวางตลาดได้ในช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเลือกชื่อ ว่าจะเป็น “เยอรมันตะวันแดง” หรือ “คาราบาวแดง” นับเป็นผู้เล่นรายใหม่ที่น่าจับตาและกำลังกระโดดเข้าร่วมวงอุตสาหกรรมเบียร์ที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า 2 แสนล้านบาท
คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” สุรา “ข้าวหอม” เผยบริษัทมีแผนจะเปิดตัวเบียร์และคาดว่าจะวางตลาดได้ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้เป็นต้นไป
เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ คาราบาวกรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานผลิตที่จังหวัดชัยนาท มีกำลังการผลิตประมาณ 400 ล้านลิตร และมีแผนจะวางขายทั่วประเทศ
เบื้องต้น จะมีการผลิตเบียร์ออกมาอย่างน้อย 2-3 รสชาติ และครบทุกประเภท โดยอาจจะใช้ชื่อว่า “เบียร์คาราบาวแดง” หรือ “เบียร์ตะวันแดง”
การรุกเข้ามาในตลาดเบียร์ถือเป็นไฟท์บังคับ หลังจากที่ทำเหล้าแล้ว ถ้าเราไม่ทำเบียร์ โอกาสที่เหล้าจะเติบโตหรือขยายตัวค่อนข้างยาก และต้องยอมรับว่าถ้าจะขายเหล้า ส่วนใหญ่ก็จะต้องขายอยู่ในร้านอาหาร หรือ ผับ บาร์ นายเสถียร กล่าว
คาราวบาง กรุ๊ป มีพื้นฐานจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ที่เปิดมา 20 กว่าปี และไม่ได้คิดจะไปแข่งกับใคร แต่มองว่าเป็นโอกาสมากกว่า เหมือนตอนที่ทำเครื่องดื่มชูกำลัง และเปิดแบรนด์คาราบาว มันมีโอกาสขายได้ นายเสถียร ระบุ
ราคาหุ้น CBG ดีดขึ้น 3.52% มาอยู่ที่ 103.00 บาท เมื่อเวลา 15.38 น. ของวันนี่25 ม.ค. เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 575.99 ล้านบาท
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ประกาศเปิดตัวเบียร์ของทางเครือฯ โดยเตรียมวางจำหน่ายทั่วประเทศในไตรมาส 4/66 มองบวก เนื่องจากเป็นการสร้างแบรนด์แตกไลน์ธุรกิจที่ดีหรือต่อยอดด้านการขายของสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีอยู่แล้ว เช่น สินค้ากลุ่มเหล้าขาว, วิสกี้, โซจู ฯลฯ
บล.ฟิลลิป ระบุว่า เบียร์เป็นธุรกิจใหม่ ที่อาจช่วยหนุนยอดขายเพิ่มขึ้นอีกทาง และแนวโน้มมาร์จิ้นดีขึ้นจาก Economy of Scale ทั้งนี้ ยังไม่ได้รวมในประมาณการ แต่น่าจะเป็น Potential Growth ที่ดีในอนาคต คงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ”
ตลาดเบียร์มูลค่า 1.6-1.8 แสนล้านบาท โดยมี แบรนด์ “สิงห์” ของกลุ่มบุญรอด บริวเวอรี่ และแบรนด์ “ช้าง” ของกลุ่มไทยเบฟ ครองผู้นำในตลาดมายาวนาน
คาราบาว กรุ๊ป จะสามารถแทรกตลาดได้มากน้อยแค่ไหน จากที่ไม่มีรายใดเข้ามาในตลาดหลานสิบปี ด้วยการทุ่มงบลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท
เบียร์น้องใหม่ของทาง คาราบาว กรุ๊ป เตรียมวางจำหน่ายทั่วประเทศ ในช่วงไตรมาส 4/2566 นี้ ทั้งรูปแบบขวดและกระป๋อง
จากความแข็งแกร่งของ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง" ที่มีจุดเด่นของเบียร์สดกว่า 10 ชนิดในทำให้มีความเป็นไปได้ว่าชื่อใหม่ของเบียร์จากทางคาราบาว กรุ๊ป อาจใช้ชื่อ “เบียร์เยอรมันตะวันแดง” ก็เป็นได้
ในช่วงแรกทางบริษัทจะเริ่มการผลิตครั้งแรกที่ 200 ล้านลิตรเพื่อนำร่องตลาดก่อน ซึ่งเตรียมวางจำหน่ายทั่วประเทศผ่านค่าย ซีเจ มอลล์ แะ ร้านถูกดี มีมาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีการกำหนดราคาขายอย่างชัดเจน
“เบียร์” คือสินค้าหลัก ที่ร้านอาหาร ผับ บาร์ ฯ นิยม ดังนั้นการทำเบียร์จึงเป็นไฟต์บังคับ เพื่อให้มี อำนาจต่อรองด้านสินค้ามากขึ้น พอทำเหล้าแล้วไม่ทำเบียร์โอกาสที่เหล้าจะเติบโตนั้นก็เป็นไปได้ยาก
รายงาน แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรมปี 2565-2567 อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม’ ของฝ่ายวิจัยธนาคารกรุงศรี ระบุว่า ณ ปี 2563 ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยมีขนาดการผลิตคิดเป็น 21% ของปริมาณการผลิตเครื่องดื่มทั้งหมดในประเทศไทย ส่วนในแง่มูลค่านั้น มีมูลค่ารวมประมาณ 473,000 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของมูลค่าตลาดเครื่องดื่มทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีปริมาณการผลิต-การบริโภค และมูลค่าตลาดสูงสุดคือ เบียร์ มีสัดส่วนในเชิงปริมาณ 71.3% และในเชิงมูลค่า 54.3% ของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด ตามด้วยสุรา ที่มีสัดส่วนในเชิงปริมาณ 26.7% และในเชิงมูลค่า 37.9% ของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด
อุตสาหกรรมเบียร์ในประเทศเกือบทั้งหมดถูกครอบครองโดยผู้ผลิตรายใหญ่สองราย คือ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์ยุคแรกเริ่มของไทย มีแบรนด์สำคัญคือ สิงห์ ลีโอ และ My Beer อีกราย คือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามาทีหลัง แต่เติบโตและขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว มีแบรนด์สำคัญ คือ ช้าง อาชา และ Federbräu (เฟดเดอร์บรอย)
บริษัทใหญ่สองรายนี้มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจสูง และมีความได้เปรียบหลายด้าน ทำให้ปัจจุบันนี้ทั้งสองบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันราว 95% ของปริมาณจำหน่ายเบียร์ในประเทศไทย โดยบุญรอดนำเป็นอันดับที่ 1
ส่วนอุตสาหกรรมสุรานั้นการแข่งขันน้อยยิ่งกว่า เพราะการผลิตถูกจำกัดอยู่ภายใต้กฎระเบียบของรัฐ ทำให้ผู้ผลิตรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจยาก และถึงแม้เข้าได้ ก็แข่งขันไม่ได้ ตลาดจึงถูกผูกขาดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 80%
ไทยเบฟ มีอำนาจทางการตลาดสูงมากจากการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ครบวงจร โดยมีโรงงานสุราในเครือ 18 โรง และมีบริษัทในเครือนำเข้าสุราต่างประเทศมา
จำหน่าย ทำให้ปัจจุบัน ไทยเบฟเวอเรจ มีผลิตภัณฑ์สุราตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกระดับกว่า 30 แบรนด์ ยกตัวอย่าง สุราสี แบรนด์แม่โขง หงส์ทอง มังกรทอง แสงโสม BLEND และ CROWN99 สุราขาว แบรนด์รวงข้าว ไผ่ทอง นิยมไทย เสือขาว หมีขาว มังกรท่าจีน ไชยา เจ้าพระยา พญานาค พญาเสือ และบางยี่ขัน และสุราผสม แบรนด์เสือดำ และเชียงชุน
ส่วนแบ่งตลาดการจำหน่าย ซึ่งรวมถึงแบรนด์สินค้านำเข้าจากต่างประเทศด้วย ข้อมูลจากการวิจัยตลาดโดย Euromonitor ระบุว่า ตลาดเบียร์ในไทยปี 2563 มีมูลค่าประมาณ 2.6 แสนล้านบาท ผู้นำตลาดคือ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด ครองส่วนแบ่งตลาด 57.9%
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ครองส่วนแบ่งตลาดเบียร์ 34.3% และบริษัท ไทย เอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด 4.7% หากแบ่งเป็นรายแบรนด์ ลีโอ มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 44.8% รองลงมาคือ ช้าง 31.2% สิงห์ 11.2% ไฮเนเกน 3.8% และอาชา 2.4%
ส่วนตลาดการจำหน่ายสุรา มีมูลค่าโดยรวม 1.8 แสนล้านบาท ผู้นำตลาดคือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ครองส่วนแบ่งอยู่ 59.5% ตามมาด้วย บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) ครองอยู่ 8.0% บริษัท รีเจนซี่ บรั่นดีไทย จำกัด ครองอยู่ 4.4% และบริษัทอื่นๆ 28.1%
หากแบ่งเป็นรายแบรนด์ พบว่า สุรากลั่นชุมชน ‘รวงข้าว’ มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 30.9% ตามด้วยสุรากลั่นสี ‘หงษ์ทอง’ 11.4% สุรากลั่นสี ‘เบลนด์ 285’ 11.2% สุรากลั่นสี ‘รีเจนซี่’ 3.6% สุรากลั่นสี ‘แสงโสม’ 3.0% และสุรากลั่นสี ‘แม่โขง’ 2.5%
ติดตาม ทันข่าวToday ช่องทางอื่น ๆ🔺 Website : https://www.thunkhaotoday.com/
🔺 Facebook : https://www.facebook.com/thunkhaotoday
🔺 Line Today : https://bit.ly/3ifSuDr
🔺 ติดต่อโฆษณา : https://line.me/ti/p/9mjGVL4nhC