นั่งรถไฟ Joyful Trains คอนเซ็ปต์เก๋ 14 ขบวน ออกเดินทางไปพักใจตามสถานที่ต่างๆ ในเส้นทางญี่ปุ่นตะวันออก (JR EAST)
การออกเดินทางไปสถานที่หนึ่ง สามารถไปได้หลากหลายรูปแบบ บางคนเดินทางโดยเครื่องบิน บางคนสนุกกับการนั่งรถบัส บางคนก็ชอบขับรถเอง แต่หากไปเที่ยวญี่ปุ่น การเดินทางที่เรามักจะตั้งตารอทุกครั้งคือ “การนั่งรถไฟ” เสน่ห์ของรถไฟญี่ปุ่นคือมันไม่ได้มีไว้เพื่อโดยสารเท่านั้น แต่จะมีบางขบวนได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ โดยนำของดีประจำถิ่นมาเปลี่ยนบรรยากาศบน รถไฟ ให้มีคอนเซ็ปต์สนุกๆ ในชื่อว่า “จอยฟูลเทรน (Joyful Trains)” เอาเป็นว่าถ้าได้รู้ไอเดียเบื้องหลังของแต่ละขบวนแล้ว ร้อยทั้งร้อยเตรียมกดจองตั๋วไปญี่ปุ่นแน่นอน!
ขอขยายความอีกนิด Joyful Trains เป็นชื่อเรียก รถไฟ 14 ขบวน ที่ให้บริการในเส้นทางการรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก (JR EAST) แต่ละขบวนมีคอนเซ็ปต์แตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทาง เช่น คาเฟ่ขนมหวานจากวัตถุดิบประจำถิ่น รถไฟที่เสิร์ฟคอร์สอาหารสุดหรู รถไฟที่จะพาไปดูดาว รถไฟสไตล์บาร์ไม้พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มสุดพิเศษ พลางฟังดนตรีสดชิลล์ๆ พร้อมชมวิวระหว่างทาง ฯลฯ สร้างความเพลิดเพลินใจให้ผู้โดยสารสุดๆ
ภาพ: East Japan Railway Company
บทความนี้ Japan Train Lovers อย่างเรา เลยอยากมาบอกเล่าถึงความเก๋ของ รถไฟ Joyful Trains ทั้ง 14 ขบวนแบบเจาะลึก นั่งขบวนนี้แล้วจะทำอะไร เดินทาง ไปไหนได้บ้าง รวมถึงวิธีการจองยังไงให้คุ้มค่า เพราะหลายขบวนสามารถใช้บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) หรือ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) จองที่นั่งได้ด้วย ซึ่งช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกเยอะ
ข้อมูลบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) และ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)🚄
บัตรโดยสารที่ใช้แทนตั๋วสำหรับโดยสารรถไฟ สามารถใช้นั่งได้ทั้งชินคันเซ็น รถไฟท้องถิ่น รถไฟ ท่องเที่ยว Joyful Trains (บางขบวน) ในเส้นทางรถไฟของ JR EAST ได้ฟรีทั้งหมด รวมถึงสามารถใช้โดยสารรถบัส JR Bus Tohoku ในเส้นทางที่กำหนด อีกทั้งยังนั่งรถไฟ Narita Express จากสนามบินนาริตะ หรือ Tokyo Monorail จากสนามบินฮาเนดะได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นกัน
ภาพ: East Japan Railway Company
JR EAST PASS (Tohoku area)
ราคา: ผู้ใหญ่ 20,000 เยน, เด็ก 10,000 เยน
เงื่อนไข: ต้องใช้ 5 วัน ติดต่อกัน
จุดจำหน่าย: ซื้อผ่านเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation, เครื่องจำหน่ายตั๋วบางสถานี, JR-EAST Travel Service Centers หรือซื้อผ่านเอเจนซี่ในประเทศไทย
วิธีสำรองที่นั่ง: สามารถซื้อและสำรองที่นั่งออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation และไปออกตั๋วฉบับจริงได้ที่ตู้อัตโนมัติภายในสถานีรถไฟที่มี Passport Reader
วิธีใช้งาน: สอดบัตรโดยสารกับเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติของสถานีรถไฟได้เลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: jreast.travel/jreastpass/jr-east-pass-tohoku-area.php
ภาพ: East Japan Railway Company
JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)
ราคา: ผู้ใหญ่ 18,000 เยน, เด็ก 9,000 เยน
เงื่อนไข: ต้องใช้ 5 วัน ติดต่อกัน
จุดจำหน่าย: ซื้อผ่านเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation, เครื่องจำหน่ายตั๋วบางสถานี, JR-EAST Travel Service Centers หรือซื้อผ่านเอเจนซี่ในประเทศไทย
วิธีสำรองที่นั่ง: สามารถซื้อและสำรองที่นั่งออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation และไปออกตั๋วฉบับจริงได้ที่ตู้อัตโนมัติภายในสถานีรถไฟที่มี Passport Reader
วิธีใช้งาน: สอดบัตรโดยสารกับเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติของสถานีรถไฟได้เลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: jreast.travel/jreastpass/jr-east-pass-nagano-niigata-area.php
01 B.B.BASE | รถไฟชมวิวเพื่อนักปั่นจักรยาน
ใครที่กำลังหาขบวนรถไฟนั่งไปเที่ยวเล่นแบบไม่ไกลจากโตเกียว ขอแนะนำ B.B.BASE ขบวนรถไฟสุดพิเศษซึ่งมีที่จอดจักรยานจัดเตรียมไว้ให้บนตู้โดยสาร วิ่งทั้งหมด 5 เส้นทางในโตเกียว ชิบะ และอิบารากิ เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบนั่งรถไฟชมวิว เพราะเราจะเห็นทิวทัศน์ชนบทและคาบสมุทรโบโซ (Boso Peninsula) สวยๆ ผ่านหน้าต่าง ถึงปลายทางแล้วปั่นจักรยานลัดเลาะสำรวจย่านใกล้เคียงต่อได้ เป็นที่มาของชื่อขบวนที่ย่อมาจาก “BOSO BICYCLE BASE” นั่นเอง
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ B.B.BASE เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟขบวนนี้มี 6 ตู้โดยสาร มี 5 ตู้เป็นที่นั่งโดยสารจำนวน 20 ที่นั่งต่อตู้ ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด เพราะเขาเผื่อพื้นที่ให้เราได้เคลื่อนย้ายจักรยานกันได้แบบสบายๆ ส่วนอีก 1 ตู้ที่เหลือเป็นแบบ Open Space มีที่นั่งฝั่งเดียวหันหน้าเข้าหน้าต่าง เราสามารถมานั่งชิลล์หรือเดินถ่ายรูปเล่นได้อย่างอิสระ ส่วนใครที่ติดกินขนมระหว่างทาง จะบอกว่าบนขบวนไม่มีของกินขาย ดังนั้นควรซื้อเตรียมไว้ก่อนขึ้นนะ
ภาพ: tateyamacity.com
ทุกเส้นทางมีจุดเริ่มต้นที่สถานีเรียวโกคุ (Ryogoku Station) ในโตเกียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง (แล้วแต่เส้นทาง) แหล่งท่องเที่ยวก็จะแตกต่างกันไป เส้นทางที่เราชอบคือ Uchibo นั่งไปลงที่สถานีทาเทยามะ (Tateyama Station) แล้วปั่นจักรยานต่อไปไม่ไกลจะเจอหาดโฮโจ (Hojo Beach) อยากบอกว่าที่หาดกิจกรรมแน่นมาก อีกทั้งยังมีอควาเรียม สวนสาธารณะ สะพานปลา พิพิธภัณฑ์ จุดถ่ายรูปเพียบ ร้านอาหารก็มีพร้อมบริการ ในวันฟ้าใสแถวนี้จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วย เหมาะกับการปั่นจักรยานกินลมชมวิวสุดๆ
แต่แม้จะไม่มีจักรยานก็นั่งขบวนนี้ได้ แค่นั่งมองวิวผ่านหน้าต่างก็เพลินจะแย่แล้ว แต่ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์บนรถไฟแบบเต็มรูปแบบ แนะนำให้เช่าจักรยานที่ B.B.BASE Bicycle Station บริเวณทางออกทิศตะวันตกของสถานีเรียวโกคุ ก่อนนำไปจอดบนขบวนได้เลย สะดวกมาก!
Info
B.B.BASE
Route: มีทั้งหมด 5 เส้นทาง ได้แก่
① เส้นทาง Uchibo: Ryogoku Station → Wadaura Station / Tateyama Station → Ryogoku Station
② เส้นทาง Sotobo: Ryogoku Station ↔ Awa-Kamogawa Station
③ เส้นทาง Sawara / Kashima: Ryogoku Station ↔ Kashimajingu Station
④ เส้นทาง Sakura / Choshi: Ryogoku Station ↔ Choshi Station
⑤ เส้นทาง Mount Kano / Saikuru Train: Ryogoku Station → Kimitsu Station / Takeoka Station → Ryogoku Station
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่เว็บไซต์ www.jreast.co.jp/e/joyful/bbbase.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR TOKYO Wide Pass สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Ueno ฯลฯ
Note: หากมี JR TOKYO Wide Pass ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ B.B.BASE ได้
02 HIGH RAIL 1375 | รถไฟพาไปดูดาว
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟท่องเที่ยวในเส้นทางจังหวัดนากาโน่ขบวนนี้ดึงดูดใจเราตั้งแต่คอนเซ็ปต์ นั่นคือ “Train Closest to the Sky” รถไฟที่วิ่งใกล้ท้องฟ้าที่สุดในญี่ปุ่นบนที่ราบสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,375 เมตร เป็นที่มาของชื่อ HIGH RAIL 1375 โดยซิกเนเจอร์ของรถไฟคือมีบริการทั้งเที่ยวกลางวันพาชมสุดยอดวิวสวยจากมุมสูง กับเที่ยวเย็นที่จะเป็นการนั่งรถไฟพาผู้โดยสารไปชมดาวให้เราเลือกได้ตามชอบ แต่ขอแนะนำจากใจเลยว่าจองที่นั่งทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืนเลยเถอะ รับรองไม่ผิดหวัง
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ HIGH RAIL 1375 เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟมี 2 ตู้โดยสาร การออกแบบที่นั่งของรถไฟก็แปลกใหม่ ที่ตู้ 1 เป็นที่นั่งแบบเบาะเดี่ยวและเบาะคู่หันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่ ให้เราได้เพลิดเพลินกับวิวได้อย่างจุใจตลอดทั้งเส้นทาง และท้ายตู้จะมีโซนขายของฝากให้เลือกช็อปได้ ส่วนตู้ที่ 2 เป็นที่นั่งปกติ พร้อมผ้าคลุมเบาะสีน้ำเงินในลวดลายกลุ่มดาวนักษัตร ไฮไลท์จะอยู่บริเวณท้ายขบวน มีห้องดูดาวที่เพดานถูกออกแบบให้เป็นท้องฟ้าจำลอง ทั้งยังมีมุมรวมหนังสือที่เกี่ยวกับดาราศาสตร์อีกด้วย สิ่งที่ต้องระวังก็คือรถไฟนี้มีที่นั่งไม่มาก ใครอยากสัมผัสประสบการณ์จึงต้องรีบจองแต่เนิ่นๆ
ภาพ: East Japan Railway Company
ดีที่สุดในใจเราคือรถไฟรอบเย็นขบวน HIGH RAIL Hoshizora ซึ่งจะจอดราว 1 ชั่วโมง ที่สถานีโนเบยามะ (Nobeyama Station) ลงจากรถไฟแล้วจะมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินไปดูดาวในพื้นที่แถบนี้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 จุดดูดาวที่สวยงามสุดในญี่ปุ่น ถ้าถามว่ามาเที่ยวช่วงไหนถึงจะเห็นดาว เราขอแนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว เพราะฟ้าจะเปิดให้เห็นดาวได้อย่างชัดเจนที่สุด นอกจากนี้บนขบวนยังมีความน่ารักคือพนักงานจะนำพร๊อบถ่ายรูปหลายรูปแบบมาให้เราถ่ายรูปเล่นเป็นที่ระลึก อีกทั้งทุกสถานีที่รถไฟจอดจะมีพนักงานประจำสถานีรถไฟสวมชุดคลุมและถือป้ายน่ารักๆ รอต้อนรับอีกด้วย
ภาพ: www.go-nagano.net
จบทริปรถไฟแล้วอยากหาที่เที่ยวใกล้ๆ ฝั่งสถานีโคโมโระ (Komoro Station) ขอบอกเลยว่าเมืองนี้น่ารักน่าเที่ยว เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติและบรรยากาศเก่าๆ เช่น Kaikoen สวนสาธารณะรอบปราสาทเก่าที่โด่งดังในการเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีและชมซากุระ คาเฟ่บรรยากาศดีก็มีให้เลือกหลายร้านเลยล่ะ ส่วนอีกฝั่งสถานีโคบุจิซาวะ (Kobuchizawa Station) ก็มี Resort Outlets Yatsugatake ที่สายช็อปต้องชอบแน่ๆ
Info
HIGH RAIL 1375
Route: ระหว่างสถานีโคบุจิซาวะ (Kobuchizawa Station) จังหวัดยามานาชิ ถึงสถานีโคโมโระ (Komoro Station) จังหวัดนากาโน่ (11 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 3 เที่ยว (เช้า-กลางวัน-กลางคืน) และไม่ได้บริการทุกวัน ให้บริการแค่วันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และในฤดูร้อนตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงสิงหาคมเท่านั้น ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่เว็บไซต์ www.jreast.co.jp/e/joyful/highrail1375.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Nagano, Niigata ฯลฯ
Note: หากมี JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ HIGH RAIL 1375 ได้
03 SL Gunma | รถไฟที่พาเราย้อนกลับไปในอดีต
ปู๊น ปู๊น~เสียงหวูดรถไฟดังมาก็รู้แล้วว่านี่คือรถไฟหัวจักรไอน้ำโบราณ ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการอยู่ไม่มากแล้วในญี่ปุ่น และขบวน SL Gunma ในจังหวัดกุมมะเป็นหนึ่งในนั้น รถจักรไอน้ำที่ใช้มีอยู่ด้วยกัน 2 ขบวน ได้แก่ C61 20 ซึ่งเคยใช้เป็นรถจักรโดยสารรับส่งผู้คน และ D51 498 ที่เคยใช้เป็นรถบรรทุกสินค้าในอดีต ทั้งคู่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจนสามารถนำมาใช้รับส่งผู้ได้ในปัจจุบัน ใครอยากหารถไฟขบวนพิเศษซึ่งหาไม่ได้ในเมืองใหญ่ แต่ไม่อยากไปไกลจากโตเกียวมากนัก เราว่ารถไฟขบวนนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ SL Gunma เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
ด้านในรถไฟได้รับการตกแต่งใหม่ในปี ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ด้วยโทนสีไม้อันอบอุ่น นั่งแล้วได้บรรยากาศเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต มีการติดตั้งห้องรับรองใหม่ซึ่งผู้โดยสารสามารถซื้อของที่ระลึก เครื่องดื่ม ของว่าง แล้วไปนั่งกินที่บาร์ริมหน้าต่าง พลางมองวิวธรรมชาติสวยๆ ก็ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจที่สุด
ภาพ: japanrailtimes.japanrailcafe.com.sg
เส้นทางที่เราอยากแนะนำคือทาคาซากิ-โยโคกาวะ เพราะใช้เวลาไม่นานจนเกินไป ประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิดเพลินกำลังดี ก่อนขึ้นอย่าลืมซื้อเอกิเบน (ข้าวกล่องรถไฟ) ที่สถานีทาคาซากิ (Takasaki Station) ซึ่งทำขึ้นพิเศษจากวัตถุดิบดังของแถบนี้ บรรจุมาในกล่องสีดำลักษณะคล้ายกับหัวรถจักรไอน้ำ และจะมีขายเฉพาะวันที่ SL Gunma เปิดทำการเท่านั้น
ในเส้นทางนี้มีจุดถ่ายภาพสวยๆ หลากหลาย เช่น Megane-bashi Bridge (Usui No. 3 Bridge) สะพานอิฐโค้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างจากอิฐแดงกว่า 2 ล้านก้อน ตั้งตระหง่านท่ามกลางธรรมชาติที่ไม่ว่าจะมาฤดูไหนก็สวย จากสถานีปลายทางโยโคกาวะ (Yokokawa Station) ให้เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ Aputo Road Trail ประมาณ 6 กม. ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งผ่านอุโมงค์ ทะเลสาบ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ให้ได้แวะชิลล์ได้ตลอดทาง หรือโดยสารรถบัสต่อไปราว 15 นาที ก็ได้เช่นกัน
Info
SL Gunma
Route: มี 2 เส้นทาง ได้แก่ ระหว่างสถานีมินาคามิ (Minakami Station) ถึงสถานีทาคาซากิ (Takasaki Station) จังหวัดกุมมะ (6 สถานี) และระหว่างสถานีทาคาซากิ (Takasaki Station) ถึงสถานีโยโคกาวะ (Yokokawa Station) จังหวัดกุมมะ (4 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่ให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่เว็บไซต์ www.jreast.co.jp/e/joyful/slgunma.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR TOKYO Wide Pass, JR EAST PASS (Nagano, Niigata area), JR EAST PASS (Tohoku area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Nagano, Niigata ฯลฯ
Note: หากมี JR TOKYO Wide Pass, JR EAST PASS (Nagano, Niigata area), JR EAST PASS (Tohoku area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ SL Gunma ได้
04 Resort View Furusato | รถไฟชมวิวเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น
ใครที่ชอบบรรยากาศชนบท เพลิดเพลินกับธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ตามต่างจังหวัด ขบวนรถไฟท่องเที่ยว Resort View Furusato ในจังหวัดนากาโน่นั้นคือขบวนที่น่าตีตั๋วไปลองนั่งดูสักครั้ง เพราะเส้นทางนี้จะแล่นผ่านบรรยากาศชนบทที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือของญี่ปุ่น ทะเลสาบ ลำธาร ภูเขา ที่เหมือนกำลังพาเรากลับบ้าน เข้ากับชื่อขบวน Furusato ที่แปลความหมายได้ว่า “บ้านเกิดในชนบท” แค่ได้นั่งดื่มด่ำทิวทัศน์สวยๆ ผ่านหน้าต่างรถไฟ จิตใจที่กำลังเหนื่อยล้าก็เหมือนได้รับการปลอบโยน
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ Resort View Furusato เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟขบวนนี้มีทั้งหมด 2 ตู้โดยสาร ทันทีที่ก้าวขึ้นรถไฟก็สัมผัสได้ถึงความโอ่โถง หน้าต่างบานใหญ่กว่าปกติทุกที่นั่ง ดูวิวได้จุใจไม่มีอะไรมาบดบัง พื้นที่วางขากว้างทำให้นั่งสบาย ความเก๋คือที่นั่งสามารถหมุนได้ โดยที่สถานีมัตสึโมโตะ (Matsumoto Station) รถไฟจะทำการเปลี่ยนทิศเดินรถ แนะนำให้หมุนเพื่อรับชมวิวใหม่ หรือหากมากับเพื่อนหลายคนก็สามารถหันหน้าเข้าหากันเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้เช่นกัน
ภาพ: East Japan Railway Company
นั่งจากต้นถึงปลายทางใช้เวลา 4 ชั่วโมงโดยประมาณ นานแต่ไม่เบื่อเลย เพราะรถไฟจะแวะจอดตามสถานีต่างๆ เช่น สถานีโอบาสึเตะ (Obasute Station) บริเวณนี้มีที่ราบเซนโคจิไดระ (Zenkojidaira) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วิวจากหน้ารถไฟที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ถ้าใครพอมีเวลาจะลองมาชมวิวนี้ตอนกลางคืนด้วยก็ได้ เพราะมีขบวนพิเศษออกจากนากาโน่ตอน 18:48 น. ถัดมาที่สถานีโฮทากะ (Hotaka Station) จะจอดราวครึ่งชั่วโมงให้เราลงไปไหว้ขอพรที่ศาลเจ้า ซึ่งเมื่อลงจากรถไฟจะมีมิโกะ (หญิงสาวที่ทำงานในศาลเจ้า) รอต้อนรับและพาเราไปยัง Hotaka Shrine ด้วย
ภาพ: East Japan Railway Company
ภาพ: www.hakubavalley.com
ที่สถานีชิมาโนะโอมาจิ (Shinano-Omachi Station) รถไฟจะจอดอีกประมาณ 10 นาที ห้ามพลาดลงไปชิมอามะสาเกและโอยากิที่เป็นเมนูดังของนากาโน่ ช่วยเติมเต็มความหิวได้ดีเลยล่ะ ก่อนจะถึงฮาคุบะ (Hakuba Station) สถานีถัดไป รถไฟจะชะลอให้เราได้เหม่อมองวิวด้านนอกหน้าต่าง จะได้เห็นทิวทัศน์แสนสวยของ 3 ทะเลสาบ ได้แก่ คิซากิ นาคัทสึนะ และอาโอกิตามลำดับ จะนั่งไปจนถึงปลายทางก็ได้ แต่เราอยากแวะเที่ยวที่สถานีฮาคุบะเนื่องจากแถวนี้มีจุดชมวิวจากมุมสูง โดยนั่งบัสจากสถานีไปขึ้นกระเช้าเพื่อไป Hakuba Iwatake Mountain Resort บนนี้มีลานสกี จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ เส้นทางเดินป่า คาเฟ่ ให้ได้เพลิดเพลินกับวิวตระการตาของภูเขาฮาคุบะ ควรค่าแก่การถ่ายภาพลงโซเชียลสุดๆ
Info
Resort View Furusato
Route: ระหว่างสถานีนากาโน่ (Nagano Station) ถึงสถานีมินามิ โอตาริ (Minami-Otari Station) จังหวัดนากาโน่ (9 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่เว็บไซต์ www.jreast.co.jp/e/joyful/resortfuru.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Nagano, Niigata ฯลฯ
Note: หากมี JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ Resort View Furusato ได้
05 Oykot | รถไฟบ้านคุณยาย
ขบวนรถไฟที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินทางกลับบ้านเกิด ไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัด ด้วยการตกแต่งโดยใช้สีครีมและแดงตุ่นๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ทิวทัศน์ระหว่างทาง และเส้นทางที่รถไฟแล่นสู่ชนบท ซึ่งเป็นทิศตรงกันข้ามกับเมืองใหญ่อย่างโตเกียว เหมือนกับชื่อ Oykot ซึ่งเป็นการสะกดคำว่า Tokyo แบบกลับหลังนั่นเอง
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ Oykot เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
เราขึ้นรถไฟที่ต้นทางสถานีนากาโน่ (Nagano Station) รถไฟมีเพียง 2 ตู้โดยสาร โดยสารได้ตู้ละ 38 ที่นั่ง ในบรรยากาศเหมือนห้องนั่งเล่นบ้านคุณยาย ฮีลใจสุดๆ บนขบวนมีที่นั่งคู่หันหน้าเข้าหากันสำหรับคนกลุ่มใหญ่ และที่นั่งเดี่ยวริมหน้าต่างบานกว้างสำหรับโดยสารเพียง 1-2 คน ด้วย เรื่องน่ารักอีกอย่างคือในตู้โดยสารจะมีวงดนตรีมาบรรเลงเพลงให้ฟังสดบนขบวน ได้ทอดสายตาเหม่อมองวิว คลอด้วยเสียงฉึกฉักสุดคลาสสิกของรถไฟ และเสียงดนตรีโฟล์คซองชิลล์ๆ ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นแบบทวีคูณ
ภาพ: East Japan Railway Company
เส้นทางของรถไฟสายนี้ใช้เวลานานพอสมควรราว 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงจอดที่สถานีอียามะ (Iiyama Station) นานกว่าปกติประมาณ 15 นาที ให้เราได้ลงไปยืดเส้นยืดสาย ไฮไลท์น่ารักๆ ของสถานีนี้คือนาฬิกากุ๊กกูที่จะมีตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณโผล่ออกมาส่งเสียงทักทายในทุกๆ ชั่วโมง และห้ามพลาดซื้อสปอนจ์เค้กสอดไส้ครีมและกล้วยทั้งลูก ซึ่งเป็นขนมดังของย่านนี้กลับมาชิมด้วยล่ะ
ถึงสถานีปลายทางโทคามาจิ (Tokamachi Station) แถวนี้จะมีงานอาร์ตกว่า 200 ชิ้น กระจายตัวทั่วเมืองโทคามาจิ จัดแสดงอยู่ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ธรรมชาติ เช่น Tunnel of Light, Echigo-Tsumari Satoyama Museum of Contemporary Art KINARE เป็นต้น สายชิลล์อินกับงานศิลปะรับรองจะหลงรักเมืองนี้แน่นอน
Info
Oykot
Route: ระหว่างสถานีนากาโน่ (Nagano Station) จังหวัดนากาโน่ ถึงสถานีโทคามาจิ (Tokamachi Station) จังหวัดนีงาตะ (9 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่เว็บไซต์ www.jreast.co.jp/e/joyful/oykot.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Nagano, Niigata ฯลฯ
Note: หากมี JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ Oykot ได้
06 Koshino Shu*Kura | รถไฟสไตล์บาร์ไม้เอาใจคนรักสาเก
ภาพ: East Japan Railway Company
ใครที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่นน่าจะพอทราบว่าจังหวัดนีงาตะนั้นขึ้นชื่อเรื่องข้าว จึงมีเครื่องดื่มท้องถิ่นซึ่งทำจากข้าวคุณภาพดีให้ลองชิมมากมาย เราจึงอยากมาบอกต่อให้คนชอบดื่มทั้งหลายลองมานั่งรถไฟขบวน Koshino Shu*Kura ที่ขนเอาเครื่องดื่มสุดพิเศษมาให้ลิ้มลองกันบนขบวนท่ามกลางบรรยากาศของโรงหมักเข้ากับชื่อ Shu ที่แปลว่า สาเก และ Kura ที่แปลว่า โรงเรือนที่เก็บรักษา ไปพร้อมๆ ทอดสายตามมองวิวภูเขาและทะเลในเขตพื้นที่จังหวัดนีงาตะตลอดเส้นทาง
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ Koshino Shu*Kura เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟให้บริการ 3 เส้นทาง มีต้นทางเดียวกันคือสถานีโจเอ็ตสึเมียวโก (Joetsumyoko Station) มีทั้งหมด 3 ตู้โดยสาร ด้านในออกแบบโดยใช้ไม้เป็นหลัก เราชอบมากทั้ง 3 ตู้โดยสารเลย ตู้ที่ 1 เป็นที่นั่งแบบ Observation Pair Seat ที่นั่งคู่บุเบาะนุ่มๆ มาพร้อมโต๊ะไม้ติดหน้าต่างตอบโจทย์การนั่งมองวิวโดยเฉพาะ ตู้ที่ 2 เป็น Event Venue พื้นที่กิจกรรมซึ่งมีการแสดงดนตรีแจ๊สให้ฟังสด มีเครื่องดื่มหลากหลายให้ชิม มีถังไม้ลักษณะเหมือนถังหมักสาเก เรียงรายอยู่ตรงกลางใช้แทนเคาน์เตอร์บาร์ บรรยากาศเหมือนบาร์ท้องถิ่นดีๆ ให้ผู้โดยสารมายืนดื่ม พบปะผู้โดยสารท่านอื่นได้แบบชิลล์ๆ รวมทั้งถ้าหิว ก็มามีอาหารจำหน่ายที่ตู้นี้ด้วยเช่นกัน
ภาพ: East Japan Railway Company
ตู้โดยสารที่ 3 เป็นที่นั่งแบบทั่วไป แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ที่นั่ง ที่วางสัมภาระ และพื้นทางเดินออกแบบโดยใช้ไม้เป็นหลัก บรรยากาศคลาสสิกสุดๆ ระหว่างทางรถไฟจะจอดที่สถานีโอมิกาวะ (Omigawa Station) ประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็นสถานีรถไฟอยู่ใกล้ทะเลที่สุดในญี่ปุ่น เราสามารถเดินลงไปดื่มด่ำกับทะเลได้อย่างใกล้ชิด รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า ซึ่งจะขายพร้อมแพ็กเกจอาหาร สาเก น้ำดื่ม และมีของที่ระลึกเป็นโอโชโกะ (จอกใส่สาเก) และถุงผ้าให้ด้วย
ลงรถไฟขบวนนี้แล้วจะไปเที่ยวที่ไหนต่อดี ขอแนะนำกิจกรรมที่ช่วยกระชับสัมพันธ์กับนีงาตะอย่างทัวร์โรงหมักสาเก มีหลายแห่ง เช่น Shirataki Shuzo (JR Echigo-Yuzawa), Hara Shuzo (JR Kashiwazaki Station) เปิดให้เราได้เข้าไปดูวิธีการทำ ไปชิม และหากติดใจก็ซื้อกลับได้เหมือนกัน หรือจะนั่งรถไปเที่ยวต่อที่ Sado Island การันตีความสวยด้วย 2 ดาว Michelin Green Guide Japan
Info
Koshino Shu*Kura
Route: มี 3 เส้นทางให้บริการ ได้แก่ Ryuto Shu*Kura ระหว่างสถานีโจเอ็ทสึเมียวโก (Joetsumyoko Station) ถึงสถานีนีงาตะ (Niigata Station) จังหวัดนีงาตะ (14 สถานี), Yuzawa Shu*Kura ระหว่างสถานีโจเอ็ทสึเมียวโก (Joetsumyoko Station) ถึงสถานีเอจิโกะยูซาวะ (Echigo-Yuzawa Station) จังหวัดนีงาตะ (16 สถานี) และเส้นทาง Koshino Shu*Kura ระหว่างสถานีโจเอ็ตสึเมียวโก (Joetsumyoko Station) ถึงสถานีโทคามาจิ (Tokamachi Station) จังหวัดนีงาตะ (12 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน จะเปิดให้บริการในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่เว็บไซต์ www.jreast.co.jp/e/joyful/shukura.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Niigata ฯลฯ
Note: บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Nagano, Niigara area) ไม่สามารถใช้โดยสาร Koshino Shu*Kura ได้ แต่สามารถใช้เพื่อโดยสารรถไฟธรรมดาหรือรถไฟชินคันเซ็นไปจนถึงสถานีนีงาตะได้
07 SL Banetsu Monogatari |รถไฟหัวจักรไอน้ำวินเทจ
อยู่แต่ในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตเร่งรีบจนเบื่อ แล้วเกิดอยากกลับสู่ความเนิบๆ ช้าๆ ท่ามกลางธรรมชาติสวยเพลินตา ขอให้เก็บกระเป๋ามาขึ้นรถไฟวินเทจ SL Banetsu Monogatari ที่วิ่งยาว 4 ชั่วโมงระหว่างจังหวัดฟุกุชิมะกับนีงาตะ ในอดีตหัวรถจักรไอน้ำ C57 180 นี้เคยถูกใช้งานและเป็นที่รักของชาวเมืองมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 แต่ก็หยุดให้บริการเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ปัจจุบันถูกชุบชีวิตพร้อมปรับปรุงใหม่ โดยยังคงบรรยากาศของรถไฟสมัยก่อนเอาไว้ มาพร้อมมาสคอตตัว Okojiro สุดน่ารัก ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ SL Banetsu Monogatari เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟขบวนนี้มีตู้โดยสารให้บริการมากที่สุดจากจอยฟูลเทรนทั้งหมดคือ 7 ตู้ด้วยกันรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 300 คน บนขบวนเต็มไปด้วยเสน่ห์ของญี่ปุ่น มีทั้งตู้โดยสารที่นั่งราคาประหยัด เบาะที่นั่งสีแดงเข้ม มีตะขอสำหรับแขวนทำจากไม้ และชั้นวางสัมภาระเหนือศีรษะ ให้บรรยากาศความวินเทจ ใครที่อยากนั่งสบายๆ แนะนำให้จอง Green Car เพราะเบาะกว้างกว่าและมีห้องชมวิวผนังใสแจ๋วที่มองวิวได้รอบทิศอยู่ท้ายตู้โดยสารด้วย และสิ่งที่เราชอบที่สุดของรถไฟคือหน้าต่างบานใหญ่มาก โดยเฉพาะตู้ที่ 4 ซึ่งมีที่นั่งหันหน้าเข้าหน้าต่าง ทำให้เหม่อมองวิวได้อย่างจุใจ เรานั่งมองได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อเลย
ภาพ: East Japan Railway Company
เมื่อเพลิดเพลินกับการมองวิวจนพอใจแล้ว ใครพาลูกๆ ไปด้วยอยากให้ลองเดินไปที่ตู้ Okojo Observation Car เพราะมีโซนของเล่นเด็ก ถ้าหิวก็สามารถไปหาซื้ออะไรกินได้ที่ตู้เสบียง อีกทั้งมีกิจกรรมอนาล็อกเอาใจคนชอบขีดเขียน ที่สามารถบอกเล่าความประทับใจใส่โปสการ์ดส่งไปรษณีย์ไปเก็บไว้เป็นความทรงจำได้จากบนขบวนเลย
ถึงสถานีปลายทางที่นีตสึ (Niitsu Station) อย่าพึ่งรีบไปไหน เพราะตัวสถานีนั้นตกแต่งให้เข้ากับธีมรถไฟหัวรถจักรไอน้ำสุดๆ มีโมเดลจำลองของรถไฟและสถานีให้ชมด้วยนะ ถ่ายรูปเสร็จแล้วอยากหาที่เที่ยวต่อก็มี Lake Hyoko ทะเลสาบฝูงหงส์อยู่ไม่ไกล ส่วนใครจะนั่งย้อนกลับไปอีกฝั่ง ที่เมืองไอสึวากามัตสึนั้นน่ารักมาก ตึกรามบ้านช่องบรรยากาศย้อนยุค แค่เดินสำรวจเมือง แวะนั่งชิลล์ตามคาเฟ่ หรือหาอะไรกินก็ฟินแล้ว
Info
SL Banetsu Monogatari
Route: ระหว่างสถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station) จังหวัดฟุกุชิมะ ถึงสถานีนีตสึ (Niitsu Station) จังหวัดนีงาตะ (11 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดของนักเรียนทุกระดับชั้น (ช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูหนาว) ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่ www.jreast.co.jp/e/joyful/c57.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Niigata, Sendai, Fukushima ฯลฯ
Note:
1. บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ครอบคลุมระหว่างสถานี Aizu-Wakamatsu ถึง Nozawa ในเขตจังหวัดฟุกุชิมะเท่านั้น หากลงตั้งแต่สถานีถัดไปซึ่งเป็นเขตจังหวัดนีงาตะจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจำนวนสถานี
2. หากต้องการนั่งตู้ Green Car ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
08 FruiTea Fukushima | รถไฟคาเฟ่
สายหวานที่รักการกินผลไม้เมืองหนาว ขนม และมีความสุขกับคาเฟ่ฮอปปิ้งเชื่อว่าต้องกรี๊ด เพราะรถไฟ FruiTea Fukushima ขบวนนี้ได้รวมสิ่งเหล่านั้นมาไว้บนขบวนแล้ว รถไฟให้บริการ 2 เส้นทาง ได้แก่ โคริยามะ-คิตะคาตะ ในจังหวัดฟุกุชิมะ และโคริยามะ-เซนได จังหวัดมิยากิ (เฉพาะฤดูหนาว) ซึ่งขึ้นชื่อในว่าผลไม้อร่อยล้ำ เป็นที่มาของชื่อ FruiTea Fukushima
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ FruiTea Fukushima เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
ใครอยากตามไปฮอปคาเฟ่บนรถไฟขบวนนี้ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นเพราะมีที่นั่งจำกัด ถ้าไปคนเดียวแนะนำให้จองที่นั่งเดี่ยวแบบหันหน้าชมวิวเน้นๆ ซึ่งจะขายพร้อมแพ็กเกจขนมและเครื่องดื่มในราคา 4,800-5,400 เยน โดยจะได้รับขนมและน้ำผลไม้แสนสดชื่นที่ทำจากผลไม้ท้องถิ่น ส่วนชาและกาแฟนั้นสั่งได้ไม่จำกัดเลย ความพิเศษคือเมนูขนมและวัตถุดิบที่ใช้จะต่างกันไปตามฤดูกาล รวมทั้งเชฟผู้รังสรรค์เมนูนั้นก็อาจจะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งเชฟล้วนแล้วแต่มาจากร้านขนมชื่อดังในฟุกุชิมะ ถือเป็นความตื่นเต้นเล็กๆ ที่ทำให้เราอยากมาลองนั่งซ้ำๆ เพื่อมาลุ้นว่าคราวนี้จะได้ชิมเมนูไหน
ภาพ: East Japan Railway Company
บรรยากาศภายใน 2 ตู้โดยสาร ตู้หนึ่งถูกจัดเป็นโต๊ะริมหน้าต่างคู่กับโซฟาสีขาวนวลเป็นสัดส่วน มองไปโดยรอบบรรยากาศเหมือนคาเฟ๋เก๋ๆ ตามเมืองใหญ่ไม่มีผิด ส่วนอีกตู้เป็นเคาน์เตอร์ขายของฝากและขนมกินเล่น พร้อมบาร์ให้นั่งมองวิวสวยๆ กินขนมเพลินๆ จนลืมเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งบนขบวนก็ผ่านไปเร็วมากจริงๆ
ลงรถไฟที่ปลายทางสถานีคิตะคาตะ (Kitakata Station) จะเจอพนักงานคอยถือป้ายบอกลาชวนอบอุ่นหัวใจ แล้วไปเที่ยวต่อในเมืองคิตะคาตะซึ่งเป็นเมืองในฟุกุชิมะที่เรารักมาก บรรยากาศน่าเดินเล่น มีร้านค้าในตึกโบราณสวยๆ เรียงรายตามสองข้างถนนให้เลือกเดินเข้าออกเพียบ ถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่ก็มีเส้นทางเดินชมซากุระสวยๆ ยาว 3 กม. ชื่อ Nicchusen Weeping Cherry Tree แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคือ “คิตะคาตะราเมน” ท็อปทรีราเมนรสเยี่ยมที่สุดในญี่ปุ่น มาถึงแล้วยังไงก็ต้องซู้ดให้หมดสักชาม
Info
FruiTea Fukushima
Route: มี 2 เส้นทางให้บริการ ได้แก่ ระหว่างสถานีโคริยามะ (Koriyama Station) กับสถานีคิตะคาตะ (Kitakata Station) จังหวัดฟุกุชิมะ (5 สถานี) และ ระหว่างสถานีโคริยามะ (Koriyama Station) จังหวัดฟุกุชิมะ กับสถานีเซนได (Sendai Station) จังหวัดมิยากิ (3 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่เว็บไซต์ www.jreast.co.jp/e/joyful/fruitea.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Sendai, Fukushima ฯลฯ
Note:
1. บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ไม่สามารถใช้โดยสาร FruiTea Fukushima ได้ แต่สามารถใช้เพื่อโดยสารรถไฟธรรมดาหรือรถไฟชินคันเซ็นไปจนถึงสถานีโคริยามะหรือคิตะคาตะได้
2. เส้นทาง โคริยามะ-เซนได ให้บริการในช่วงฤดูหนาว (ธันวาคมถึงมีนาคม) เท่านั้น
3. FruiTea Fukushima จะสิ้นสุดการให้บริการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023
09 KAIRI | รถไฟเลียบชายฝั่งพาลิ้มรสเมนูดังท้องถิ่น
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟ อาหาร และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นท็อปทรีในใจที่ทำให้เราหลงรักประเทศญี่ปุ่น จะดีแค่ไหนถ้าเราได้เอ็นจอยทั้งสามสิ่งในเวลาเดียวกัน KAIRI รถไฟที่วิ่งระหว่างจังหวัดนีงาตะ-ยามากาตะนั้นตอบโจทย์ทุกอย่างที่เราบอกมาทั้งหมด พาเราอิ่มท้องด้วยอาหารท้องถิ่นเลิศรส อิ่มใจด้วยวิวทะเลและชนบทอันแสนมีเสน่ห์ เป็นที่มาของชื่อ KAI มาจาก ทะเล และ RI มาจาก ชนบท นั่นเอง
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ KAIRI เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
ขบวนรถไฟมี 4 ตู้โดยสาร ตู้ที่ 1 เป็นที่นั่งคู่สองฝั่ง ถ้ามาหลายคนแนะนำให้จองตู้ที่ 2 จะได้ความไพรเวทขึ้นอีกหน่อย เป็นที่นั่งแบบโซฟาหันหน้าเข้าหากันนั่งได้ 4 คน และมีผนังกั้นจนดูเหมือนห้องส่วนตัว ตู้ที่สามเป็นตู้ขายของฝากและของกิน มีเบนโตะที่ทำขึ้นเป็นพิเศษจากวัตถุดิบท้องถิ่น ซึ่งจะมีจำกัดในแต่ละเที่ยว ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศของ KAIRI เต็มรูปแบบ ให้จองที่นั่งตู้โดยสารที่ 4 ซึ่งเป็นตู้ Dining ซึ่งทุกที่นั่งในตู้นี้จะมาพร้อมแพ็กเกจชุดอาหารตามฤดูกาลเสิร์ฟมาในกล่องสองชั้นดีไซน์หรูจากร้านอาหารเก่าแก่ของแถบนี้และเครื่องดื่มท้องถิ่น โดยจะมีพนักงานรถไฟคอยเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะ ขาไป (นีงาตะ-ซากาตะ) จะเป็นอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม ส่วนขากลับ (ซากาตะ-นีงาตะ) เป็นอาหารอิตาเลียน ได้ชิมเมนูหากินยาก พร้อมมองวิวนอกหน้าต่าง ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ริมทะเลเลยล่ะ
ภาพ: niigata-kankou.or.jp
รถไฟจะจอดที่สถานีคุวากาวะ (Kuwagawa Station) ราว 20 นาที อย่าลืมลงไปซื้อซอฟท์ครีม Sea of Japan รสเกลือทะเลมาชิมให้ได้ เพราะจะขายเฉพาะเวลาที่ขบวน KAIRI มาจอดเท่านั้น (11:24-11:44 น. และ 16:52-17:21 น.) อีกหนึ่งไฮไลท์ของขบวนถัดจากสถานีคุวากาวะ รถไฟจะชะลอขณะวิ่งไปตามแนวชายฝั่ง Sasagawa Nagare ให้ชมวิวน้ำทะเลสีฟ้าสวย หาดทรายขาว และแนวโขดหินรูปทรงแปลกตา
ปลายทางสถานีซากาตะ (Sakata Station) แล้วหาที่เที่ยวต่อ Sankyo-Soko Rice Storehouses Site โรงเก็บข้าวโบราณสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1893 ก็น่าสนใจ บางส่วนยังใช้งานจนถึงปัจจุบัน บางส่วนก็ถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เราแวะเวียนไปเรียนรู้ประวิติศาสตร์ ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองซากาตะ ถ้าไปช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงปลายกรกฎาคม ที่สวน Iimoriyama Park ก็เหมาะมากที่จะแวะไปฮานามิชมดอกไม้สวยๆ
Info
KAIRI
Route: ระหว่างสถานีนีงาตะ (Niigata Station) จังหวัดนีงาตะ ถึงสถานีซากาตะ (Sakata Station) จังหวัดยามากาตะ (11 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่ www.jreast.co.jp/e/joyful/kairi.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Niigata, Yamagata ฯลฯ
Note: บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ไม่สามารถใช้โดยสาร KAIRI ได้ แต่สามารถใช้เพื่อโดยสารรถไฟธรรมดาหรือรถไฟชินคันเซ็นไปจนถึงสถานีนีงาตะได้
10 POKÉMON with YOU Train | รถไฟโปเกมอน
ภาพ: East Japan Railway Company
ในเมื่ออีกหนึ่งภาพจำของญี่ปุ่นสำหรับเราคือ การ์ตูนคาแรคเตอร์ แล้วจะพลาด POKÉMON with YOU Train รถไฟคาแรคเตอร์โปเกมอนอันเป็นที่รักของคนทั่วโลกขบวนนี้ไปได้อย่างไร รถไฟโปเกมอนสีเหลืองสดใส เท่าที่สังเกตผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่พาเด็กๆ มานั่ง สมความตั้งใจที่ต้องการสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กในแถบโทโฮคุ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 2011
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ POKÉMON with YOU Train เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟโปเกมอนประกอบด้วย 2 ตู้โดยสาร ตู้แรกเป็นที่นั่ง แค่ก้าวเข้าไปก็เห็นความน่ารักสดใสอยู่ทั่วพื้นที่ ตั้งแต่พื้นทางเดินลายสายฟ้าหางของปิกาจู ผนัง เพดาน ราวจับ เบาะที่นั่งบุลายปิกาจูเป็นโทนสีเหลือง-น้ำตาลเข้าคู่กัน และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการโดยสาร อย่าลืมจองเบนโตะเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะของขบวน เขาจัดเซ็ตมาในถุงลายปิกาจูน่ารักน่าสะสมเป็นที่สุด แต่ต้องระวังว่าที่นั่งมีจำกัดจริงๆ ใครจะมาต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น
ภาพ: East Japan Railway Company
ส่วนอีกตู้เป็น Playroom ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านปิกาจูยังไงยังงั้น เพราะมีพี่น้องปิกาจูตัวใหญ่น้อยอยู่เต็มไปหมด ผนังห้องบุเบาะนุ่มๆ ให้เด็กเล่นสนุกอย่างอิสระและปลอดภัย ถ้าจะให้ครบตามสูตรที่ทางรถไฟจัดมา ก็อย่าลืมแวะประทับตราลายโปเกมอนน่ารักๆ และตามถ่ายรูปเล่นที่สถานีระหว่างทางด้วย ได้แก่ Ichinoseki, Surisawa, Semmaya และ Kesennuma
ภาพ: www.geibikei.co.jp
ในเส้นทางของรถไฟขบวนนี้ มีแต่แหล่งท่องเที่ยวดังที่น่าสนใจ เช่น ที่สถานีเกบิเค (Geibikei Station) มีให้ล่องเรือชมหุบเขา Geibikei Gorge, สถานีเคเซ็นนุมะ (Kesennuma Station) เป็นเมืองท่าริมทะเลน่าเดินเล่น แวะกินอาหารทะเลสดๆ เอาเป็นว่ามาไม่เสียเที่ยว ได้นั่งรถไฟสุดพิเศษ ได้กินของอร่อย ได้เที่ยวเล่นในสถานที่สวยๆ คุ้มแล้ว!
Info
POKÉMON with YOU Train
Route: ระหว่างสถานีอิจิโนะเซกิ (Ichinoseki Station) จังหวัดอิวาเตะ ถึงสถานีเคเซ็นนุมะ (Kesennuma Station) จังหวัดมิยากิ (7 สถานี)
Available Date: รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) และไม่ได้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดของนักเรียนทุกระดับชั้น (ช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูหนาว) ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่ www.jreast.co.jp/e/joyful/pokemon.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Sendai, Morioka ฯลฯ
Note: หากมี JR EAST PASS (Tohoku area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ POKÉMON with YOU Train ได้
11 SL Ginga | รถไฟสายทางช้างเผือก
เรารู้มาว่ารถไฟสายทางช้างเผือกเป็นชื่อวรรณกรรมขึ้นหิ้งของ มิยาซาวะ เคนจิ ที่ชาวญี่ปุ่นหลายคนชื่นชอบมาจนปัจจุบัน แต่เพิ่งจะมารู้ไม่นานมานี้ว่าโด่งดังจนถึงขนาดมีรถไฟที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมชิ้นนี้วิ่งรับส่งผู้คนอยู่ที่จังหวัดอิวาเตะชื่อ SL Ginga ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เขียนนั่นเอง ใครที่แพลนเที่ยวอิวาเตะปักหมุดขบวนนี้ไว้เลย
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ SL Ginga เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
ความน่าสนใจของ SL Ginga คือเป็นรถไฟจักรไอน้ำที่ยังใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน ด้านนอกของขบวนเป็นสีน้ำเงินตกแต่งด้วยดวงดาวสีทองดูสวยงาม ส่วนด้านในเป็นโทนสีแดงเลือดหมูในสไตล์วินเทจ ประกอบไปด้วย 4 ตู้โดยสาร ซึ่งเต็มไปด้วยผลงานของมิยาซาวะ มีการตกแต่งคล้ายกับรถไฟในวรรณกรรม มีไฟตะเกียง บานกระจกสเตนกลาสสีสวย ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ตู้โดยสารที่ 1 จะมีห้องท้องฟ้าจำลองเล็กๆ ให้เข้าไปชมได้
ภาพ: East Japan Railway Company
เส้นทางของรถไฟขบวนนี้ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง แต่ไม่ต้องกลัวจะเบื่อ เพราะรถไฟจะจอดที่สถานีโทโน (Tono Station) ราวหนึ่งชั่วโมงเพื่อเติมถ่าน จะลงไปถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกหรือเดินเล่นแถวๆ สถานีรอก็ได้ นอกจากนี้เราอยากบอกว่าเบนโตะในกล่องสวยที่ขายเฉพาะขบวนนี้อร่อยมาก เขาใช้วัตถุดิบดังๆ ของอิวาเตะมาปรุงอาหาร ซื้อได้ที่ตู้โดยสารที่ 4 ที่ตู้นี้ยังสามารถนำโปสการ์ดมาประทับตราและช็อปสินค้าลิมิเต็ดได้ ระหว่างทางที่รถไฟแล่นผ่านนอกจากจะเห็นวิวสวยๆ แล้ว ยังเห็นชาวบ้านโผล่หน้าจากหน้าต่างบ้าน บ้างยืนคอยเพื่อส่งยิ้มและโบกมือให้เราตลอดทาง เป็นภาพที่ดูน่ารักดี
ถึงปลายทางที่สถานีคามาอิชิ (Kamaishi Station) เมืองเงียบๆ แต่ก็แอบมีแหล่งท่องเที่ยวซุกซ่อนอยู่ เช่น ติดสถานีมีตลาดปลา Sun Fish Kamaishi ถ้าหิวก็พุ่งตัวไปกินอาหารทะเลสดๆ ได้เลย คาเฟ่สำหรับกินของหวานเบาๆ ก็มีเหมือนกัน ส่วนสายบุญต่อแท็กซี่ไปไม่เกิน 10 นาที มีวัด Kamaishi Daikannon Temple ตั้งอยู่บนเขาให้ได้ไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม ทั้งยังเป็นจุดชมวิวชายฝั่งซันริกุที่สวยปังอีกแห่งหนึ่งเลย แต่ถ้าใครนั่งย้อนไปลงอีกฝั่งที่สถานีฮานามากิ (Hanamaki Station) ก็มีที่เที่ยวอย่าง คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ให้แวะชม หรือจะไปเที่ยวที่เมืองโมริโอกะก็ต่อรถไฟไปใกล้มาก
Info
SL Ginga
Route: ระหว่างสถานีฮานามากิ (Hanamaki Station) ถึงสถานีคามาอิชิ (Kamaishi Station) จังหวัดอิวาเตะ (8 สถานี)
Available Date: ส่วนใหญ่รถไฟจะวิ่งวันละ 1 เที่ยว แต่ส่วนใหญ่วันเสาร์จะมีทั้งขาไปและขากลับ ส่วนวันอาทิตย์จะมีเฉพาะเที่ยวขากลับเท่านั้น ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่ www.jreast.co.jp/e/joyful/galaxysl.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Sendai, Morioka ฯลฯ
Note: หากมี JR EAST PASS (Tohoku area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ SL Ginga ได้
12 Resort Shirakami | รถไฟวิวทะเลมรดกโลก
ภาพ: East Japan Railway Company
มีคนเคยถามบ่อยๆ ว่าภูเขากับทะเลถ้าต้องไปเที่ยวสักที่จะเลือกอะไร แล้วทำไมต้องเลือกด้วย เพราะ Resort Shirakami เป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษที่เราสามารถเพลิดเพลินกับภูเขาและทะเลได้พร้อมๆ กัน และจะยิ่งมีความสุขขึ้นไปอีก เพราะวิวหาดของเทือกเขาชิราคามิ (Shirakami Sanchi) ที่เห็นนั้นเป็นความสมบูรณ์งดงามที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ Resort Shirakami เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
Resort Shirakami จะมีรถไฟทั้งหมด 3 ขบวน ได้แก่ Aoike, Kumagera และ Buna ขบวนที่เราเคยนั่งคือ Buna มีทั้งหมด 4 ตู้โดยสาร ภายในตกแต่งด้วยไม้บีชเป็นหลักสมชื่อขบวนบุนะที่แปลว่าไม้บีชนั่นเอง เนื่องจากเส้นทางรถไฟวิ่งเลียบทะเลเป็นส่วนใหญ่เลยอาจไม่ได้มีกิมมิกหวือหวา เน้นดื่มด่ำความสวยงามของธรรมชาติ แต่ที่น่าประทับใจคือภายในโอ่โถง โปร่งสบาย เก้าอี้สีสดใสมีขนาดกว้าง ทำให้ยืดเหยียดเท้าได้อย่างสบายใจ หน้าต่างก็ออกแบบมาให้กว้างพิเศษ เพื่อให้เพลินเพลินกับทิวทัศน์ได้แบบไม่มีอะไรกั้น
ภายในขบวนยังมีห้องส่วนตัวที่นั่งแบบ Box Seat ที่สามารถปรับเป็นเตียงให้นอนเกลือกกลิ้งได้อีกด้วย แม้จะเป็นเส้นทางนานราว 4 ชั่วโมง ก็ไม่ต้องกลัวจะเบื่อ ระหว่างทางมีการแสดงดนตรีสดให้ฟัง ลงไปถ่ายรูปเล่นที่หาดหินบริเวณสถานี Senjojiki หรือจะแวะไปชู้ตบาสที่ชานชาลาสถานี Noshiro ก็ยังมีเวลา ถ้าท้องเกิดร้องขึ้นมาขอให้เดินไปที่ตู้ 3 มีอาหาร เครื่องดื่ม ขนมนมเนย และของที่ระลึกต่างๆ ขาย กินไปชมวิวไป ไม่มีอะไรสุขใจไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
เส้นทางรถไฟขบวนนี้มีที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจเยอะมาก ลงฝั่งอาโอโมริ เมืองฮิโรซากิน่ารักดี สายหวานชอบแน่ เพราะมีร้านแอปเปิ้ลพายกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ถ้าไปตรงฤดู ห้ามพลาดกิจกรรมเก็บแอปเปิ้ลเลยเชียว ส่วนฝั่งสถานีอาคิตะก็เที่ยวสนุกมาก มีทั้งพิพิธภัณฑ์ ย่านการค้า วัดวา สวนสาธารณะสวยๆ ให้เที่ยวเล่นได้ทั่วเลย
Info
Resort Shirakami
Route: ระหว่างสถานีอาคิตะ (Akita Station) จังหวัดอาคิตะ ถึงสถานีอาโอโมริ (Aomori Station) จังหวัดอาโอโมริ (43 สถานี)
Available Date: ส่วนใหญ่รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) ให้บริการเกือบทุกวัน ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่ www.jreast.co.jp/e/joyful/shirakami.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่ง ณ ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Ueno, Shin-Aomori, Akita ฯลฯ
Note:
1.บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ Resort Shirakami ได้
2.วันให้บริการรถไฟที่แจ้งเป็นของขบวน Buna เพียงขบวนเดียว ส่วนขบวน Aoike และ Kumagera โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์
13 TOHOKU EMOTION | รถไฟภัตตาคารเคลื่อนที่ได้
ภาพ: East Japan Railway Company
เรารู้กันดีว่าอาหารญี่ปุ่นนั้นอร่อยถูกปากจนกลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก เราก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่ว่าจะมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งไหนก็ต้องตระเวนหาร้านอาหารอร่อยทุกที ทว่าครั้งนี้เราเจอร้านอาหารที่ไม่เพียงรสชาติดี แต่ยังพาคอนเซ็ปต์เก๋กรุบมาเสิร์ฟด้วยนั่นคือ TOHOKU EMOTION รถไฟภัตตาคารเคลื่อนที่ได้ ที่จะเสิร์ฟอาหารแสนอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่นโทโฮคุให้เราได้นั่งกินบนขบวน เคล้าทิวทัศน์ธรรมชาติสวยๆ ระหว่างเส้นทางจังหวัดฟุกุชิมะกับอิวาเตะ
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ TOHOKU EMOTION เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
ขบวนรถไฟสีขาวสะดุดตา ลวดลายด้านนอกเป็นเหมือนภาพวาด 2 มิติ ด้านใน 3 ตู้โดยสารดีไซน์เป็นโต๊ะและที่นั่ง มีทั้งห้องอาหารส่วนตัวในตู้ที่ 1, ห้องครัวแบบเปิด ซึ่งสามารถเดินมาชมเชฟปรุงอาหารได้อย่างใกล้ชิดที่ตู้โดยสารที่ 2 และตู้สุดท้ายเป็นห้องอาหารทั่วไปจุราว 20 ที่นั่ง มีเปิดเพลงคลอเบาๆ ให้บรรยากาศราวกับร้านอาหารหรู ทั้งยังเพิ่มระดับความสวยด้วยงานคราฟต์ท้องถิ่นฟุกุชิมะ
ภาพ: East Japan Railway Company
ขาไป จาก Hachinohe ไป Kuji เป็นคอร์สอาหารคาวแบบไฟน์ไดน์นิ่งจากวัตถุดิบตามฤดูกาลอันเลื่องชื่อของแถบนี้ มีออเดิร์ฟ ซุป จานหลัก และขนมอบ ส่วนขากลับจาก Kuji ไป Hachinohe จะเสิร์ฟขนมหวานแบบจัดเต็ม นอกจากได้ชิมสารพัดเมนูอร่อยแล้ว วิวชายฝั่งซันริกุที่เป็นเหมือนอาหารตาด้านนอกก็อร่อยไม่แพ้กัน มีจุดน่าถ่ายรูปมากมาย เช่น ชายฝั่งทาเนซาชิ หาดแสนสวยที่บริเวณชายฝั่งเป็นทุ่งหญ้าทอดยาว, ธงประมง Tairyo-bata พลิ้วไสวริมทะเลที่เป็นสัญลักษณ์ว่าโซนนี้จับปลาได้มากที่สุด ฯลฯ
ขอแนะนำจากใจว่าไปนั่งทั้งทีก็จองทั้งไป-กลับเลยเถอะ คุ้มเวลา 4 ชั่วโมงแน่นอน! แถมยังได้เที่ยวหลายเมือง เช่น ฝั่งสถานีฮาจิโนเฮะ (Hachinohe Station) เกาะคาบุชิมะที่อยู่ริมชายฝั่งทาเนซาชิก็น่าไปเที่ยว ที่นี่มี Kabushima Shrine ซึ่งโด่งดังเรื่องขอพรเรื่องการค้าขายและงานในวงการบันเทิง ส่วนฝั่งสถานีคุจิ (Kuji Station) ต้องไปที่ Jodogahama Beach หาดสวยแปลกตาด้วยโขดหินทรงแหลมที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในทิวทัศน์สุดเลิศของญี่ปุ่น มีกิจกรรมเดินเทรล ล่องเรือดูถ้ำ ถ่ายรูปสวยชัวร์ๆ
Info
TOHOKU EMOTION
Route: ระหว่างสถานีฮาจิโนเฮะ (Hachinohe Station) จังหวัดอาโอโมริ ถึงสถานีคุจิ (Kuji Station) จังหวัดอิวาเตะ (5 สถานี)
Available Date: ส่วนใหญ่รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) ให้บริการในวันศุกร์ เสาร์-อาทิตย์ จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่ www.jreast.co.jp/e/joyful/tohoku.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่ง ณ ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Ueno, Sendai, Shin-Aomori, Morioka ฯลฯ โดยราคาจะเปลี่ยนแปลงไปตามเมนูอาหารที่เสิร์ฟในวันนั้นๆ
Note: บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ไม่สามารถใช้โดยสาร TOHOKU EMOTION ได้ แต่สามารถใช้เพื่อโดยสารรถไฟธรรมดา รถไฟชินคันเซ็นไปจนถึงสถานีคุจิหรือฮาจิโนเฮะได้
14 Resort Asunaro | รถไฟชมธรรมชาติสวยของอาโอโมริ
ภาพ: East Japan Railway Company
อีกหนึ่งขบวนรถไฟท่องเที่ยวในเส้นทางจังหวัดอาโอโมริที่มีจุดประสงค์ให้ผู้โดยสารได้ปลีกตัวออกจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย แล้วมาผ่อนคลายไปกับกับการชมทิวทัศน์ธรรมชาติสวยอลังการเป็นหลัก ใครที่มีแพลนไปเที่ยวอาโอโมริแล้วอยากหารถไฟนั่งชมวิวไปเรื่อยๆ เราว่า Resort Asunaro ขบวนนี้น่าสนใจทีเดียว วิวอ่าวมุตสึ (Mutsu Bay) ภูเขาโอโซเระ (Mt. Osore) และทัศนียภาพทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุที่เห็นระหว่างทางนั้นสวยงามน่าประทับใจจริงๆ
คลิกเพื่ออ่านเกี่ยวกับ Resort Asunaro เพิ่มเติม
ภาพ: East Japan Railway Company
รถไฟให้บริการ 2 ตู้โดยสาร รองรับผู้โดยสารได้ 78 ที่นั่ง เบาะนุ่มๆ หมุน และปรับเอนได้ ทุกที่นั่งมีพื้นที่วางขาค่อนข้างกว้าง ทำให้เรายืดเหยียดได้สบาย ไม่เมื่อย มองออกไปด้านข้างเป็นหน้าต่างกว้างให้มองวิวได้แบบจัดเต็ม
ภาพ: East Japan Railway Company
ไฮไลท์ของขบวนนี้คือ Observation Room บริเวณด้านหลังคนขับสำหรับชมวิวโดยเฉพาะ บริเวณนี้จะมีโซฟา และม้านั่ง ซึ่งช่วยให้มองเห็นวิวได้ทั้งด้านหน้าขบวนและหน้าต่างด้านข้างแบบพาโนรามาเลย
ภาพ: aomori-tourism.com
ไม่ต้องกังวลว่านั่งรถไฟขบวนนี้แล้วไม่มีที่ไปต่อ เพราะตามเส้นทางรถไฟนั้นก็มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ที่สถานีชิโมคิตะ (Shimokita Station) สามารถนั่งบัสต่อไปยังภูเขาโอโซเระ 1 ใน 3 ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น ด้านบนนี้มีวัดพุทธดังชื่อวัดโบไดจิ (Bodai-ji Temple) มีจุดชมวิว น้ำพุร้อน และมีที่พักสำหรับคนที่อยากค้างคืน ส่วนฝั่งสถานีฮาจิโนเฮะ (Hachinohe Station) เส้นทางเดินป่าเลียบลำธารโออิราเสะ นั้นเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับคนอินธรรมชาติที่พลาดไม่ได้เลย
Info
Resort Asunaro
Route: ระหว่างสถานีฮาจิโนเฮะ (Hachinohe Station) ถึงสถานีโอมินาโตะ (Ominato Station) จังหวัดอาโอโมริ (6 สถานี)
Available Date: ส่วนใหญ่รถไฟจะวิ่งวันละ 1 รอบ (ไป-กลับ) ส่วนใหญ่จะให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนสำรองที่นั่งแนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเดินทางก่อนที่ www.jreast.co.jp/e/joyful/asunaro.html
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้น หากมีบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) สามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ล่วงหน้าฟรีได้ทางเว็บไซต์ eki-net.com ก่อนไป 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR EAST Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Hachinohe, Shin-Aomori ฯลฯ
Note: หากมี JR EAST PASS (Tohoku area) ใช้สำรองที่นั่งรถไฟ Resort Asunaro ได้
เราว่าทุกคนจะไม่มีทางเบื่อญี่ปุ่นแน่นอน เพราะเขาขยันนำเสน่ห์ของพื้นที่ต่างๆ มาสรรค์สร้างเป็นขบวนรถไฟสุดพิเศษให้เราได้ตื่นเต้นเสมอ ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วมองหาที่เที่ยวและกิจกรรมใหม่ๆ หรือมีโอกาสไปเที่ยวในคันโต นากาโน่ นีงาตะ โทโฮคุ โซนใกล้ๆ กับที่ รถไฟ JR Joyful Trains ทั้ง 14 ขบวน ให้บริการ ก็อย่าพลาดเลือกขบวนที่สนใจ แล้วลองไปสัมผัสบรรยากาศใหม่ที่อาจสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
รถไฟ Joyful Trains รถไฟ Joyful Trains รถไฟ Joyful Trains