โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“ปลาย่ำสวาท” เลี้ยงในกระชังอวนแบบธรรมชาติ เกาะช้าง จังหวัดตราด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 20 ก.ค. 2567 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2567 เวลา 08.14 น.

“ปลาย่ำสวาท” หรือ “ปลากะรังจุดฟ้า หรือปลากุดสลาด” เป็นปลาที่หายาก มีรสชาติอร่อยสุดยอด เป็นที่ต้องการของตลาดภายในและต่างประเทศ ปัจจุบัน ที่เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก จังหวัดตราด บริเวณชายฝั่งทะเลเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะรังจุดฟ้าในกระชังธรรมชาติ 5-6 แห่ง โดยเกาะช้างจะเป็นแหล่งที่เลี้ยงมากที่สุด การเลี้ยงใช้ลูกพันธุ์ธรรมชาติ เพราะการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ลูกปลาเชิงพาณิชย์ทำได้ยาก จึงทำให้ราคาปลาย่ำสวาท สูงถึงกิโลกรัมละ 900-1,200 บาท ด้วยรสชาติความอร่อยของเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาดิบ ซาซิมิที่ขึ้นชื่อ ทุกวันนี้มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงหน้ากระชัง และรวมทั้งบรรดาร้านอาหารบนเกาะช้างนำไปทำเมนูรับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชาวประมงพื้นบ้านได้ดีทีเดียว

บ้านด่านใหม่ คลองสน เกาะช้าง

เลี้ยงมานาน ร่วม 30 ปี

ผู้ใหญ่เนรมิตร นพวรรณ หรือ ผู้ใหญ่มิตร อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 2 บ้านด่านใหม่ ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด วัย 50 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 และผู้เลี้ยงปลากะรังจุดฟ้า หรือชาวบ้านมักเรียกกันสั้นๆ ว่า ปลากะรัง เล่าว่า เดิมครอบครัวทำประมงพื้นบ้าน สวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนทุเรียน การเลี้ยงปลากะรังจุดฟ้าเป็นอาชีพเสริมตั้งแต่รุ่นพ่อ ส่วนตัวเองเลี้ยงต่อมาร่วม 30 ปี เลี้ยงในพื้นที่เป็นชายฝั่งทะเลเกาะช้างที่บ้านด่านใหม่ (เดิมชื่อ บ้านด่านเก่า) มีพื้นที่บังลม คลื่นลมไม่แรง ปัจจุบันที่เกาะช้างมีชาวบ้านเลี้ยงกัน หมู่ที่ 2 บ้านด่านใหม่ หมู่ที่ 3 บ้านคลองสน 2-3 ราย ที่เลี้ยงกัน 10-30 กระชัง และที่บางเบ้า สลักเพชร เจ๊กแบ๊ เลี้ยงกันไม่มาก 2-3 ราย ด้วยข้อจำกัดที่ พื้นที่เลี้ยงจะจำกัดตามที่เคยเลี้ยงดั้งเดิมกันมาก่อนประกาศเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จะขยายออกไปอีกไม่ได้ ลูกพันธุ์ปลาธรรมชาติมีน้อย การเลี้ยงค่อนข้างยาก และต้องใช้เวลา 12-16 เดือน กว่าจะโตจับขายได้

เลี้ยงกระชังอวนธรรมชาติ 12-16 เดือน

น้ำสะอาด ไหลเวียน ดูแลเป็น

ผู้ใหญ่มิตร เล่าว่า เดิมทีเดียวเลี้ยงปลากะรัง 70-100 ตัว เพราะมีทุนน้อย หาปลาเหยื่อมาให้กินเอง พอเริ่มเลี้ยงไปได้ 2 ปี เริ่มมีทุน มีพ่อค้ามาซื้อ จึงขยายกระชังเลี้ยงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยซื้อลูกพันธุ์ปลา และปลาเหยื่อจากชาวประมงในหมู่บ้าน ปัจจุบันเลี้ยงอยู่ 10 กระชัง ติดกันเป็นแปลงของพี่ชาย 30 กระชัง เป็นพื้นที่ของพ่อเคยเลี้ยงมาก่อน วิธีการเลี้ยงด้วยกระชังอวนนั้นมีส่วนประกอบ 4-5 ข้อ คือ

1) สภาพพื้นที่เลี้ยงชายฝั่งทะเลระยะความลึก ประมาณ 1.5-2 เมตร เพื่อให้กระชังปลาได้อยู่อย่างเหมาะสมกับระดับน้ำขึ้นน้ำลงเป็นบริเวณแหล่งน้ำสะอาด น้ำไหลเวียน แปลงที่เลี้ยงแบ่งเป็นช่องๆ เพื่อแขวนกระชังอวนและเว้นระยะช่องด้านหัวอวนให้เรือเข้าไปให้อาหารปลาได้ทุกกระชัง

2) การทำกระชังอวน ขนาด 4×4 เมตร หรือ 4 ลูกบาศก์เมตร ทำหูอวนนำไปมัดแขวนไว้กับเสาปูนแปลงที่เลี้ยงปลา กระชังต้องมีฝาปิดเพราะถ้าหูกระชังขาดปลาจะกระโดดออก กระชังลูกหนึ่งจะมีอายุใช้งานเป็น 10 ปี กระชังใหม่ๆ ก่อนปล่อยลูกปลาต้องนำไปแช่น้ำให้ตะไคร่น้ำเกาะเส้นอวนอ่อนก่อน 3 วัน จะได้ไม่คมบาดลูกปลา

3) การปล่อยลูกพันธุ์ปลากะรัง ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม นำลูกพันธุ์ปลากะรังตามธรรมชาติปล่อยในกระชัง อัตรากระชังละ 100-150 ตัว

4)การให้อาหาร เหยื่อเป็นปลาแป้น หรือลูกปลาสดๆ ตัวเล็กๆ วันละ 1 ครั้ง เลือกตอนช่วงเวลาน้ำขึ้นเพราะปลาจะลอยตัวมาฮุบเหยื่อ

และ

5) การจับขาย ประมาณ 12-16 เดือน เมื่อปลาโตได้ขนาดตัวละ 7 ขีด ถึง 1 กิโลกรัม จะจับขาย โดยใช้สวิงช้อนใส่ตะกร้าลอยน้ำลากเข้ามาในฝั่ง พ่อค้าที่รับซื้อจะมีถังน้ำให้ออกซิเจนใส่ปลาเป็นๆ ไป

ปัญหาลูกพันธุ์หายาก

อัตราการตาย 20% เลี้ยงไม่ง่าย

ผู้ใหญ่มิตร เล่าถึงปัญหาการเลี้ยงปลากะรัง ว่า

ปัญหาแรกคือ ลูกพันธุ์หายาก ต้องรับซื้อจากชาวประมงที่ออกไปดักลอบจากทะเลรอบเกาะช้าง หรือบริเวณชายฝั่ง ปลาจะอยู่บริเวณปะการังน้ำตื้น ตามซอกหิน เมื่อดักลอบมาจะมีปลากะรังจุดฟ้าปะปนมาบ้าง ได้ครั้งละ 3-4 ตัว ขนาดตัวละ 2-4 ขีด กิโลกรัมละ 400-500 บาท ต้องแยกใส่กระชังเลี้ยงตามขนาด เพื่อจะได้ทยอยเลี้ยงมีขายตลอดปี

2) การให้อาหาร ปริมาณจะเพิ่มตามขนาดปลา ต้องสังเกตว่าปริมาณแค่ไหนปลาจะอิ่ม ดูจากความไวการฮุบเหยื่อ ถ้าช้า แสดงว่าเริ่มอิ่ม เหยื่อ ใช้ปลาแป้นตัวเล็กๆ สดๆ ที่ชาวบ้านวางอวนแล้วติดมา กิโลกรัมละ 10 บาท นำมาเก็บไว้ในถังน้ำแข็งให้สด

3) ปัญหาน้ำเสีย สังเกตว่าถ้าจับลูกปลาเล็กๆ อายุ 2-3 เดือน บริเวณที่มีแมงกะพรุนเข้ามามาก มาขังไว้ก่อนลงกระชังจะตายง่าย รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้ปลาตายก่อนครบกำหนดจับขายได้เป็นความเสียหายประมาณ 20%

“ปลากะรังไม่ใช่เลี้ยงง่าย ต้องใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านหมั่นคอยสังเกตดูอาการของปลากะรังที่เลี้ยงและแก้ปัญหาไป อย่างการให้อาหารถ้าฮุบเหยื่อเร็วก็ไม่อิ่ม ต้องเพิ่มเหยื่อ หรือบางครั้งปลาโตหัวแข็งเรียกหัวตะกั่ว เวลาแย่งเหยื่อหัวชนกัน ทำให้บาดเจ็บตัวปลาพองลม ต้องคัดออกมาขายไปเป็นๆ ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท ลดกว่าราคาปกติกว่าครึ่ง หรือเลี้ยงไปมีตายในกระชังไม่ทราบสาเหตุเราต้องรีบเก็บออกไปหมักทำปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ไว้ 1 ปีไว้ใช้เอง ให้ปุ๋ยผลไม้ดีมาก เปรียบเทียบการตายเลี้ยง 1,000 ตัว จะจับขายได้ 800 ตัว คือสูญเสียไป 20% ถ้าเสียหายตอนตัวใหญ่รายได้จะเหลือน้อย” ผู้ใหญ่มิตร กล่าว

ราคากิโลกรัมละ 900-1,200 บาท

ผู้ใหญ่มิตร เล่าถึงราคาปลากะรังจุดฟ้า ว่า เป็นราคาที่สูงตั้งแต่กิโลกรัมละ 900 บาท เคยพุ่งสูงถึง 1,200 บาท เพราะกลุ่มลูกค้าที่บริโภคเป็นกลุ่มคนมีเงิน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ซึ่งระยะหลังๆ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ร้านอาหาร โรงแรม มีการซื้อไปทำเมนูอาหารปลาดิบซาซิมิ หรือเมนูอื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวทาน จึงขายให้ในท้องถิ่นบ้างแต่แค่ร้านละ 3-4 ตัว แต่ช่วง 1-2 ปี มีปัญหาโควิด-19 ไม่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศเข้ามาไทยและในเกาะช้าง รวมทั้งคนไทยเข้ามาเที่ยวเกาะช้างด้วย ทำให้ราคาลดลงบ้างเหลือกิโลกรัมละ 900-950 บาท ซึ่งราคาต่ำกว่านี้จะขาดทุน ต้นทุนจากกระชังอวน ตกลูกละ 2,000-3,000 บาท ต้องลงมือทำเอง อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป แต่ต้องดูแลซ่อมตลอด การลงทุนแต่ละงวดใช้ต้นทุนประมาณกระชังละ 10,000 บาท มีค่าใช้จ่าย ค่าลูกพันธุ์ปลากิโกรัมละ 500 บาท ลูกปลาแป้นที่ให้อาหาร กิโลกรัมละ 10 บาท และต้องมีเวลาดูแลให้อาหารวันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง เป็นต้นทุนที่สูงและมีอัตราการตายถึง 20% ใช้เวลานานปีเศษจึงจะโตขายได้ ต้องเลี้ยงป็นรายได้เสริมจากอาชีพหลักทำสวน ทำประมง ทำกันได้เพราะมีพื้นที่ทำประมงอยู่ด้วย และอาศัยชาวประมงในหมู่บ้านหาลูกพันธุ์ อาหารเหยื่อได้สะดวก

ตลาดรับซื้อดี

พ่อค้าคนกลางออเดอร์

ก่อนหน้านี้มีพ่อค้ามาซื้อ 4-5 ราย บางรายมาให้เลี้ยงส่ง แต่เลือกที่ทำการซื้อขายง่ายๆ สบายใจ ถูกใจ ไม่โลภ ตอนนี้มีเจ้าประจำรายเดียว เมื่อมีออเดอร์พ่อค้ามาจะจับตามจำนวนนั้น ปลาในกระชังที่เลี้ยงไว้ 10 กระชัง ประมาณ 800-1,000 ตัว โตไม่เท่ากัน เมื่อมีออเดียวของพ่อค้ามาครั้งละ 100-150 ตัว ต้องเลือกจับปลาที่ได้ขนาดตัวละ 7 ขีด ถึง 1 กิโลกรัม ที่เหลือเลี้ยงต่อให้โต วิธีการจับต้องใช้สวิงช้อนจากกระชังอวนใส่ตะกร้าอวนลากลอยน้ำเข้ามาฝั่ง พ่อค้าจะเตรียมถังน้ำใส่ออกซิเจนเตรียมขนส่งปลาเป็นๆ ไปส่ง มีบ้างที่ร้านอาหาร โรงแรมบนเกาะช้างมาซื้อไปทำอาหารให้นักท่องเที่ยวในช่วง 1-2 ปี เพราะ ททท.สำนักงานจังหวัดตราด จัดทำประชาสัมพันธ์ แต่มาชะงักไปบ้างช่วงโควิด-19

ทั้งนี้ แนวความคิดการเลี้ยงปลากะรังจุดฟ้าในเชิงพาณิชย์ คุณอรัญญา อัศวอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดตราด กล่าวว่า การเพาะขยายพันธุ์ปลากะรังจุดฟ้าเชิงพาณิชย์ ทั้งๆ ที่เป็นปลาอัตลักษณ์ของจังหวัดตราด ปัญหาอยู่ที่การหาพ่อแม่พันธุ์ น้ำหนักขนาด 3 กิโลกรัม มาทดลองเป็นเรื่องยาก ทั้งๆ ที่สภาพพื้นที่จังหวัดตราด เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก อยู่ในสภาพเหมาะสม น้ำไหลเวียนสะดวก ปริมาณน้ำเค็มพอเหมาะ 25 ppt

ทั้งนี้ แนวความคิดการเลี้ยงปลากะรังจุดฟ้าในเชิงพาณิชย์ คุณอรัญญา อัศวอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดตราด กล่าวว่า การเพาะขยายพันธุ์ปลากะรังจุดฟ้าเชิงพาณิชย์ ทั้งๆ ที่เป็นปลาอัตลักษณ์ของจังหวัดตราด ปัญหาอยู่ที่การหาพ่อแม่พันธุ์ น้ำหนักขนาด 3 กิโลกรัม มาทดลองเป็นเรื่องยาก ทั้งๆ ที่สภาพพื้นที่จังหวัดตราด เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก อยู่ในสภาพเหมาะสม น้ำไหลเวียนสะดวก ปริมาณน้ำเค็มพอเหมาะ 25 ppt

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปลาย่ำสวาท” เลี้ยงในกระชังอวนแบบธรรมชาติ เกาะช้าง จังหวัดตราด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...