Temu ภัยเงียบอันน่าสะพรึง.!!
หลังเปิดตัวที่“มาเลเซีย” และ “ฟิลิปปินส์”ได้เพียงไม่ถึงขวบปี ล่าสุดTemu แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติจีน เริ่มเข้ามาเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ ในประเทศไทย แต่สร้างความฮือฮาด้วยส่วนลดสูงมากถึง 90% เฉกเช่นเดียวกับที่มีการเปิดตัว 2 ประเทศ ในกลุ่มอาเซียนข้างต้น ภายใต้สโลแกน Shop like a billionaireที่ต้องการสื่อสารให้ผู้ช้อปปิ้งออนไลน์รู้สึกเป็นเศรษฐีพันล้าน
กล่าวคือด้วยปกติผู้ซื้อจะมีงบประมาณ (Budget) อยู่ในใจ เมื่อต้องซื้ออะไรแบบมีเพดาน (Limitation) ว่าต้องไม่เกินเท่าไหร่ แต่ด้วย USP หรือ Unique Selling Points = “Price Strategy ราคาถูกและดีที่สุด”ของ Temu ต้องการให้บรรดาขาช้อปรู้สึกว่า “งบการช้อปปิ้งเราไม่มีข้อจำกัด”
จุดเด่นของ Temu ที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภทโดยตรงจากผู้ขายชาวจีน ในราคาที่ถูกพิเศษ ในบางครั้งลดราคาสูงสุดถึง 99% กลยุทธ์การลดราคาพิเศษแบบสายฟ้าแลบ ทำให้ Temu สามารถดึงดูดลูกค้าได้จำนวนมากผ่านการติดต่อซัพพลายเออร์โดยตรง และจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าโดยไม่ผ่านบุคคลที่สาม
กลยุทธ์ Temu มุ่งเน้นหากลุ่มลูกค้า 3 กลุ่มหลัก..นั่นคือ..
กลุ่ม Inter-Consumersคือลูกค้าที่ซื้อสินค้าต่างประเทศบ่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบช้อปสินค้าจาก Aliexpress และ Amazon ที่เป็น Cross border e-Commerce platforms (CBEC)
กลุ่ม Early adopter & Price sensitive audiencesคือลูกค้าที่พร้อมเปลี่ยนที่ซื้อสินค้าหรือร้านค้า หากราคาดี ถูก และตรงใจ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ชอบซื้อผ่าน Tiktok ด้วย Basket size average ที่ระดับ 300-400 บาท เนื่องจากตัดสินใจง่าย ลองก่อน ถ้าพอใจจะสั่งซื้อเพิ่ม
กลุ่ม Daily Online Shoppers ที่ซื้อสินค้าบ่อย ๆ ผ่าน Shopee/Lazada/ Social medias อื่น ๆ กลุ่มที่เปลี่ยนใจช้าสุด เพราะมีร้านและแพลตฟอร์มที่ซื้อแบบเคยชินและพอใจอยู่แล้ว (User experiences satisfaction) หาก Temu เปลี่ยนใจกลุ่มนี้ได้จะได้ลูกค้าที่เป็น Royalty customers อีกด้วย
โดย Temuก่อตั้งปี 2022 ภายใต้กลุ่มพาณิชย์ระดับโลก PDD Holdingsที่ก่อตั้งโดย Colin Huangมหาเศรษฐีชาวจีนวัย 43 ปี หรือที่รู้จักกันในฐานะผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซและ Pinduoduo แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังในจีน ที่อยู่ภายใต้ PDD Holdings เช่นกัน
ช่วงแรก Temuเริ่มเปิดให้บริการที่สหรัฐฯ ช่วงปี 2022 จากนั้นตามด้วยแคนาดา, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ช่วงปี 2023 ต่อมา Temu เริ่มขยายให้บริการโซนยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ช่วงปลายปี 2023
แม้ว่า Temu จะมีการเปิดตัวแบบเงียบ ๆ แต่ได้สร้างกระแสฮือฮาเป็นอย่างมาก และถือเป็นการเขย่าวงการอีคอมเมิร์ซอีกครั้ง หลัง Temu ใช้กลยุทธ์หั่นราคาสินค้าอย่างหนัก เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานและขยายส่วนแบ่งในตลาดมากที่สุด
นี่จึงกลายเป็นการตอกย้ำความกังวลว่า “สินค้าจีนไหลทะลักไทย” เฉกเช่นเดียวกับธุรกิจสัญชาติจีนอื่น ๆ ที่เข้ามาเปิดตัวในไทยและกินรวบส่วนแบ่งการตลาด จนกลายเป็นผู้เล่นรายหลักไปในที่สุด..!!
แต่ดูเหมือนว่า..รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพาณิชย์ ยัง “ตาบอดคลำช้าง”ตามโลกไม่ทันแบบนี้ ดูท่าทางผู้ประกอบการของไทย คงต้องลำบากอีกแน่นอน..!!
เล็กเซียวหงส์