โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่ากลยุทธ์ ธุรกิจครอบครัว ผ่านมุมมอง 2 ทายาทเทคโนแก๊ส-แม่ทองสุก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ต.ค. 2567 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2567 เวลา 03.28 น.

แชร์เคล็ดลับบริหาร ธุรกิจครอบครัว จากผู้บริหารยุคใหม่ทายาทรุ่น 2 “กฤตนัน สนธิจิรวงศ์” ลูกคนเล็กผู้กุมบังเหียน เทคโนแก๊ส - “กีรดิต หิรัณยศิริ” ทายาทรุ่น 3 “แม่ทองสุก” ล้างภาพจำ “ลูกคนโตต้องสืบทอดกิจการ” ในงานสัมมนา The Successor : Sustaining Family Legacy สานต่อธุรกิจครอบครัว หัวข้อ “เคล็ดลับบริหารธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืน” จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567

การถ่ายทอด ธุรกิจครอบครัว จากรุ่นสู่รุ่นในยุคก่อน“ลูกคนโต” มักจะถูกวางตัวในเข้ามารับช่วงต่อกิจการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันสมาชิกคนอื่นในครอบครัวมักจะไม่อยากเข้ามามีส่วนในธุรกิจครอบครัวจากแรงกดดันที่ต้องทำงานภายใต้เงาพ่อ แม่ ปู่ ย่า แต่ในยุคปัจจุบัน “ธุรกิจครอบครัว” แบบแผนเดิม ๆ ในอดีตกำลังถูกคลื่นลูกใหม่ปฏิวัติ

ล้างทฤษฏี “ลูกคนโต” ต้องสืบทอดกิจการ

[caption id="attachment_135494" align="aligncenter" width="1200"]

กฤตนัน สนธิจิรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะซิกเนเจอร์ เเบรนด์ จำกัด[/caption]

เดอะซิกเนเจอร์ เเบรนด์ (SBO) ธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว“Tecnogas” แบรนด์ดังจากอิตาลี มากว่า 35 ปี ปัจจุบันถูกส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาบริหารต่อภายใต้การกุมบังเหียนของ “กฤตนัน สนธิจิรวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะซิกเนเจอร์ เเบรนด์ จำกัด ลูกชายคนเล็กของครอบครัว โดยมีพี่ชายและพี่สาวคอยซัพพอร์ตเบื้องหลัง

ภายใต้การนำของ Generation ปัจจุบัน Tecnogas สามารถขยายกิ่งก้านสาขาผ่านโมเดิร์นเทรดไปมากกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ

“กฤตนัน” ย้อนเส้นทางการรับไม้ต่อธุรกิจครอบครัวแบบล้างโมเดลเก่าที่มองว่า “ลูกคนโตต้องเป็นคนสืบทอดกิจการ” ว่า

“ผมเป็นลูกคนเล็กแต่เข้ามานั่งในตำแหน่ง CEO ได้เพราะในครอบครัวมีการพูดคุยตกลงกันว่าใครอยากจะทำอะไร ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่าจะต้องเป็นผมที่เรียนบริหารธุรกิจมาโดยตรง และเข้ามาช่วยธุรกิจตั้งแต่เรียนจบทำให้มีความเข้าใจในธุรกิจมากกว่า เพราะฉะนั้นการที่เป็นผมขึ้นมานั่ง CEO จะทำให้ธุรกิจราบรื่นในช่วงนั้น แต่การกระโดดจาก Training มาเป็น CEO เลย คุณพ่อ-คุณแม่จึงต้องเป็น supporter ดูหลังบ้านและถ่ายทอดความรู้ให้ กลายเป็นการทำงานเป็นทีมในครอบครัวเพื่อให้ผมมีความพร้อมที่สุดที่จะเข้ามาคุมทั้งหมด

โจทย์ยากคือทำอย่างไรให้ลูกน้องให้เกียรติและให้ความเคารพ โดยเฉพาะผู้บริหารที่เป็น C-Level ของบริษัทหรือคนเก่าคนแก่ที่เห็นเราตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ทำก็คือจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าแม้ว่าเราจะอายุยังน้อยประสบการณ์ไม่เยอะแต่เรามีความตั้งใจ ในช่วงแรก ๆ เราอาศัยการทำงานอย่างหนักให้คนในบริษัทเห็นว่าเรามีความพยายามไม่ใช่ขึ้นมานั่งตำแหน่งเล่น ๆ ”

ย้อนกลับไปในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ “กฤตนัน” มีแผนดัน SBO เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ พร้อมกับเริ่มวางระบบกว่า 3 ปี แม้ว่าท้ายที่สุดแผนดังกล่าวจะถูกพับเก็บไป แต่ระบบที่เป็นมืออาชีพยังได้ไปต่อ

“ตอนที่เราเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ เราลงทุน ลงเงินไปมากพอสมควรในการดึง Professional ทุก ๆ ด้านเข้ามาเซ็ตระบบ จนทำให้ทุกวันนี้บริษัทมีความมั่นคงระดับหนึ่ง และตอนนี้เราก็อาศัยระบบเหล่านี้มาต่อยอดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ระบบก็ยังเข้มงวดเท่า ๆ กับตอนที่เราเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ”

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของธุรกิจครอบครัว คือการให้ผลตอบแทนที่ไม่สมเหตุสมผล ทำให้หลาย ๆ ครอบครัวประสบปัญหาทายาทไม่อยากเข้ามาทำธุรกิจครอบครัว ในส่วนของ SBO มีการปรับโครงสร้างให้ เป็น Professional โดยจ่ายผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาดแรงงาน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพขององค์กรว่าทำกำไรได้มากน้อยแค่ไหน

“ลูก ๆ แต่ละคนจะมี KPI ของตัวเอง ขึ้นกับตำแหน่งงานที่ตัวเองรับผิดชอบ System ที่ดีจะสร้าง Config เพราะมีสิ่งที่เราตกลงกันไว้แล้ว นอกจากนี้เรามีการคัดเลือกคนนอก โดยเฉพาะ C-Level ที่เก่ง ๆ เข้ามาช่วยทำให้ธุรกิจเติบโต เพราะลำพังครอบครัวพี่น้อง 3 คน ไม่สามารถทำทั้งหมดได้อยู่แล้ว

Family Business อาจจะไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกบ้าน แต่ละบ้านมี Culture ที่แตกต่างกัน แต่หลายหลักการณ์ก็สามารถนำปรับใช้ในครอบครัวได้ แต่สิ่งที่จำเป็นต้องมีเพื่อรันธุรกิจครอบครัวให้สมบูรณ์คือ “ความให้เกียรติกัน” เพราะเมื่อทำงานกับคนในครอบครัว มักจะมี Emotional ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นวิธีการคุยกับคนในครอบครัว กับคุยกับพนักงานก็ไม่เหมือนกัน ถ้าสามารถหาวิธีให้ทุกคนในครอบครัวเห็นพ้องตรงกันได้ก็จะลดการกระทบกระทั่งกัน”

“แม่ทองสุก” วางตัวสืบทอดกิจการตามคาแรคเตอร์ของทายาท

[caption id="attachment_135510" align="aligncenter" width="667"]

ธุรกิจครอบครัว

กีรดิต หิรัณยศิริ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก[/caption]

“กีรดิต หิรัณยศิริ” รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก หนึ่งในทายาทที่มีบทบาทสำคัญในการคุมทัพ “ห้างทองแม่ทองสุก” ในบริบทใหม่ เปิดเผยบนเวทีเดียวกันว่า “ห้างทองแม่ทองสุก” ก่อตั้งขึ้นในยุค “อาม่า อำไพวรรณ หิรัณยศิริ” เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ตั้งต้นจากการทำธุรกิจ “ร้านทองตู้แดง” ที่วงเวียนใหญ่และเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ ก่อนที่รุ่น 2 คุณพ่อ-คุณแม่ “นายแพทย์กฤชรัตน์ - อัปสร หิรัณยศิริ” เข้ามารับไม้ต่อ และปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 3 ได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารธุรกิจครอบครัวด้วย

“คุณพ่อมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลมองว่า “ทองคำ” ในอนาคตจะเป็น “สินทรัพย์เพื่อการลงทุน” เราจึงเติบโตจากการเป็นร้านทองตู้แดง ขยับมาเป็นทางเลือกของการลงทุน ปัจจุบัน “ห้างทองแม่ทองสุก” เป็นธุรกิจทองคำครบวงจร มีหน้าร้าน ขายส่งให้กับร้านทองทั่วประเทศ และมีโรงงานผลิตของเราเอง เรามีระบบเทรดดิ้งขายทองออนไลน์และบริการออมทอง มีมูลค่าธุรกิจหลัก “แสนล้านบาท”* ปีนี้ด้วยราคาทองสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีแนวโน้มที่รายได้ของเราจะไปแตะ “ล้านล้านบาท” ซึ่งเป็นเป้าหมายที่รุ่น 2 ตั้งไว้ให้ลูก ๆ 3 คนใน Generation 3 ทำงานร่วมกันเพื่อพาธุรกิจให้เดินหน้าต่อ”*

“กีรดิต” แชร์ประสบการณ์การรับส่งไม้ต่อธุรกิจครอบครัว “ห้างทองแม่ทองสุก” เพิ่มเติมว่า ในครอบครัวจะมีการพูดคุยและตกลงกันภายใน โดยคุณพ่อคุณแม่จะเป็นที่ปรึกษาและวางตัวการสืบทอดกิจการตามคาแรคเตอร์ของลูกแต่ละคน “พี่ชายคนโต” ถนัดคอมพิวเตอร์และไอที ก็ถูกวางตัวให้ดูแลระบบ Trading ส่วนตัวเป็น “ลูกคนกลาง” มีความเฟรนด์ลี่เข้ากับคนได้ดี ช่วงแรกจึงถูกส่งไปดูการตลาดและดูแลสาขา ส่วน“น้องสาว” เป็นคนเข้มงวดและละเอียดจึงเป็นคนคุมเงินทั้งหมดของบริษัท

อย่างไรก็ตาม“กีรดิต” ยอมรับว่าการทำงานร่วมกันกับคนในครอบครัวมีทั้งการพูดคุยที่ดีบ้างทะเลาะกันบ้าง ดังนั้นจึงต้องมีกลยุทธิ์ในการบริการทั้งธุรกิจและครอบครัว โดยจะคุยเรื่องงานในที่ทำงานเท่านั้น ส่วนที่บ้านจะพูดคุยเฉพาะเรื่องของสารทุกข์สุกดิบเท่านั้น และกฏเหล็กของบ้านคือไม่ให้เขยหรือสะใภ้เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจครอบครัวโดยเด็ดขาด

“บ้านเราจะไม่ให้เขยหรือสะใภ้มาช่วยงานที่บ้าน เพราะธุรกิจ “ห้างทองแม่ทองสุก” เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง เราไม่รู้ว่าความน่าเชื่อใจของคนที่เข้ามาในครอบครัวมีมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวจะไม่มีสิทธิ์มาเปิดเซฟได้ แต่จะให้การซัพพอร์ตอย่างเต็มที่หากเขยหรือสะใภ้อยากทำธุรกิจ”

อย่างไรก็ตามแม้ว่าปัจจุบัน“ห้างทองแม่ทองสุก” จะยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ก็ใช้ระบบของ“บริษัทมหาชน” ทั้งการบริหารจัดการภายใน การจ่ายผลตอบแทนที่เหมาะสมตามตำแหน่ง การจ้างมืออาชีพด้านการลงทุนคนนอกเข้ามาช่วยธุรกิจ แต่ในส่วนของการผลิตทองคำซึ่งเป็นอาชีพเฉพาะ จะใช้การดันคนในองค์กรที่มีประสบการณ์เยอะขึ้นมาเป็น C-Level แทน

“เราเคยมีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจบางอย่างจึงต้องหยุดชะงักไปก่อน และหันมาทำ ESG ทำธุรกิจให้โปร่งใสและยึดมั่นธรรมาภิบาลที่หนักแน่น เพราะทองคำไม่ว่าจะซื้อขายผ่านหน้าร้านหรือออนไลน์ “เราขายบนความน่าเชื่อถือ” ถ้าบริษัทไม่มีความน่าเชื่อถือก็ยากที่จะไปต่อได้

ทองคำเป็นสินค้า Community ราคาปรับขึ้นมา 26% แต่ปัจจุบันทองคำไม่ว่าจะซื้อแม่ทองสุกหรือซื้อที่ไหนก็ตามก็คือสินค้าเดียวกัน โจทย์คือจะทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาซื้อเรา

นอกจากนี้เราตั้งเป้าที่จะใช้ทองคำที่ผลิตจากการรีไซเคิล 100% รวมทั้งร่วมงานกับธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ในการให้ความรู้เรื่องการลงทุนในทองคำ ซึ่งเรามีเครื่องมือการลงทุนค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่การเทรดดิ้ง, การซื้อทองคำแท่ง, ซื้อขาย Gold Futures ทั้งเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ, ทองคํารูปพรรณ,ทองคำแท่ง และระบบออมทอง ผ่านพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ สิ่งที่เราอยากทำคือทำให้ธุรกิจของมั่นคง เพราะทองคำมีค่าขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งธุรกิจโปร่งใสก็ยิ่งทำงานง่ายขึ้น”

พร้อมกันนี้ทายาทรุ่นที่ 3 “ห้างทองแม่ทองสุก” ปิดท้ายแนวคิดในการบริหารธุรกิจครอบครัวว่า ทำบางสิ่ง - รักบางคน - ทนบางอย่าง พร้อมขยายความว่า “ทำบางสิ่ง” เราเป็นธุรกิจครอบครัวเราจะเลือกทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด เก่งที่สุด“รักบางคน” เราจะต้องเลือกรักคนในครอบครัวมากกว่า“ทนบางอย่าง” ปัจจุบันคนมีความอดทนน้อย แน่นอนคนในครอบครัวมักมีปากเสียงกันตลอดเวลาบาง ดังนั้นเราต้องมีความอดทนในสิ่งที่เราไม่ถูกใจ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...