โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : กระชากหน้ากาก 'พี.ดิดดี้' เจ้าพ่อเพลงแร๊พ เผยด้านมืดสุดช็อกสะท้านวงการเพลง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 02.53 น.
FILE PHOTO AP

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: กระชากหน้ากาก ‘พี.ดิดดี้’ เจ้าพ่อเพลงแร๊พ เผยด้านมืดสุดช็อกสะท้านวงการเพลง

ก่อนหน้านี้หลายคนอาจรู้จัก ฌอน โคมส์ หรือ พี.ดิดดี้ และ พัฟ แดดดี้ ในฐานะเจ้าพ่อวงการเพลงฮิพฮอพและโปรดิวเซอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน วัย 54 ปี ผู้มีอิทธิพลในวงการเพลงมานานหลายสิบปี แต่ล่าสุด หลายคนอาจรู้จักโคมส์ในฐานะผู้ต้องหาที่ถูกฟ้องจากศาลรัฐบาลกลางใน 3 ข้อหาหนัก อาทิ สมคบกันฉ้อโกง การค้ามนุษย์ทางเพศ และการขนส่งเพื่อค้าประเวณี ทำลายชื่อเสียงของตัวเองที่สั่งสมมานานกว่า 30 ปีในวงการเพลงแร๊พจากจุดสูงสุดของอาชีพสู่นักโทษชายคดีหนัก เราลองกลับมาย้อนดูไทม์ไลน์ของเรื่องราวทั้งหมดของอดีตเจ้าพ่อเพลงแร๊พสู่นักร้องที่ฉาวโฉ่ที่สุดในโลกตอนนี้

ฌอน โคมส์ เป็นชาวรัฐนิวยอร์ก จุดเริ่มต้นในเส้นทางสายดนตรีของเขามาจากการเป็นเด็กฝึกงานให้กับค่ายเพลงUptown Records เขาลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาทำงานในค่ายเพลงแบบเต็มเวลา แต่เรื่องสลดได้เกิดขึ้นในปี 1991 เมื่อเขาเป็นคนร่วมโปรโมทการแข่งขันบาสเกตบอลดาราและคอนเสิร์ตที่ City College of New York มีผู้ชมเข้ามาร่วมงานเกือบ 5,000 คนในโรงยิมที่จุคนได้เพียง 2,730 คนทำให้ผู้คนเหยียบกันจนมีผู้เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 29 คน สำนักงานนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กชี้ว่าโคมส์จ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ไม่มีประสบการณ์ แต่เขาและทนายความยืนกรานว่าโคมส์ไม่มีส่วนรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยในงาน เขารอดการถูกดำเนินคดี

ต่อมา โคมส์ก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองชื่อ Bad Boy Records มีนักร้องชื่อดังในสังกัดอย่าง the Notorious B.I.G Faith Evans และ Ma$e รวมถึงทำเพลงของตัวเอง รีมิกซ์เพลงให้กับนักร้องคนอื่นๆ เช่น มารายห์ แครี และ เจนนิฟอร์ โลเปซ และเคยร่วมงานกับนักร้องคนดังอย่าง แมรี เจ ไบลจ์ และ อัชเชอร์ โคมส์เคยได้รับรางวัลแกรมมี่ 3 ครั้ง ไต่เต้าให้เขากลายเป็นเจ้าพ่อในวงการเพลงฮิพฮอพและขยายไปทำธุรกิจต่างๆ เช่น แบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Sean John เขายังเป็นสุดยอดนักจัดงานปาร์ตี้แห่งวงการฮอลลีวู้ดที่ชื่อ ไวท์ ปาร์ตี้ ที่เหล่าคนดังอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสนุก แต่ “พัฟ แดดดี้” ที่หลายคนรู้จักยังมีเบื้องหลังอันดำมืดที่ปิดบังอยู่

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2023 แคสแซนดรา เวนทูรา นักร้องอาร์แอนด์บีที่เป็นอดีตนักร้องในสังกัดและแฟนสาวของโคมส์ที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปี ได้ยื่นฟ้องร้องคดีแพ่งโดยอ้างว่าโคมส์ข่มขืนและทำร้ายร่างกายเธอมานานหลายปี พร้อมทั้งกล่าวหาว่าโคมส์และผู้ถูกกล่าวหาคนอื่นๆ ว่าค้าประเวณี ค้ามนุษย์ และล่วงละเมิดทางเพศ การยื่นฟ้องร้องได้พูดถึงการที่เวนทูราและโคมส์ทะเลาะกันที่โถงทางเดินในโรงแรมแห่งหนึ่งในเดือนมีนาคม 2016 ซึ่งโคมส์ได้กระชาก ทุบตี และปาแจกันแก้วใส่เธอ แต่เพียง 1 วันหลังจากนั้น โคมส์และเวนทูราได้ยอมทำความตกลงนอกศาล และโคมส์ปฏิเสธข้อกล่าวหา

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพราะหลังจากนั้นมีเหยื่ออีกหลายคนออกมาฟ้องร้องโคมส์และพวกว่าล่วงละเมิดทางเพศ ค้าประเวณี ถูกบังคับให้เสพยาเสพติด บางคนถูกถ่ายวิดีโอขณะโดนล่วงละเมิดทางเพศและนำไปโชว์ให้คนอื่นดู หลายคนมีอายุไม่ถึง 20 ปี เช่น จอย ดิกเกอร์สัน-นีล ผู้หญิงที่เคยปรากฎตัวในมิวสิควิดีโอของโคมส์ฟ้องว่าถูกโคมส์วางยาและล่วงละเมิดทางเพศในปี 1991 ในขณะที่เธอยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้หญิงอีกคนยื่นฟ้องโคมส์ว่าเธอถูกค้าประเวณี ถูกโคมส์กับพวกรุมข่มขืนเมื่อเธออายุ 17 ปี โดยให้เธอรับสารเสพติดและแอลกอฮอล์ปริมาณมากก่อนถูกข่มขืน นายรอดนีย์ โจนส์ โปรดิวเซอร์เพลงเล่าว่าถูกบังคับให้ซื้อบริการทางเพศและร่วมกิจกรรมทางเพศ เขาถูกโคมส์พยายามล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์กับชายอีกคนโดยบอกว่า “นี่เป็นเรื่องปกติของวงการเพลง” โจนส์ยังเล่าว่าถูกโคมส์ข่มขู่และเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผสมยาเสพติดให้กับแขกในงานปาร์ตี้ที่บ้าน แม้จะถูกฟ้องร้องจากเหยื่อหลายคนแต่เขาไม่เคยยอมรับผิดเลยและอ้างว่าถูกฟ้องเพื่อเรียกเอาเงิน

เรื่องราวต่างๆ ที่ไม่ดีของโคมส์เริ่มเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนมากขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (เอชเอสไอ) ได้บุกค้นบ้านพักของโคมส์ในลอสแอนเจลิสและไมอามีในการสืบสวนการค้าประเวณี โดยพบยาเสพติด วิดีโอ และต้องผงะเมื่อพบเบบี้ ออยล์และเจลหล่อลื่นมากกว่า 1,000 ขวด เจ้าหน้าที่ยังยึดปืนพร้อมกับกระสุนที่บ้านพักของโคมส์ และในเดือนพฤษภาคมมีการเปิดเผยภาพวงจรปิดในโรงแรมขณะที่โคมส์ทำร้ายร่างกายเวนทูราในปี 2016 ทำให้โคมส์ดิ้นไม่หลุดในข้อหาว่าทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาวจนเขาต้องออกมากล่าวขอโทษในเวลาต่อมา

ท้ายที่สุด เจ้าพ่อเพลงแร็พคนนี้ก็ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมคาโรงแรมในนครแมนฮัตตันเมื่อวันที่ 16 กันยายน เอกสารคำฟ้องระบุว่าโคมส์เป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมที่มีส่วนร่วมในการค้ามนุษย์ทางเพศ บังคับใช้แรงงาน การขนส่งเพื่อค้าประเวณี ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ลักพาตัว วางเพลิง ติดสินบน และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม เอกสารคำฟ้องระบุว่าโคมส์มีพฤติกรรมทำร้าย ข่มขู่ และบีบบังคับผู้หญิงและคนรอบตัวนานให้สนองความปรารถนาทางเพศ ปกป้องชื่อเสียง และปกปิดพฤติกรรมของเขามานานหลายสิบปี

โคมส์จัดกิจกรรมทางเพศที่เรียกว่า Freak Offs โดยเขาจะให้พรรคพวกจองโรงแรมและใช้อำนาจชื่อเสียงในการล่อลวงเหยื่อผู้หญิงโดยการให้ยาเสพติด ให้เงิน และรับปากว่าจะสนับสนุนเรื่องหน้าที่การงานของเหยื่อและหลอกให้เหยื่อรัก แล้วจัดหาคนขายบริการทางเพศมาจากรัฐอื่นๆ แจกจ่ายยาเสพติดให้แก่คนที่มาร่วมงานปาร์ตี้เพื่อให้มีเพศสัมพันธ์และทำให้พวกเขา “อยู่ในความเชื่อฟัง” โคมส์จะถ่ายวิดีโอของกิจกรรม Freak Offs ที่อาจกินเวลาเป็นวันๆ เอาไว้เพื่อใช้กดดันไม่ให้เหยื่อออกมาเปิดปากแฉพฤติกรรมของเขา บางครั้งยังมีการนำอาวุธออกมาข่มขู่เหยื่อและพยาน โคมส์ยังติดสินบนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมไม่ให้เข้ามาขัดขวางกิจกรรมทางเพศดังกล่าว หากศาลตัดสินว่าผิดจริง โคมส์จะถูกจำคุก 15 ปีหรือจำคุกตลอดชีวิต

โคมส์ปฏิเสธข้อหาต่างๆ อีกครั้ง ผู้พิพากษาไม่ให้เขาได้รับการประกันตัวเพราะโคมส์อาจไปยุ่งเกี่ยวกับพยานและอาจหลบหนีได้ เขากลายเป็นบุคคลในวงการเพลงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางเพศ เป็นการปิดฉากชีวิตที่เต็มไปด้วยชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ และเซ็กส์ของเจ้าพ่อแร๊พเปอร์ผู้นี้ที่ทิ้งความเจ็บปวด บาดแผลให้กับเหยื่อหลายคน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : กระชากหน้ากาก ‘พี.ดิดดี้’ เจ้าพ่อเพลงแร๊พ เผยด้านมืดสุดช็อกสะท้านวงการเพลง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...