“กลุ่มบิทคับ” รุกคืบสู่วงการ AI ภายใต้บริษัทใหม่ `บิทคับ มูนช็อต`
กลุ่มบิทคับ รุกคืบสู่วงการ AI ภายใต้บริษัทใหม่ บิทคับ มูนช็อต
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ส.ค. 66 18:21 น.
กลุ่มบิทคับ ขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) จัดตั้งบริษัท บิทคับ มูนช็อต จำกัด พร้อมเปิดตัว BITKUB AI นำร่องพัฒนาบริการแก่ลูกค้า บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ เช่น ออโต้ KYC ในหลักวินาที
โดย BITKUB AI เป็นโพรดักส์แรกของ บริษัท บิทคับ มูนช็อต จำกัด ซึ่งก็ได้พัฒนาร่วมกับพันธมิตรที่สองผู้ร่วมก่อตั้งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนานในวงการ AI และ Blockchain อย่างบริษัท ไทย จีพีที จำกัด (ThaiGPT) ซึ่ง ThaiGPT เองก็มีบริษัท บิทคับ เวนเจอร์ จำกัด ในเครือบิทคับร่วมลงทุนอยู่ด้วย
บิทคับ มูนช็อต ไม่ได้มีแค่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ยังให้บริการผลิตแอปพลิเคชันบนบล็อกเชน (dApp) และการพัฒนาแพลตฟอร์มระดับองค์กรทั้งในหน่วยงานราชการและภาคเอกชน โดยจะเน้นการให้บริการใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Consultation, Tech Partner และ Turnkey Solution
การเปิดตัว Bitkub AI ในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำ Conversational AI ที่สร้างบน ThaiGPT อีกทั้งยังเป็นการขยายและส่งเสริมเครือข่ายการพัฒนาทางเทคโนโลยีใหม่ให้กับประเทศ พร้อมทั้งผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าว
พร้อมกับเผยว่า เหตุผลที่กลุ่มบิทคับเลือกที่จะเดินทางเข้าสู่วงการ AI ในครั้งนี้ เนื่องจาก AI จะกลายมาเป็นตัวแปรที่สำคัญในยุคเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Technology) รวมไปถึงการปฏิวัติดิจิทัลสีเขียว (Digital Green Revolutions) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคน ไม่ควรมองข้าม
แม้กระทั่ง Professor Klaus Schwab ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum ยังกล่าวว่า ธีมหลักของการจัดงาน World Economic Forum ในปี 2567 มุ่งเน้นไปในประเด็นของ AI เนื่องจาก AI จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลก พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการทำงาน
ยิ่งไปกว่านั้น AI จะเข้ามามีบทบาทในการเข้าถึงชุดทักษะเชิงวิชาชีพ (Technical Skills) ในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า 44% ของทักษะความสามารถ (Skill Sets) ของคนทั้งหมด จะไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า ประชากรทั้งโลกมีแนวโน้มจำเป็นต้องกลับไปเรียนเพื่อยกระดับชุดความรู้ใหม่ ๆ (Reskill & Upskill)
นางสาวเนาวรัตน์ ธรรมสวยดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ เวนเจอร์ จำกัด เผยเหตุผลที่เข้าลงทุนกับ ThaiGPT เนื่องจากเชื่อมั่น AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
พร้อมกับเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถของสองผู้ก่อตั้ง ThaiGPT ได้แก่ นายแพทย์ ภาณุทัต เตชะเสน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางโปรแกรมเมอร์โดยเฉพาะด้านภาษา AI และนายโดม เจริญยศ มีความเชี่ยวชาญทางโปรแกรมเมอร์ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน และสิ่งที่ ThaiGPT ได้ทำไปแล้ว คือ การพัฒนาภาษาไทยใน AI
ใน 2 ปีที่ผ่านมา บิทคับ เวนเจอร์ ลงทุนมาแล้วประมาณ 10 โครงการ โดยเน้นไปที่การเพิ่มกรณีศึกษาให้กับ บริษัท บิทคับ บล็อกเชน เทคโนโลยี จํากัด แต่การลงทุนใน ThaiGPT ในครั้งนี้เรามองถึงภาพรวมที่จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัทบิทคับทั้งหมด โดยโครงการนำร่องที่เราจะนำมาใช้ จะเกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่ลูกค้าของ บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น นางสาวเนาวรัตน์ กล่าว
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย Chatchaya Angkhulee เรียบเรียง โดย Chatchaya Angkhulee
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ