โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อียู” ขึ้นแน่กำแพงภาษี EV จีน สงครามราคาในไทยส่อเดือด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 16.38 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 04.33 น.

ยุโรปเอาแน่ตามแห่ขึ้นกำแพงภาษีสกัดรถ EV จีน โดยอาจดันสูงถึง 55% จากเดิมตั้งเป้าขึ้น 30% เพราะปีที่แล้วรถจีนกวาดยอดขายสูงถึง 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ “ซีไอเอ็มบี ไทย” ห่วงทะลักเข้าอาเซียนและไทย มีสิทธิเกิดสงครามราคาขึ้นมาอีก ด้านดีลเลอร์รถวอนรัฐเข้ามาดูแล

ความคืบหน้าปัญหาเทรดวอร์ หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากประเทศจีนสูงถึง 100% จากเดิมเก็บที่ 25% ทำให้มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่กำลังพิจารณาอัตราภาษีนำเ้ข้าอีวีจีนอาจปรับขึ้นกำแพงภาษีมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ โดยก่อนหน้านี้ บริษัทวิจัย โรเดียม กรุ๊ป คาดการณ์ว่า สหภาพยุโรปจะกำหนดอัตราภาษีอีวีจีน 30% แต่ถ้าเก็บอัตรานี้จะยังไม่สามารถกีดกันรถยนต์จีนได้ เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ในจีนมีความได้เปรียบด้านต้นทุนอย่างมาก โรเดียมมองว่า อียูจำเป็นต้องเก็บภาษีในอัตรา 40-55% จึงมากพอจะทำให้อีวีจีนไม่สนใจเข้าไปทำตลาดยุโรป

ภาษีสหรัฐกดดันยุโรปขึ้นตาม

หลังจากที่สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน จากอัตรา 25% เพิ่มเป็น 100% เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คาดการณ์ว่า จะกดดันให้สหภาพยุโรปต้องขึ้นภาษีอีวีจีนสูงกว่าที่คิดไว้ เนื่องจากจีนจะรุกส่งออกไปยังตลาดนอกสหรัฐมากขึ้น ซึ่งสหภาพยุโรปเป็นตลาดใหญ่ที่อีวีจีนทำผลงานได้ดีอยู่แล้ว จะยิ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญขึ้น

“ยานมี่ ซี่” นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์จากยาเวคัล รีเสิร์ช วิเคราะห์ว่า การขึ้นภาษีของหสรัฐ เพื่อกีดกันจีนให้มีส่วนร่วมน้อยที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสีเขียว ทำให้สหภาพยุโรปเป็นตลาดพัฒนาแล้วขนาดใหญ่แห่งเดียวที่จีนเหลืออยู่ ซึ่งจีนต้องพยายามรักษาไว้

เบนเข็มจากยุโรปทะลักอาเซียน

“จอช ลิปสกี” ผู้อำนวยการอาวุโส และ “โซเฟีย บุช” ผู้ช่วยผู้อำนวยการของสถาบันคลังสมอง “แอตแลนติก เคาซิล” ในสหรัฐ วิเคราะห์ว่า การขึ้นภาษีอีวีจีนของสหรัฐมีความหมายว่า จีนอาจเพิ่มการส่งออกไปยังตลาดอื่นที่ไม่ใช่สหรัฐ และนั่นอาจสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อพันธมิตรของสหรัฐ โดยเฉพาะสหภาพยุโรป

จากการคาดการณ์แนวโน้มว่าอีวีจีนเข้าตลาดยุโรปได้ยากขึ้น จึงคาดการณ์ต่ออีกว่า จีนอาจเบนเข็มหาตลาดอื่นทดแทน ซึ่งจะทำให้อีวีจีนจะทะลักเข้ามาอาเซียนมากกว่าเดิม เพราะถ้าเทียบผลกระทบทางอ้อมของการขึ้นภาษีอีวีจีนของสหรัฐกับยุโรปที่มีต่ออาเซียน ผลกระทบจากกรณีของยุโรปจะมากกว่า

เนื่องจากสหภาพยุโรป เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน โดยในปี 2023 รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน (ทั้งแบรนด์จีนและแบรนด์ต่างชาติ) ส่งเข้าไปในยุโรปเป็นมูลค่า 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองส่วนแบ่งตลาด 37% ของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าทั้งหมดในยุโรป และครองส่วนแบ่ง 19% ของตลาดรถยนต์รวมในยุโรป ขณะที่อีวีจากจีนส่งเข้าไปสหรัฐสัดส่วนเพียง 1-2% ของการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐ

เตือนรับมืออีวีจีนทะลักไทย

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมีความเสี่ยงที่จะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบภาคการส่งออกของไทยที่อาจหดตัวได้ หากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ดี กรณีที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าอีวีจีนขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 100% อาจทำให้สหภาพยุโรป ซึ่งมีมาตรการสกัดกั้นอีวีจีนอยู่แล้ว อาจปรับขึ้นกำแพงภาษีสูงขึ้นตาม เนื่องจากสหภาพยุโรปถือเป็นตลาดหลักที่อีวีจีนมีการส่งออกไปในหลายประเทศ

“เมื่ออีวีจีนเข้าไปทำตลาดในอียูไม่ได้ คาดค่ายต้องระบายสต๊อกเข้ามาในอาเซียนและประเทศไทย ทำให้มีโอกาสที่อีวีจีนจะเข้ามาถล่มราคาในไทยอีกระลอก อาจเห็นการปรับลดราคาลงอีกคันละ 1-2 แสนบาท เหมือนที่เคยมีการดัมพ์ราคากันมาแล้วในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จะกระทบตลาดรถยนต์ทั้งระบบ”

หวั่นสงครามราคาเดือดอีก

แหล่งข่าวดีลเลอร์รถ EV แบรนด์ใหญ่กล่าวกับประชาชาติธุรกิจว่า กรณีอเมริกา-ยุโรป รุมตั้งกำแพงภาษีรถ EV จีน เชื่อว่าอนาคตรถ EV จีนน่าจะทะลักเข้ามายังโซนอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลให้เงินอุดหนุนส่งเสริมการใช้รถ EV สิ่งที่จะเกิดตามมาคงหนีไม่พ้นสงครามราคาและน่าจะรุนแรงมากขึ้น

“หากจำได้ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรถ EV จีนแบรนด์ดังรายหนึ่งมีปัญหาไม่สามารถส่งจากจีนไปขายในบางประเทศโซนเอเชีย-แปซิฟิก รถลอตนั้นหลุดเข้ามาบ้านเราก็เล่นเอาช่วงนั้นแต่ละแบรนด์ถล่มราคากันอุตลุด และไม่เฉพาะจีนเท่านั้น ยังดึงญี่ปุ่นที่ขายรถกลุ่มไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริด เข้าไปร่วมทำสงครามราคาด้วย เพราะทุกคนก็ต้องเอาตัวให้รอด”

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ประเด็นนี้อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแล เพราะทุกวันนี้การแข่งขันสำหรับรถ EV ในบ้านเราก็หนักหนาอยู่แล้ว ตอนนี้บ้านเรามีรถจีนเกือบ 10 แบรนด์ ยังไม่รวมที่เตรียมจะเปิดตัวอีก 1-2 แบรนด์ ดังนั้นถ้าปล่อยไปโดยไม่ควบคุมธุรกิจน่าจะมีปัญหา

เทรดวอร์ไม่กระทบฐานผลิตไทย

สำหรับความกังวลถึงผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ต่อฐานการผลิตรถยนต์ในไทย นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ไม่ได้ส่งผลต่อนักลงทุนค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่เข้ามาลงทุนในไทยทั้งแง่บวกและแง่ลบ

จากการประเมินในระยะสั้นช่วงปีนี้ที่ค่ายอีวีจีนมาประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตามเงื่อนไขของมาตรการอีวี 3.0 นั้น แผนตามที่เป็นอยู่คือการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายในประเทศก่อนเริ่มผลิตในปีนี้ โดยจะเป็นรถพวงมาลัยขวาเป็นหลัก ซึ่งโอกาสการส่งออกไปสหรัฐค่อนข้างน้อย เพราะตลาดรถยนต์ที่สหรัฐอเมริกาเป็นพ่วงมาลัยซ้าย ถ้าจะส่งออกไปสหรัฐต้องปรับอะไหล่ให้เหมาะกับตลาดที่จะส่งออก

นอกจากนี้ ไทยยังไม่มี FTA กับสหรัฐ ทำให้การส่งออกโดนภาษีอยู่ ในขั้นต้นจึงคิดว่า ต้องศึกษาก่อนเพื่อความชัดเจนและปัจจุบันมองว่า ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งแง่บวกและแง่ลบจากสงครามการค้าระหว่างทั้งสองประเทศมหาอำนาจนี้

ยังไม่มั่นใจย้ายฐานมาไทย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้งว่าจะกระทบส่วนไหนบ้าง แต่กรณีค่ายรถจากจีนจะย้ายฐานผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐ มาไว้ที่ไทยนั้น อาจต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าด้วยหรือไม่ เพราะสหรัฐใช้รถยนต์พวงมาลัยซ้ายเป็นหลัก ขณะที่รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเป็นรถยนต์พวงมาลัยขวา

เช่นเดียวกับ นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า MG เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยนั้น เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่จะใช้เป็นฐานผลิตรถ EV และ XEV พวงมาลัยขวา เพื่อรองรับการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนและประเทศที่ใช้พวงมาลัยขวาเป็นหลักเท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อียู” ขึ้นแน่กำแพงภาษี EV จีน สงครามราคาในไทยส่อเดือด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...