โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแผนช่วยเกษตรกรไทยรับมือวิกฤตโลกร้อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2567 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2567 เวลา 09.52 น.

เปิดแผนช่วยเกษตรกรไทยรับมือวิกฤตโลกร้อน

วันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ไทยติดอันดับ 1 ใน 8 ประเทศที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดของโลก ความเปลี่ยนแปลงและแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ สร้างผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ผลผลิตเสียหาย ทั้งจากภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม ขณะที่การแข่งขันเพื่อเข้าสู่ยุคคาร์บอนต่ำเริ่มทวีความสำคัญยิ่งขึ้นต่อการรักษาโครงสร้างการผลิตที่มีอยู่ กรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) จึงต้องปรับแผนรับมือ และรักษาการเติบโตของภาคเกษตรไทยเอาไว้ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า แนวทางการพัฒนาสู่ยุคคาร์บอนต่ำเพื่อรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศ เพื่อปรับตัวเพื่อรับมือกับความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ในระยะยาว และการวางแผนเพื่อจัดการและเตรียมการรับมือการเปลี่ยนผ่านไปยุคคาร์บอนต่ำ ที่จะสามารถช่วยประเทศไทยลดต้นทุนที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศลงได้อย่างมาก โดยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้

สำหรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อเตรียมรับมือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางเป้าหมายไว้ 2 ด้าน ได้แก่ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลดผลกระทบหรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งวิธีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร คือการปรับวิธีการผลิตการเกษตรให้เหมาะสม

เช่น การปรับวิธีการด้วยเทคโนโลยี 4 ป. +1 IPM โดยการปรับหน้าดิน ให้น้ำเปียกสลับแห้ง ใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับค่าดินที่ได้จากการวิเคราะห์ค่าดิน แปรสภาพฟางและตอซัง การใช้วิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน และการลดการเผาในพื้นที่เกษตร

ทั้งนี้ แต่ละกิจกรรมการผลิตสินค้าเกษตรจะมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาแตกต่างกัน ทั้งในแง่ชนิดก๊าซและปริมาณ เช่น กิจกรรมการปลูกข้าวจะมีการปล่อยก๊าซมีเทนมากที่สุด รวมถึงก๊าซไนตรัสออกไซด์จากกิจกรรมการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในภาคเกษตร เป็นต้น

กรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนการลดผลกระทบหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการจัดตั้งศูนย์ประมวลและวิเคราะห์สถานการณ์ภัยพิบัติ (ด้านเศรษฐกิจ ด้านโรคแมลงศัตรูพืช และด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก) ระดับส่วนกลาง เพื่อดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2566-2570 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

และสอดคล้องตามเป้าหมายที่ประเทศกำหนด รวมทั้งดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น โดยการรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการเผาแปลงเพาะปลูกไปใช้วิธีอื่น รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบว่าเกษตรกรที่ไม่ให้ความร่วมมือจะถูกตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือชดเชยต่าง ๆ จากภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด และข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้น

ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านการเกษตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2566-2570 มีการวางเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Carbon Emission) ซึ่งมีประเด็นการพัฒนาที่กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมเป็นหน่วยงานดำเนินการ เช่น

1. ส่งเสริมการทำประกันภัยผลผลิตทางการเกษตร เริ่มดำเนินการในพืช 2 ชนิด คือ ข้าวนาปี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2.ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของเกษตรกร โดยดำเนินการผ่านโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง โครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ เพื่อการประหยัดทรัพยากรและลดการสูญเสีย (Food Loss) เป็นต้น

3.ส่งเสริมการผลิตพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสมและสอดคล้องกับประเภทของดินและความเพียงพอของน้ำ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีหมุนเวียน ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนส่งเสริมการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ซึ่งการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการ “4 ถูก” คือ ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา ถูกวิธี เป็นการใช้ปุ๋ยตามความต้องการของพืช การใช้ปุ๋ยแบบผสมผสานทั้งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง

โดยดำเนินการผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จำนวน 882 ศูนย์ทั่วประเทศ และมีแอปพลิเคชั่น “รู้ดินรู้ปุ๋ย” เป็นตัวช่วยแนะนำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและตามความต้องการของพืชได้ง่ายขึ้น ส่งเสริมการใช้แหนแดงเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร เพื่อเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ และเพิ่มการตรึงและดูดใช้ธาตุอาหารโดยเฉพาะไนโตรเจน

4.ส่งเสริมสนับสนุนการลดการเผาเพื่อเก็บเกี่ยวและจัดการแปลงด้วยการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ดำเนินการศึกษาและทดสอบเทคโนโลยีและรูปแบบการปรับตัวของเกษตรกร เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การไม่เผาในพื้นที่การเกษตร

อาทิ การทดสอบเทคโนโลยี และรูปแบบการนำแนวทาง 3R Model มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร และการทดสอบระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าข้าวโพดอาหารสัตว์เพื่ออากาศสะอาดร่วมกับภาคเอกชนผู้รับซื้อ รวมถึงการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตรระดับอำเภอและระดับตำบล ซึ่งดำเนินการแล้ว 4,857 ชุด ออกปฏิบัติการกว่า 8,289 ครั้ง

นายพีรพันธ์ กล่าวอีกว่า นับเป็นโอกาสและความท้าทายที่กรมส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยส่งเสริมพัฒนาทักษะเกษตรกรให้สามารถใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก ภาคเกษตร ด้วยการทำเกษตรที่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (Climate Smart Agriculture)

“ภารกิจท้าทายของกรมส่งเสริมการเกษตร ในการมุ่งพัฒนาเกษตรกรให้สามารถใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ด้านพืช เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีหมุนเวียน จะช่วยให้ประเทศไทยรวมทั้งภาคเกษตร สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement 2015) ซึ่งประเทศไทยจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 30-40 ภายในปี 2573 และพร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแผนช่วยเกษตรกรไทยรับมือวิกฤตโลกร้อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...