โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดทางสู้ ก้าวไกล ในคดียุบพรรค จังหวะก้าวต่อไป แตกสาขาพรรคใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2567 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2567 เวลา 07.18 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

พลพรรคก้าวไกล เตรียมตัวนับถอยหลังสู่หลักประหารทางการเมือง เป็นคำรบ 2

หลังจากก่อนหน้านี้เคยเผชิญเข้าสู่แดนประหารมาแล้ว 1 ครั้ง สมัยพรรคอนาคตใหม่ ก่อนมาเป็นพรรคก้าวไกล

เป็นคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเข้าลักษณะกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า คดีของพรรคก้าวไกล จะเสร็จก่อนเดือนกันยายนนี้

พรรคก้าวไกลจึงเหลือเวลาไม่ถึง 60 วัน ในการสู้คดี

ก้าวไกลตั้งหลักสู้ยุบพรรค

บนเส้นทางอันตราย พรรคก้าวไกลได้แถลงข้อต่อสู้ปมยุบพรรคต่อสาธารณะ 9 ข้อ เมื่อ 9 มิถุนายน 2567 เป็นการต่อสู้ทั้ง “ข้อเท็จจริง” และสู้ใน “แท็กติกกฎหมาย”

เช่น สู้ในข้อเท็จจริงว่าการกระทำตามคำวินิจฉัยเมื่อ 31 มกราคม 2567 ใช้เสรีภาพกระทำการล้มล้างการปกครอง ไม่ได้เป็นมติพรรค และเป็นคำวินิจฉัยให้ “หยุดการกระทำ”

“คดีครั้งก่อนเมื่อเดือนมกราคม 2567 บอกว่าการใช้สิทธิเสรีภาพ ‘เพื่อ’ การล้มล้างการปกครอง แต่ปัจจุบันมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง คือ ‘การกระทำ’ ไม่มีคำเชื่อมใด ๆ ทั้งสิ้น เป็น Action ไปแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่เผื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต”

“พิธา” ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 31 มกราคม 2567 มาอธิบายเพิ่มว่า หากปล่อยให้ผู้ถูกร้องกระทำการต่อไป ย่อมไม่ไกลเกินเหตุ… ที่จะนำไปสู่… จะเห็นได้ว่าเป็นมาตราที่เอาไว้ตักเตือนไม่ให้เหตุมันเกิดขึ้น แต่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 92 ขึ้นมาเลยว่า การกระทำล้มล้าง การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ คือ เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว

“ดังนั้น ทั้ง 2 คดีไม่มีความผูกพันกัน และคดีปัจจุบันจำเป็นต้องพิจารณาคดีนี้ใหม่ทั้งหมด ด้วยมาตรฐานที่พิสูจน์ที่สูงกว่าคดีก่อน ถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย”

แท็กติกสู้ในศาล

พรรคก้าวไกลยังสู้ในเชิงแท็กติกว่า กกต.ทำผิดขั้นตอนในการชงเรื่องยุบพรรคขึ้นสู่ศาล โดยเฉพาะ กกต.แนบข้อกฎหมายยุบพรรคก้าวไกล โดยใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 92 เพียงมาตราเดียว ทั้งที่การร้องยุบพรรคจะต้องยื่นมาตรา 93 เข้าไปด้วย

มาตรา 93 ระบุว่า เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 ให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กกต.กำหนด

พิธากล่าวว่า ดังนั้น เมื่อมาตรา 93 กำหนดว่า กกต.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 กกต.จึงออกระเบียบเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรา 92 และ 93 ขึ้น โดยสรุปได้ว่าต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องมีโอกาสรับทราบข้อกล่าวหาและโต้แย้งด้วยหลักฐานในชั้น กกต.

ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งคำถามให้พรรคก้าวไกลชี้แจงเป็นหนังสือ ถามว่าพรรคก้าวไกลได้โต้แย้งต่อ กกต. ในประเด็นที่พรรคไม่มีโอกาสชี้แจงในชั้นพิจารณาของ กกต.หรือไม่ พรรคก้าวไกลส่งคำตอบว่า

“เมื่อพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสได้รับทราบข้อกล่าวหาและโต้แย้งในชั้น กกต. จะเป็นไปได้อย่างไรที่พรรคก้าวไกลจะเรียกร้อง กกต.ให้ทำตามกระบวนการ อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายใดที่กำหนดหน้าที่ให้พรรคต้องโต้แย้งในกรณีที่ กกต.ไม่ทำตามกระบวนการ”

พิธาบอกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่มีความคล้ายคลึงกัน คือ คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ 15/2553 ศาลรัฐธรรมนูญเองก็เคยยกคำร้องเพราะ กกต.ไม่ทำตามกระบวนการมาแล้ว

เทียบคดียกคำร้อง ปชป.

เทียบคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2553 กรณีใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์

ครั้งนั้น ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องด้วย 2 ประเด็น คือ หนึ่ง เสียงข้างมาก 4 ต่อ 2 เห็นว่า การยื่นคำร้องตามข้อกล่าวหาคดีนี้ พ้นระยะเวลา 15 วัน ตามที่กฎหมายพรรคการเมือง 2550 มาตรา 93 กำหนด ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของ กกต.ยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน

และฝ่ายข้างมาก 3 เสียง ใน 4 เสียง วินิจฉัยว่านายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้มีความเห็นว่ามีเหตุให้ต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตามมาตรา 93 วรรคสอง และนายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้เสนอขอความเห็นชอบต่อ กกต.แต่อย่างใด กระบวนการยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แตกแบงก์พัน-พรรคสำรอง

Worst Case พรรคก้าวไกลเตรียมแผนตั้งพรรคสำรอง หากการยุบพรรคเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่เซอร์ไพรส์อีกต่อไป

“ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า บอกว่า แกนนำของพรรคก้าวไกลก็มีประสบการณ์มาตั้งแต่สมัยยุบพรรคอนาคตใหม่ แน่นอนว่าต้องสู้คดีอย่างเต็มที่ในทางกฎหมาย แต่ในทางการเมืองที่ต้องมีการตระเตรียมในอนาคต ก็คงเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว

“ยืนยันว่าระหว่างนี้พรรคก้าวไกลคงไม่เสียสมาธิ ตั้งอกตั้งใจทำงานในฐานะ สส. ส่วนการตั้งพรรคสำรองนั้น เป็นธรรมดา ประเทศนี้ยุบกันมาไม่รู้กี่พรรคต่อกี่พรรค แต่ละพรรคก็ต้องเตรียมเรื่องพวกนี้ไว้”

นอกจากแผนตั้งพรรคสำรอง แหล่งข่าววงใน ก้าวไกล-ก้าวหน้า วิเคราะห์ผลกระทบหากยุบพรรคว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่พรรคก้าวไกลจะถูกยุบอยู่ที่ 50 : 50 เพราะผู้มีอำนาจอาจต้องการเก็บพรรคก้าวไกลไว้คานอำนาจกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย ด้วยปัจจัยการเคลื่อนไหวของ “นายใหญ่”

และหากการเคลื่อนไหวแก้ไขกฎหมายที่แหลมคม กลายมาเป็นเชื้อไฟให้พรรคก้าวไกลถูกยุบ

หนึ่งในทางเลือกจากนี้ คือ เกมแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย เหมือนที่พรรคเพื่อไทยแตกแบงก์พันมาเป็นพรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ เข้าทำนองพรรคหนึ่งเป็นพรรคหลักในสภา อีกพรรคเป็นพรรคที่ผลักวาระที่แหลมคม

เปิดแนวรุก-รบใหม่ แตะให้ถึง แต่ฟ้องไม่ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดทางสู้ ก้าวไกล ในคดียุบพรรค จังหวะก้าวต่อไป แตกสาขาพรรคใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...