โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

เลสเตอร์ ซิตี้ ไร้ปาฏิหาริย์ แชมป์พรีเมียร์ลีกเทพนิยายตกชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 พ.ค. 2566 เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2566 เวลา 02.52 น.
Photo by DARREN STAPLES / AFP

หลังโลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดนาน 9 ปี เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-2016 ก็ตกชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพ นับเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่เคยได้แชมป์แล้วตกชั้น ต่อจากแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส แชมป์ในฤดูกาล 1994-1995 ที่ตกชั้นในฤดูกาล 1998-1999 และ 2011-2012

วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลา 90 นาทีดังขึ้น ผู้เล่นของทัพจิ้งจอก “เลสเตอร์ ซิตี้” ทำหน้าที่ของตัวเองสำเร็จ เปิดสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม เฉือนชนะ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปได้ 2-1 ที่เหลือคือลุ้นผลจากสนามกูดิสัน พาร์ก คู่ “เอฟเวอร์ตัน” รับการมาเยือนของ บอร์นมัธ แต่เมื่อ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ชนะ 1-0 ความหวังของทัพจิ้งจอกก็พังทลายลง

หลังจากโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มา 9 ฤดูกาล และสร้างเทพนิยายเลสเตอร์ด้วยการคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2015-2016 วันนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นสู่ ลีก แชมเปี้ยนชิพ เรียบร้อยแล้ว

เรื่องราวที่สโมสรเขียนขึ้นในช่วงเวลากว่าทศวรรษบนเวทีพรีเมียร์ลีก มีทั้งมนต์ขลังและโรแมนติก แต่ก็จบลงอย่างโหดร้ายในฤดูกาลนี้ บอร์ดบริหาร ผู้จัดการทีม และนักเตะต่างมีส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ที่สำคัญคือการรวมพลังกับแฟนบอลเพื่อสู้กันต่อใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และพยายามกลับสู่ลีกสูงสุดให้ได้โดยเร็ว ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป

เลสเตอร์ ที่คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2015-2016 กลายเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้วต้องตกชั้น ต่อจากแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ที่ได้แชมป์ฤดูกาล 1994-1995 แต่ตกชั้นในฤดูกาล 1998-1999 และ 2011-2012

“ดีน สมิธ” ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ กล่าวว่า เขาจะพูดคุยกับ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรในอีก 2-3 วันข้างหน้า

เราเล่นได้ดีในเกมชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าพอใจ แต่สุดท้ายมันคือความน่าผิดหวังและความเสียใจที่สโมสรไม่สามารถอยู่เหนือโซนตกชั้นได้

ในระหว่างการแข่งขัน เขาไม่ได้สนใจผลคู่อื่นแต่อย่างใด เนื่องจากรู้สึกว่ามันไม่เกี่ยวข้อง เขาพยายามจดจ่ออยู่กับการพยายามชนะให้ได้ และหลังจากนั้นจะได้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้น

“ทุกคนรู้ว่าเลสเตอร์ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสโมสรระดับแนวหน้า สถานที่นี้พร้อมสำหรับความสำเร็จ น่าเสียดายที่ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบาก แต่ความสวยงามคือแฟนบอลจะยังคงสนับสนุนสโมสรของพวกเขาต่อไป พวกเขาจะกลับมา โดยหวังว่าสโมสรจะประสบความสำเร็จและกลับมาได้ในทันที นั่นเป็นสิ่งที่แฟนบอลควรได้รับ” ดีน สมิธ กล่าว

ไม่ดีพอ

เลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้แข่งไป 38 นัด ชนะเพียง 9 เสมอ 7 และแพ้ไปถึง 22 นัด ยิงได้ 51 เสีย 68 ผลต่างประตู -17 เก็บได้เพียง 34 แต้ม จบฤดูกาลอันเลวร้ายด้วยชัยชนะเพียง 3 นัด จาก 17 เกมสุดท้าย และเก็บคลีนชีตได้เพียงนัดเดียวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน

เมื่อ ดีน สมิธ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ในเดือนเมษายน หน้าที่ของเขาคือการทำให้ทีมสามารถอยู่รอดได้ในฤดูกาลนี้ แต่ 9 แต้ม จาก 8 เกมที่เขาคุมนั้นไม่เพียงพอ และนั่นหมายถึงการตกชั้นไปเล่นแชมเปี้ยนชิพเพียง 6 ปีหลังจากที่เลสเตอร์เคยไปไกลถึงรอบก่อนรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

มาร์ค ชวาร์เซอร์ อดีตผู้รักษาประตูของเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวกับ BBC SPORT ว่า แน่นอนต้องรู้สึกผิดหวัง และแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในหมู่แฟนบอล

“ไม่น่าเชื่อว่าสโมสรจะตกต่ำจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เอฟเอ คัพ จนตอนนี้ต้องมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” อดีตนายประตูกล่าว

เลสเตอร์ต้องตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาว่ามีอะไรผิดพลาดตรงไหน ทำไมถึงเจอสถานการณ์แบบนี้ แม้นัดสุดท้ายจะทำผลงานได้ดี แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

“เลสเตอร์ ตลอดฤดูกาล ยังไม่ดีพอ เช่นเดียวกับลีดส์ และเซาแธมป์ตัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...