โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ แจงชะลอ “ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3” ปรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรับมือภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 10.28 น.

นายกฯ แจงชะลอ "ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3" จากสถานการณ์เปลี่ยน ต้องจัดลำดับความสำคัญใหม่ หลังสหรัฐตั้งกำแพงภาษี กระทบเศรษฐกิจไทย ยืนยันเงินงบกลาง 1.57 แสนล้านบาทไม่ได้หาย

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ภายหลังการประชุม ครม.ในวันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงการชะลอโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ว่า

ขณะนี้มีปัญหาที่เข้ามาแทรก เป็นปัญหาที่คิดว่าประเทศไหนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นเงินงบประมาณในก้อนนี้ หากเกิดประโยชน์สูงสุดในส่วนใด รัฐบาลจะเน้นที่ส่วนนั้นมากกว่า

เป้าหมายของการทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมด ซึ่งเงิน 10,000 บาท เฟสแรกกับเฟส 2 จ่ายไปแล้วในกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันเมื่อมีเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐ ก็ต้องพิจารณาทบทวน

และมีข้อเสนอจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ให้ทบทวนเรื่องนี้ ว่าเงินก้อนนี้จะสามารถใช้อะไรที่จำเป็นและเร่งด่วนกว่าการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเปลี่ยนรูปแบบการกระตุ้น และเรียงลำดับความสำคัญ ว่าสิ่งใดที่เป็นความจำเป็นต่อประเทศมากกว่า หรือเกิดผลต่อประเทศสูงสุด

"หากในอนาคตสถานการณ์ดีขึ้น และการแจกเงิน 10,000 บาท เป็นคำตอบของการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่า ร้ฐบาลก็อาจจะกลับมาดำเนินโครงการต่อ ยืนยันว่าทุกนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ประเมินแล้วว่าสามารถทำได้จริง แต่ไม่ทราบว่าจะมีประเด็นกำแพงภาษีสหรัฐฯ เข้ามาแทรก เพราะเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดการณ์ อีกทั้งการแจกเงินใน 2 เฟสแรก รัฐบาลก็สามารถทำได้จริง" นายกรัฐมนตรี กล่าว

พร้อมระบุว่า หลังจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะต้องลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน ว่าเงินงบประมาณไม่ได้หายไปไหน แต่จะไปอยู่กับโครงการที่เกี่ยวกับการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่รายบุคคล

ส่วนกรณีมีความกังวลว่าการโยกเงิน 1.57 แสนล้านบาท จะสามารถรับมือกับกำแพงภาษีได้หรือไม่ และจะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เงินก้อนนี้ 1.57 แสนล้านบาท จะมาจากงบกลาง ซึ่งจะต้องใช้ให้หมดภายใน 30 ก.ย.68 ไม่ใช่เงินในส่วนที่จะไปจัดการเรื่องกำแพงภาษี แต่ต่อสู้กับกำแพงภาษี

"เรื่องกำแพงภาษี เป็นเรื่องของนโยบายว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรกับทางสหรัฐ และเราจะต้องมีส่วนของอัดฉีดเงินเข้าระบบหรือไม่ ต้องรอดู เพราะเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นต้องวางแผนว่า ระยะสั้นจะใช้เงินสร้างประโยชน์อะไรให้กับประชาชนได้บ้าง และหลัง 30 ก.ย.เป็นต้นไป จะมีนโยบายใดบ้างในระยะกลาง และระยะยาว เพื่อรองรับต่อจากเงินก้อนนี้ เพื่อไม่ให้เงินก้อนนี้ใช้แล้วหายไป ซึ่งต้องใช้เพื่อเป็นการลงทุนในก้อนแรกเพื่อต่อนโยบายระยะกลาง และระยะยาวต่อไป" นายกรัฐมนตรี ระบุ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...