โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตารางนัดฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 เดือนมิถุนายน 2568

iLaw

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 12.49 น. • iLaw

เดือนมิถุนายน 2568 มีนัดฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 อย่างน้อยเจ็ดคดี เป็นคดีในศาลชั้นต้นสองคดี ศาลอุทธรณ์สี่คดีและศาลฎีกาหนึ่งคดี จนถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ศาลมีคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 แล้ว 182 คดีจาก 313 คดี โดยมีจำเลยคดีมาตรา 112 ถูกคุมขังอย่างน้อย 31 คน

4 มิถุนายน 2568 เวลา 9:00 น. ศาลจังหวัดกำแพงเพชรนัด ‘อาร์ม’ฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีมาตรา 112 กรณีเผยแพร่คลิปวิดีโอที่กล่าวถ้อยคำหยอกล้อกับแมวลงใน TikTok เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2564 เขาทำงานที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีต้องเดินทางไกลไปเข้ากระบวนการที่จังหวัดกำแพงเพชรตั้งแต่ปี 2565 ในชั้นศาลก่อนนัดสืบพยานเขากลับคำให้การเป็นรับสารภาพ ต่อมาศาลจังหวัดกำแพงเพชรพิพากษาว่า มีความผิดให้จำคุกสามปี ให้การสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ทั้งนี้โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้สองปีก่อนเนื่องจากจำเลยมีอาชีพและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงอาจไม่เกิดผลดีต่อสังคมหากจำคุกไว้ โดยให้คุมประพฤติหนึ่งปี และให้ทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เป็นระยะเวลา 12 ชั่วโมง

ต่อมาอัยการยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาเป็นไม่รอการลงโทษระบุว่า “พฤติการณ์ของจำเลยเป็นเรื่องร้ายแรง แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว จำเลยควรสังวรและตระหนักรู้ก่อนกระทำความผิด เพื่อให้จำเลยหลาบจำและมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น”

10 มิถุนายน 2568 เวลา 9:00 น. ศาลจังหวัดเชียงรายนัดสุปรียา ใจแก้ว ฟังคำพิพากษาอุทธรณ์คดีมาตรา 112 กรณีแขวนป้ายผ้าข้อความว่า “งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชน” บริเวณป้าย “ทรงพระเจริญ” ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 ในตัวเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ศาลจังหวัดเชียงรายยกฟ้องระบุว่า ใจความของข้อความคำดังกล่าว “เป็นการวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณแผ่นดิน ไม่ปรากฏว่ามีลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย และการจัดการงบประมาณแผ่นดินนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ข้อความดังกล่าวจึงไม่เป็นการใส่ความหรือให้ร้ายพระมหากษัตริย์”

10 มิถุนายน 2568 เวลา 9:00 น. ศาลจังหวัดนนทบุรีนัดต่อหรือที่เคยใช้นามสมมติว่า โชติช่วงฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์กรณีเผาพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่สิบ ท้องที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ในชั้นศาลเขารับว่า เป็นผู้เผาพระบรมฉายาลักษณ์จริง แต่กระทำด้วยเหตุมึนเมาไม่ได้มีเจตนาทางการเมือง รับสารภาพเฉพาะความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์แต่ให้การต่อสู้คดีในส่วนของมาตรา 112 ต่อมาวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ศาลจังหวัดนนทบุรีพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 112 วางเพลิงเผาทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ โดยลงโทษบทหนักที่สุดคือมาตรา 112 เป็นเวลาสามปีและไม่รอการลงโทษ คำพิพากษาโดยสรุปคือที่ตั้งของพระบรมฉายาลักษณ์อยู่บริเวณที่คนผ่านไปมาจำนวนมาก แสดงว่า ต้องการเผาให้ประชาชนที่ผ่านไปมาเห็น ในโทรศัพท์ของจำเลยก็มีภาพถ่ายเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง จึงเชื่อว่า จำเลยมีแนวคิดต่อต้านสถาบันกษัตริย์ เจตนาวางเพลิงเพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมเสีย

10 มิถุนายน 2568 เวลา 9:00 น. ศาลจังหวัดชุมพรนัดโอ๊ต-วรพล อนันตศักดิ์ อดีตผู้สมัครสส.จังหวัดชุมพร พรรคก้าวไกลฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 เขาโพสต์ภาพอัพเดทโปรไฟล์เฟซบุ๊กเป็นภาพของตัวเขาสวมเสื้อโปโลสีขาว คอมีปก คล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง พื้นหลังของภาพเป็นสีดำมุมซ้ายของภาพมีริบบิ้นสีดำบนวงกลมสีขาว พร้อมข้อความกำกับภาพ ต่อมาศาลจังหวัดชุมพรมีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง จำคุกสี่ปี รับสารภาพ ลดเหลือสองปี และโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ห้าปี

19 มิถุนายน 2568 ศาลอาญานัดนรินทร์ฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจ “กูkult” โพสต์รูปเสียดสีกษัตริย์ 12 โพสต์ ซึ่งเป็นการแยกฟ้อง 12 กรรม คดีนี้ถือเป็นคดีที่สองที่เขาถูกกล่าวหา โดยคดีแรกคือ คดีที่ถูกกล่าวหาว่า ปีนขึ้นไปติดสติกเกอร์ “กูKult” บริเวณพระพักตร์ตรงพระเนตรทั้งสองข้างของพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ระหว่างการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ณ ท้องสนามหลวง

19 มิถุนายน 2568 ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดจิรวัฒน์ฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 กรณีแชร์โพสต์เฟซบุ๊กสามโพสต์โดยไม่ได้ใส่ข้อความใดๆ เพิ่มเติม วันที่ 6 ธันวาคม 2566 ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละสามปี รวมสามกระทง จำคุก 9 ปี เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์จึงลดเหลือหกปี ไม่รอลงอาญา หลังจากนั้นไม่ได้รับการประกันตัวเรื่อยมาจนกระทั่งวันที่ 12 ธันวาคม 2567 จึงได้รับการปล่อยตัว

25 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดอานนท์และจิรฐิตากรณีที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อปี 2563 เดิมทีคดีนี้มีจำเลยทั้งหมดเจ็ดคน โดยไบรท์ ชินวัตร จันทร์กระจ่างให้การรับสารภาพคดีจึงแยกพิพากษาไปแล้ว ส่วนจำเลยที่เหลือไม่ปรากฏตัวจึงเหลือเพียงอานนท์และจิรฐิตาในคดีนี้ โดยอานนท์ปราศรัยเกี่ยวกับการเรียกร้องให้กษัตริย์เป็นกลางทางการเมืองจึงจะเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน ส่วนจิรฐิตาปราศรัยเรื่องการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่หน้ารัฐสภาเกียกกาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...