โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TKN ยังคงบริหารค่าใช้จ่ายได้ดี พร้อมเทิร์นอะราวด์ครึ่งหลังปี 68 ผลงาน Q1/68 ทำรายได้จากการขาย 1,337.4 ล้านบาท

Wealthy Thai

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 09.56 น.

บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2568 ทำรายได้จากการขาย 1,337.4 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 98.5 ล้านบาท หลังเผชิญกับต้นทุนสาหร่ายแพง เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในทุกมิติรับต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น พร้อมงัดกลยุทธ์ 3GO เสริมทัพกลยุทธ์ EVNเพิ่มความแข็งแกร่ง เร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งกลุ่ม Seaweed และ Non-seaweedสร้าง New S-curve หนุนเทิร์นอะราวด์ครึ่งหลังปี 68 พร้อมจับมือ CHAO เสริมแกร่ง เป็น Strategic Partner ในระยะยาว และพันธมิตรใหม่
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสาหร่ายทะเลแปรรูปทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,337.4ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย ราวร้อยละ 2.2และทำกำไรสุทธิ 98.5ล้านบาท คิดเป็นอัตราทำกำไรสุทธิ 7.4%ขณะที่ตลาดในประเทศยังมีการเติบโตเชิงบวก โดยในไตรมาส 1 นี้ยังคงเติบโตได้ดีถึง 16.4% แต่ยังคงถูกกดดันจากสถานการณ์ต้นทุนสาหร่ายที่ใช้สาหร่ายล็อตเดิมที่ต้นทุนสูงทั้งหมด ซึ่งเป็นสาหร่ายล็อตที่ซื้อเมื่อปีที่แล้วและเป็นราคาที่สูงที่สุดในรอบ 30 ปี แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการธุรกิจให้มั่นคงและแข็งแกร่ง ภายใต้กลยุทธ์ “3GO” ที่ได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญมาโดยตลอด ได้แก่ 1.) GO FIRM การปรับองค์กรให้กระชับ ลดต้นทุน และควบคุมค่าใช้จ่าย (Productivity) 2.) GO BROAD การขยายฐานกลุ่มธุรกิจให้กว้างขึ้นทั้งประเภทสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการสร้างคุณค่าและยกระดับตราสินค้า (Branding) และ 3.) GO GLOBAL การขยายตลาดต่างประเทศอย่างมีคุณภาพและมีความยั่งยืน (Sustainability) ทำให้ TKN ยังคงสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวอย่างยืดหยุ่นได้ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนต่างๆ
อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลการดำเนินงานที่เหลือของปี 2568 จะทยอยปรับตัวดีขึ้น จากราคาวัตถุดิบสาหร่ายฤดูกาลใหม่ ที่จะเริ่มทยอยใช้ช่วงปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ราคาสาหร่ายถือว่าปรับลดลงจากปี 2567 แต่ยังคงสูงกว่าปี 2566 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ให้ความสำคัญการจัดหาวัตถุดิบให้เพียงพอต่อการผลิต และได้เจรจากับซัพพลายเออร์หลายรายไว้ล่วงหน้าเพื่อบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและการบริหารต้นทุนอื่นให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามดูสภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้เพิ่มแนวทางการบริหารงานใหม่ภายใต้กลยุทธ์ “EVN” ได้แก่ E = Efficiency หรือประสิทธิภาพโดยทุกการดำเนินงานต้องมีประสิทธิภาพ, V = Volume หรือมีปริมาณการขายสินค้าที่มากขึ้นในทุก ๆ ปีซึ่งสอดรับไปกับภาพรวมของตลาดขนมสาหร่ายยังคงเติบโต 2 หลัก ซึ่ง TKN มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และ N = New Product Development (NPD) หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค
สำหรับ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้วางแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายประเภท (Category) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าจะไม่ต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ผลิตภัณฑ์ถั่วลายเสือ แบรนด์ WoW Nut by Taokaenoi ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่สาหร่าย (Non-seaweed) เพื่อทดลองตลาดและถือเป็นการขยายฐานธุรกิจให้กว้างขึ้น รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือชุมชนเกษตรกรผ่านการนำผลผลิตทางการเกษตรมาใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และคาดว่าจะทยอยออกสินค้ากลุ่ม Non-seaweedเพิ่มมากขึ้น อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติก และอีกหลายชนิดสินค้าที่เตรียมนำเสนอสู่ผู้บริโภคเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับร้านสุกี้ชาบูชื่อดัง ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ออกผลิตภัณฑ์สาหร่ายทอด 2 รสชาติใหม่ คือ รสน้ำจิ้มสุกี้ และ รสน้ำซุปสุกี้น้ำดำ ถือเป็นการนำ Signature ที่สะท้อนตัวตนของทั้ง 2 แบรนด์ และรังสรรค์เป็นสาหร่ายทอดมากระตุ้นตลาดผู้บริโภค
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKN กล่าวเพิ่มว่า จากสถานการณ์การออกมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกา บริษัทฯ ได้ตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยมีแผนกระจายความเสี่ยงโดยการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่น ๆ รวมถึงได้ขยายเข้าไปในตลาดใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก และกลุ่มสหราชอาณาจักร ซึ่งจะเน้นตลาด Mainstream ที่เป็นผู้บริโภคท้องถิ่น ด้วยการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและเพิ่มสินค้าในช่องทางที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีแผนงานร่วมกับตัวแทนจำหน่าย (Distributor)ในยุโรปที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการจัดจำหน่ายสินค้า ซึ่งคาดว่าจะมาช่วยผลักดันสินค้าให้เข้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้จากการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะเดียวกัน การที่บริษัทฯ เข้าถือหุ้นใน บมจ.เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี (CHAO) ในสัดส่วน 5.36% ทำให้ TKN เป็นผู้ถือหุ้นอันดับที่ 2เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของทั้ง 2 บริษัท รวมถึงต้องการเป็น Strategic Partner ในระยะยาว ในการทำการตลาดและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ร่วมกัน โดยอยู่ระหว่างวางแผนการพัฒนาสินค้าทั้งสินค้าเพื่อต่อยอดไลน์สินค้าและขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...