โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ธุรกิจอังกฤษ” ลดพนักงานต่อเนื่องเดือนที่ 3 เหตุต้นทุนพุ่ง-สงครามการค้าฉุดความเชื่อมั่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 06.56 น.

"ธุรกิจอังกฤษ" ลดพนักงานต่อเนื่องเดือนที่ 3 หลังรัฐบาลอังกฤษปรับขึ้นภาษีและค่าแรงขั้นต่ำ ขณะสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่ทรัมป์เปิดฉากยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่น

วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ภาคธุรกิจของสหราชอาณาจักรปลดพนักงานต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนเมษายน หลังมาตรการขึ้นภาษีมูลค่า 26,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผลบังคับใช้ และสงครามการค้าที่เปิดฉากโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ระบุว่า จำนวนลูกจ้างในระบบประกันสังคมลดลง 33,000 คน ในเดือนเมษายน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาคธุรกิจกำลังตอบสนองต่อต้นทุนการจ้างงานที่พุ่งสูงขึ้น จากนโยบายในงบประมาณเดือนตุลาคม ซึ่งรวมถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเกือบ 7% และการเพิ่มภาษีประกันสังคม (National Insurance Contributions) ซึ่งทำให้รัฐบาลแรงงานที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการจ้างงานต้องเผชิญแรงกดดัน เพราะในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขการจ้างงานหายไปกว่า 150,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกันสงครามการค้าของทรัมป์ที่เริ่มต้นในเดือนเมษายนยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง เพราะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค แม้มีการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับสหราชอาณาจักร และการพักรบชั่วคราวระหว่างสหรัฐกับจีน แต่ผู้กำหนดนโยบายยังไม่เชื่อว่าข้อตกลงเหล่านั้นจะสามารถแก้ไขผลกระทบระยะสั้นได้

ข้อมูลแยกจากกันยังแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของค่าแรงเริ่มชะลอตัวเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของตลาดแรงงานที่เย็นลง แม้ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ต้องการเห็นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ค่าแรงในภาคเอกชน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ BOE ใช้ประเมินค่าจ้างพื้นฐาน (ไม่รวมโบนัส) ชะลอตัวลงจาก 5.9% เหลือ 5.6% แม้จะต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ แต่ก็ยังสูงกว่าระดับ 3% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของธนาคารกลาง โดยข้อมูลการตกลงค่าจ้างในปัจจุบันบ่งชี้ว่า การเติบโตของค่าแรงอาจอยู่ที่ประมาณ 3.7% ภายในสิ้นปี

ขณะที่แรงกดดันด้านราคาภายในประเทศที่ยังเหนียวแน่น ทำให้ผู้กำหนดนโยบายของ BOE ต้องใช้ความระมัดระวังในการลดอัตราดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจจะเผชิญความเสี่ยงจากสงครามการค้าของสหรัฐ โดยในการประชุมล่าสุดมีคณะกรรมการ 2 คนลงมติคัดค้านการลดดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ผู้สนับสนุนการลดดอกเบี้ย 3 คน (รวมถึงผู้ว่าการ Andrew Bailey) ก็ยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ยังลังเล

ต่อมาในการประชุมเมื่อวันจันทร์ รองผู้ว่าการ Clare Lombardelli และสมาชิกจากภายนอก Megan Green ก็แสดงความเห็นสอดคล้องกันว่า ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน เช่น ค่าจ้างและเงินเฟ้อในภาคบริการยังอยู่ในระดับสูง และควรได้รับความสำคัญมากกว่าผลกระทบจากภาษีศุลกากร โดย Lombardelli กล่าวว่าเธอยังอยู่ตรงกลางระหว่างการคงดอกเบี้ยกับการลด ส่วน Green ระบุว่าเธอรู้สึกขัดแย้งในการตัดสินใจ

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...