โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“รพ.ยันฮี” ผนึก “ปตท.” ยกระดับวงการแพทย์ไทยสู่สากล นำ AI วินิจฉัย-ออกแบบรักษาโรคทันตกรรม เป็นรพ.เอกชนแห่งแรกในไทย

Positioningmag

อัพเดต 05 มี.ค. 2567 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2567 เวลา 06.34 น.

โรงพยาบาลยันฮี เดินหน้าจับมือ ปตท. ลงนาม MOU โครงการทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาทางทันตกรรม เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในไทยที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้งานจริงในศูนย์ทันตกรรม ผลักดันประสิทธิภาพการรักษาโรคทางทันตกรรมอย่างแม่นยำ สร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย พร้อมยกระดับทันตแพทย์สู่ความเป็นมืออาชีพระดับสากล
ทพญ.สุชาวดี สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและกรรมการบริหาร โรงพยาบาลยันฮี เปิดเผยว่า ‘ศูนย์ทันตกรรม’ ของโรงพยาบาลยันฮี เป็นศูนย์การรักษาที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง และได้รับมาตรฐานระดับสากล (JCI) ภายในศูนย์มีทันตแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางทุกสาขากว่า 80 ท่าน มีห้องตรวจรวม 83 ห้อง พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และวางแผนที่จะเปิดให้ครบ 100 ยูนิต ในอนาคตอันใกล้
นอกเหนือจากนี้ โรงพยาบาลยันฮี ได้ยกระดับให้ศูนย์ทันตกรรมก้าวสู่ระดับนานาชาติ ภายใต้การผลักดันในด้านต่างๆ เช่น การเสริมสร้างศักยภาพทันตแพทย์ด้วยการต่อยอดความเชี่ยวชาญให้เป็น Speaker ในงานวิชาการและการอบรมต่างๆ ร่วมกับองค์กรชั้นนำ อาทิ เทคนิคการจัดฟันด้วยนวัตกรรมยุคใหม่, กระบวนการรักษาฟันสบลึก, การศัลยกรรมขากรรไกร เป็นต้น รวมถึงลงทุนพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาให้ก้าวทันวงการทันตกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยล่าสุด โรงพยาบาลยันฮี ได้ร่วมมือกับ ‘ปตท.’ ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาทางทันตกรรม
“ปตท. คือหนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ โรโบติกส์ และยังมีประสบการณ์ในการประยุกต์นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้เกิดความร่วมมือในการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการวินิจฉัยโรค ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคทางทันตกรรมได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่น หากคนไข้เข้ามารับบริการ X-ray เพื่อตรวจสุขภาพฟัน และพบว่ามีรอยโรคทางทันตกรรม ระบบนี้ก็จะบอกได้ว่าหากไม่ทำการรักษาตั้งแต่ตอนนี้ ในอนาคตอีก 3 หรือ 5 ปีข้างหน้า โรคดังกล่าวอาจลุกลามเป็นโรคที่รักษาได้ยากและมีค่าใช้จ่ายมากกว่าตอนนี้ได้ เครื่องมือ AI ดังกล่าวนั้น สามารถอ่านผลและประเมินผลได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ทันตแพทย์ ยังคงเป็นผู้ประเมิน และสามารถกำกับ แก้ไขผลลัพธ์ และแผนการรักษาให้เป็นไปตามดุลยพินิจของทันตแพทย์” ทพญ.สุชาวดี ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
โดยภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ โรงพยาบาลยันฮี จะเป็นผู้ดำเนินการทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่ ปตท. จัดหาให้ เพื่อวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาของศูนย์ทันตกรรม รวมถึงทำการเก็บรวบรวมและประเมินผลตอบรับของการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ ทั้งในด้านเทคนิคและด้านการตลาด จากทั้งมุมมองของบุคลากรโรงพยาบาลยันฮี กลุ่มทันตแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มารับบริการ พร้อมทั้ง ได้ทำแบบสอบถามความพึงพอใจการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ เพื่อต่อยอดยกระดับบริการ ทั้งในด้านการวินิจฉัยโรค ด้านพยากรณ์โรคทางทันตกรรมและสภาพช่องปาก และด้านการออกแบบการรักษาทางทันตกรรม ต่อไปในอนาคต
“ปัจจุบัน AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในวงการทันตกรรมทั่วโลก โดยนอกจากปัจจัยที่สามารถทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และช่วยลดจุดผิดพลาดที่อาจถูกมองข้ามแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังตอบโจทย์แง่ของการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่โรคอื่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามด้วยพัฒนาการของ AI ที่ยังเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับทันตกรรมในประเทศไทย ทำให้โรงพยาบาลยันฮีและ ปตท. เห็นตรงกันว่าทุกการใช้งานยังต้องอาศัยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการคอยควบคุมอยู่เสมอ
“นั่นจึงทำให้ โรงพยาบาลยันฮี ในฐานะของผู้นำด้านสุขภาพและความงามที่ครบวงจร พร้อมทีมแพทย์ผู้ชำนาญการในทุกสาขา จึงมีความมั่นใจอย่างมากสำหรับการเป็น #โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย ที่จะนำเอาระบบการวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาทางทันตกรรมด้วย AI มาใช้งานจริง พร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพรอบด้าน เพื่อปฏิวัติวงการทันตกรรมและสร้างสุขภาพที่ดีกับคนไทย” ทพญ.สุชาวดี กล่าวย้ำทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...