โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

6 นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ สู่ความยั่งยืน

รักบ้านเกิด

เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2566 เวลา 09.02 น.

6 นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ สู่ความยั่งยืน

โลกของเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความต้องการอาหารก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน สภาพภูมิอากาศก็เปลี่ยนแปลงไป ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร

ในสถานการณ์เช่นนี้ นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหาร ผลผลิต และคุณภาพสินค้า รวมไปถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

6 นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ที่น่าสนใจได้แก่

1. เกษตรดิจิทัล (Digital Agriculture)

เกษตรดิจิทัลคือ การนำเทคโนโลยีไปใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพและแม่นยำเพิ่มมากขึ้นกับเกษตรกรผู้ใช้งาน โดยการนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชแต่ละชนิดมาใช้ในการศึกษาเพื่อวิเคราะห์การเจริญเติบโต การป้องกันโรค ความเหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก ร่วมกับการพัฒนาเซนเซอร์และอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ เช่น

- ระบบควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติ ใช้เซนเซอร์วัดความชื้นในดินหรือสภาพอากาศ เพื่อควบคุมการเปิดปิดระบบการให้น้ำได้อย่างเหมาะสม ลดการใช้น้ำและแรงงาน

- ระบบควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ใช้เซนเซอร์วัดปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด ปริมาณปุ๋ย ฯลฯ เพื่อวิเคราะห์การเจริญเติบโตของพืช และแจ้งเตือนเกษตรกรเมื่อมีความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตผิดปกติ

- ระบบการเพาะปลูกในโรงเรือนอัจฉริยะ ใช้เทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ฯลฯ เพื่อให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช

2. เครื่องจักรกลเกษตร หุ่นยนต์ โดรน และระบบอัตโนมัติ (Agriculture Machinery, Robotics, Drones, and Automation)

เป็นการนำเครื่องจักรกล เทคโนโลยี หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตทางการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเวลาและแรงงาน เช่น

- การพ่นยา : โดรนสามารถพ่นยาได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง และลดการใช้สารเคมีได้

- การเก็บเกี่ยว : หุ่นยนต์สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสียหายของผลผลิต

- การตรวจวัดคุณภาพผลผลิต : โดรนสามารถถ่ายภาพทางอากาศ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสภาพแปลงเกษตร เช่น ปริมาณน้ำ สารอาหารในดิน โรคพืช เป็นต้น

3. เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร (Agricultural Biotechnology)

เป็นการนำความรู้ทางชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในการผลิตทางการเกษตร เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ที่ทนทานต่อโรคและแมลง การใช้จุลินทรีย์เพื่อปรับปรุงดิน การใช้สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช การใช้ปุ๋ยชีวภาพ เป็นต้น เช่น

- พันธุ์พืชทนโรค: เทคโนโลยีการตัดต่อยีนสามารถเพิ่มยีนต้านทานโรคให้แก่พืช ทำให้พืชมีความทนทานต่อโรคต่างๆ เช่น โรคใบไหม้ โรคราน้ำค้าง โรคเหี่ยว เป็นต้น

- สารชีวภาพกำจัดโรค: สารชีวภาพกำจัดโรคเป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส เป็นต้น สารชีวภาพเหล่านี้สามารถกำจัดโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

- ปุ๋ยเพิ่มประสิทธิภาพ: ปุ๋ยเพิ่มประสิทธิภาพเป็นปุ๋ยที่ออกแบบมาเพื่อให้พืชสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปุ๋ยเหล่านี้สามารถช่วยประหยัดการใช้ปุ๋ยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

4. การจัดการฟาร์มรูปแบบใหม่ (New Farm Management)

การจัดการฟาร์มแบบดั้งเดิมมักอาศัยปัจจัยภายนอก เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ ส่งผลให้ผลผลิตออกไม่แน่นอนและเสี่ยงต่อความเสียหาย การจัดการฟาร์มรูปแบบใหม่จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ควบคุมปัจจัยการเติบโตของพืชและสัตว์ ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน เช่น

- โรงงานปลูกพืชระบบปิด : ที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ เช่น การให้น้ำ การให้แสง อุณหภูมิ และความชื้น ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีและสามารถปลูกพืชนอกฤดูกาลได้

- เกษตรแนวตั้ง : ปลูกพืชในอาคารสูง ประหยัดพื้นที่และสามารถใช้พื้นที่ในเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด

5. การจัดการหลังจากการเก็บเกี่ยวและขนส่ง (postharvest management and transportation)

ประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อนที่มีสภาพอากาศอบอุ่นและชื้นตลอดทั้งปี ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมีผิวบางและอ่อนแอ ง่ายต่อการช้ำและเน่าเสีย ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำให้ผลผลิตเสียหายระหว่างการขนส่ง จึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อลดการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวและขนส่ง เช่น

- การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยืดอายุและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : ช่วยให้ผลผลิตไม่เน่าเสียง่าย

- การใช้เทคโนโลยีตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมบรรยากาศระบบโอโซน : ช่วยให้รักษาคุณภาพผลผลิตได้นานขึ้น

- การใช้เทคโนโลยีการเคลือบผิว : ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและความสดของผลไม้ได้นานขึ้น เช่น การเคลือบผิวด้วยสารซิลิกาเจล การเคลือบผิวด้วยสารเคลือบต้านเชื้อแบคทีเรีย

6. บริการทางธุรกิจเกษตร (Agriculture Business Services)

บริการทางธุรกิจเกษตรเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในภาคการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างง่ายดาย เช่น

- บริการแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

- บริการแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ให้บริการด้านการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างง่ายดาย เช่น โดรนทางการเกษตร เครื่องจักรกลการเกษตร การให้คำปรึกษาด้านการเกษตร ซึ่งเรามีแอปพลิเคชันด้านการเกษตรที่ตอบโจทย์การทำเกษตรอย่างมากมาแนะนำ นั่นก็คือ แอปพลิเคชัน "ฟาร์มแคร์ (FarmCare)" แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเพื่อการเกษตรที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรในต้นทุนที่ต่ำลง ฟาร์มแคร์มาพร้อมเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากมาย ได้แก่

1. วัดพื้นที่เพาะปลูก

ช่วยให้เกษตรกรสามารถวัดพื้นที่เพาะปลูกของตนเองได้อย่างแม่นยำ เพียงเปิดแอปฟาร์มแคร์ และไปที่เมนูวัดพื้นที่เกษตร ทำการวัดตามคำแนะนำของแอปฟาร์มแคร์ ระบบจะคำนวณขนาดพื้นที่ให้อย่างแม่นยำ ช่วยให้คุณวางแผนการปลูกพืชผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. พยากรณ์อากาศ

เกษตรกรสามารถเช็กสภาพอากาศได้แม่นยำรายชั่วโมง ทราบล่วงหน้าว่าฝนจะตกกี่โมง ตกมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งความชื้น อุณหภูมิ และทิศทางลม ช่วยให้เกษตรกรวางแผนการทำเกษตรได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถดูพยากรณ์อากาศแบบละเอียดได้ล่วงหน้าถึง 14 วัน

3. เครื่องมือคำนวณปุ๋ย

เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถคำนวณปริมาณปุ๋ยที่จำเป็นต้องใช้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญได้ เครื่องมือนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย เพิ่มคุณภาพผลผลิต และช่วยลดต้นทุน

4. ค้นหาร้านค้าและการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์การเกษตร

ช่วยให้ความสะดวกสบายในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์การเกษตรกับเกษตรกร โดยสามารถเช็กเปรียบเทียบราคาผลิตภัณฑ์การเกษตรจากร้านค้าใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องไปถึงหน้าร้าน ช่วยเกษตรกรประหยัดทั้งเวลาและต้นทุน
นอกจากนี้ ฟาร์มแคร์ยังมีเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนและประหยัดมากขึ้น เป็นแอปพลิเคชันที่เหมาะกับเกษตรกรทุกระดับ ตั้งแต่เกษตรกรรายย่อยไปจนถึงเกษตรกรรายใหญ่

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปฟาร์มแคร์ได้ฟรีวันนี้ที่ : https://play.google.com หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yara.co.th

ในอนาคต เทคโนโลยีในภาคเกษตรจะมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การทำเกษตรมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถสร้างผลผลิตและรายได้ที่เพิ่มขึ้น

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :

SANPANYA GARDEN TOOLS : http://www.sanpanya.com
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ : https://www.nia.or.th
salika : https://www.salika.co

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...