โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฯ เพิกถอนข้อบังคับ ‘ทรงผมนักเรียน’ เพราะจำกัดเสรีภาพมากเกินสมควร ขัดพัฒนาการของเด็ก

The MATTER

อัพเดต 05 มี.ค. 2568 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 07.21 น. • Brief

นักเรียนไทยอาจไม่โดนบังคับตัดผมแล้ว (?) เมื่อศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเพิกถอนกฎกระทรวงฯ เรื่องทรงผมนักเรียน หลังการฟ้องร้องดำเนินมาแล้ว 5 ปี แต่โรงเรียนต่างๆ ยังสามารถออกกฎตามความเหมาะสมได้อยู่

เรื่องราวเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงเกิดคำตัดสินในวันนี้ The MATTER ชวนทำความเข้าใจตั้งแต่เริ่มต้นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อกลางปี 2563 นักเรียนกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ตัวแทนกลุ่มนักเรียนจำนวน 23 คน ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด ให้เพิกถอนกฎกระทรวงเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียน

คำฟ้องได้บรรยายว่า ‘ความสัมพันธ์ในทางการงาน’ ระหว่างนักเรียน กับกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั้น จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องการเรียนการศึกษา การจะสั่งการเพื่อจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของนักเรียน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย นั้น ย่อมสามารถทำได้

แต่ไม่อาจตีความให้ขยายออกไปกว้างขวาง จนยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่นอกเหนือจากการเรียนการศึกษาอย่างไร้ขอบเขต จนทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญของนักเรียน อันหมายถึงตั้งแต่ความคิด การแสดงออก หรือการควบคุมร่างกาย การแต่งกาย

และ ‘ความสัมพันธ์ในทางส่วนตัว’ ที่ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน กับกระทรวงฯ และรัฐมนตรีฯ นั้น ย่อมเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับรัฐทั่วไป ดังนั้นการออกกฎหมายที่จะมากระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน อย่างการกำหนดรูปแบบของทรงผม จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายให้อำนาจไว้ชัดเจนเท่านั้น และหากมีระเบียบใดออกมา ย่อมเป็นคำสั่งทางปกครองที่นักเรียนโต้แย้งต่อศาลได้

ทั้งหมดนี้ จึงนำมาสู่การฟ้องร้องว่าระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 มีสถานะเป็นกฎที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ล่าสุดวันนี้ (5 มีนาคม 2568) เมื่อประมาณ 9.00น. ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2518) ซึ่งเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่ไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียน

กฎกระทรวงนี้ ได้กำหนดให้การแต่งกายและความประพฤติบางอย่าง ถือว่าไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียน เช่น การที่นักเรียดัดผม ไว้ผมยาว ไว้หนวดไว้เครา ไปจนถึงการใช้เครื่องสำอางเสริมสวย ซึ่งถือเป็นกฎที่มีผลจำกัดเสรีภาพในร่างกายของนักเรียนที่ให้เหตุผลไว้ว่า “เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาเป็นเยาวชนที่กำลังสร้างสมคุณสมบัติทั้งในด้านความรู้ ความคิดและคุณธรรม […]”

แต่เมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง คือ รัฐธรรมนูญ และ พรบ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ปรากฏว่า กฎกระทรวงนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่สอดคล้องกับ พรบ. คุ้มครองเด็ก จากการที่จำกัดสิทธิเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุ และไม่เหมาะสมกับการพัฒนาอัตลักษณ์และบุคลิกภาพของเด็กในแต่ละช่วงวัย

อย่างไรก็ดี ไม่ได้แปลว่าการมีอยู่ของกฎระเบียบเกี่ยวกับเรื่องทรงผมนั้นจะหายไปเสียทีเดียว เนื่องจากโรงเรียนยังสามารถออกกฎต่างๆ เกี่ยวกับการจำกัดเรื่องทรงผมนักเรียนได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักที่ว่า ‘เป็นไปเพื่อประโยชน์ของเด็ก เหมาะสมตามช่วงวัย’

คำสั่งของศาลในวันนี้จึงทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ในวงกว้าง ส่วนหนึ่งร่วมแสดงความยินดีกับความคืบหน้าของการผลักดันประเด็นสิทธิเสรีภาพในเด็กและเยาวชน ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งยังตั้งคำถามและแสดงความกังวลกับการเปิดช่องให้โรงเรียนยังสามารถออกกฎมาจำกัดสิทธิได้อยู่ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ควรจับตามองต่อไป

อ้างอิงจาก

tlhr2014.com

drive.google.com

#ทรงผมนักเรียน #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...