ไปไม่กลับมาเลยบางกรวย ไปร่ำรวยอยู่ลำลูกกา ~
ไปไม่กลับมาเลยบางกรวย ไปร่ำรวยอยู่ลำลูกกา คงแหนงหน่ายเมืองนนท์สิหนา อยู่ลำลูกกาก็เลยไม่มาบางกรวย ~
กลับมาฮิตบนโซเชียลมีเดียอีกครั้งสำหรับเพลง“สาวบางกรวย” โดยนักร้องสาว “อร อรดี” ที่ปล่อยเพลงนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2548 บทเพลงที่บอกเล่าความรักช้ำใจของสาวบางกรวย เมืองนนท์ ที่มีต่อหนุ่มลำลูกกา เมืองปทุม
ศิลปวัฒนธรรมจึงอยากจะพาไปสำรวจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ “บางกรวย” และ “ลำลูกกา” สองสถานที่สำคัญในบทเพลง
บางกรวย
บางกรวยเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เหตุที่ได้ชื่อว่าบางกรวย ก็มาจากชื่อคลองบางกรวย ซึ่งชื่อคลองบางกรวยก็มาจากต้นกรวยที่พบมากบริเวณนั้น ต้นกรวยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ HORSFIELDIA IRYA (GAERTN.) WARB. เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-25 เมตร โคนต้นเป็นพูพอน มักมีรากค้ำยัน เมื่อออกดอกจะส่งกลิ่นหอมสดชื่น ส่วนผลมีลักษณะกลม ออกเป็นพวง พวงละประมาณ 2-5 ผล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร เมื่อสุกจะเป็นสีส้มหรือสีแดงอมส้ม รับประทานไม่ได้
ต้นกรวยเป็นไม้ไม่ผลัดใบ สามารถปลูกตกแต่งภูมิทัศน์เพื่อให้ร่มเงา และยังเหมาะแก่การปลูกริมน้ำเพราะมีรากช่วยยึดตลิ่งได้ดีอีกด้วย
สำหรับคลองบางกรวยนั้นแต่เดิมเป็นเส้นทางของแม่น้ำเจ้าพระยาไหลสายหลัก ที่จะไหลผ่านตั้งแต่คลองอ้อมนนท์ บริเวณวัดท้ายเมือง นนทบุรี หรือตรงสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ไหลคดเคี้ยวจนมาถึงวัดชลอ ผ่านคลองบางกรวย ก่อนจะออกไปยังบริเวณวัดค้างคาว ตรงข้ามกับวัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร ลงแม่น้ำเจ้าพระยาสายปัจจุบัน
ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดให้ขุด “คลองลัดบางกรวย” เมื่อราว พ.ศ. 2081 โดยเริ่มขุดจากคลองบางกรวยบริเวณวัดชลอมาจนถึงวัดขี้เหล็ก ซึ่งอยู่บริเวณคลองบางกอกน้อยในปัจจุบัน เพื่อช่วยร่นระยะทางการเดินทางให้สั้นลง แต่ปรากฏว่ากระแสน้ำไหลไม่แรง จึงไม่ได้ทำให้คลองลัดบางกรวยกลายเป็นทางหลักของแม่น้ำเจ้าพระยาไหลแต่อย่างใด
กระทั่งในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดให้ขุด “คลองลัดเมืองนนท์” เมื่อราว พ.ศ. 2178-2179 โดยเริ่มขุดจากบริเวณวัดท้ายเมือง นนทบุรี หรือตรงสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ มาจนถึงบริเวณคลองบางกรวย ที่ฟากหนึ่งเป็นวัดค้างคาว อีกฟากเป็นวัดเขมาฯ ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนไป แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไหลผ่านคลองลัดเมืองนนท์ จนกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลสายหลักอย่างเช่นปัจจุบัน ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่าก็ตื้นเขินเป็นคลองอ้อมนนท์นั่นเอง
ด้วยเพราะมีแม่น้ำลำคลองหลายสาย ทำให้บริเวณเมืองนนทบุรีขึ้นชื่อเรื่องการเพาะปลูกพืชผักผลไม้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (เช่น ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ) ในบันทึกของ ไคสแบร์ต เฮ็ก (Gijsbert Heeck) ชาวดัตช์ที่เดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2198 ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เขาบันทึกถึง “ตลาดแก้ว” หรือบ้านตลาดแก้ว ซึ่งปัจจุบันสันนิษฐานว่าอยู่บริเวณคลองบางกรวย วัดปากน้ำ นนทบุรี และวัดเขมาฯ อันเป็นย่านการค้าสำคัญแห่งนี้ไว้ว่า
“เมื่อก่อนเที่ยงวัน พวกเราได้มาถึงสถานที่ซึ่งเรียกว่า ตลาดแก้ว เมืองนี้ค่อนข้างใหญ่ และมีตลาดที่มีชื่อเสียงเปิดขายทุกวัน มีสินค้าทุกชนิด ตั้งขายเหมือนที่บางกอกในเรือทั้งเล็กและใหญ่ และยังมีเรือนแพที่สร้างขึ้นเพื่อการขายของโดยเฉพาะ ฝูงคนคับคั่งกันอย่างคึกคัก เราได้ซื้อแตงโมหลายผล ผลหมาก และใบพลูให้คนงานและคนพายเรือ”
ในนิราศภูเขาทอง สุนทรภู่ก็บรยายถึงที่แห่งนี้ว่า“ตลาดแก้วแล้วไม่เห็นตลาดตั้ง สองฟากฝั่งก็แต่ล้วนสวนพฤกษา” สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่เมืองนนทบุรี ตลาดแก้ว และคลองบางกรวย เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชผักผลไม้มาช้านาน และในท่อนหนึ่งของเพลงสาวบางกรวย ก็บอกเล่าความเป็นเมืองแห่งผลไม้เอาไว้ ดังท่อนที่ร้องว่า “อยากหิ้วมังคุด ละมุด พุทรา ไปให้หลายคราไม่กล้าจะทำ”
ลำลูกกา
ลำลูกกาเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี ที่มาของชื่อลำลูกกา มีข้อสันนิษฐานสองกระแส กระแสแรกเห็นว่าน่าจะมาจากการที่บริเวณนี้มีลำน้ำ หนอง คลอง บึง จึงมีนกกาอาศัยอยู่จำนวนมาก จึงได้ชื่อว่าลำลูกกา กระแสที่สองเห็นว่ามีต้นลูกขี้กาขึ้นจำนวนมาก ต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้เถา เลื้อยไปตามพื้นดิน ตามข้อของเถามีมือเกาะดอกสีขาว ส่วนผลมีลักษณะกลมเท่าผลมะนาว เมื่อสุกมีสีแดง จึงเรียกว่าลำลูกขี้กา ต่อมาจึงเรียกเหลือเพียงลำลูกกา
ในอดีตบริเวณลำลูกกาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ป่ารกร้างกว้างใหญ่ที่เรียกว่า“ทุ่งหลวง” จวบจนสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้มีการบุกเบิกพื้นที่แถบนี้ รวมถึงการขุดคลอง คือขุดคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2433 ขุดคลองหกวาสายล่าง (คลองสายหลักที่ไหลผ่านอำเภอลำลูกกา) เมื่อ พ.ศ. 2436 เป็นต้น ทำให้บริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมเป็นป่ารกชัฏ ที่ลุ่มหนองบึง เต็มไปด้วยสัตว์ป่า จนกลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของสยาม ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัย จนกลายเป็นแหล่งการค้า และชุมชนขนาดใหญ่
ปัจจุบันลำลูกกาตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดปทุมธานี และติดทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ทำให้ลำลูกกากลายเป็นชานเมืองของกรุงเทพฯ ไปโดยปริยาย พื้นที่แห่งนี้จึงมีศักยภาพสูงในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายด้าน ทั้งเกษตรกรรมเพาะปลูก อุตสาหกรรม การค้าขาย ฯลฯ รวมถึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ราคาที่ดินของลำลูกกาจึงพุ่งสูงตามไปด้วย จึงไม่แปลกที่คนรักของสาวบางกรวยจะโยกย้ายมาทำมาหากินอยู่ที่ลำลูกกา
แม้ในเพลงสาวบางกรวยไม่ได้บอกว่าหนุ่มเมืองปทุมประกอบอาชีพอะไร แต่จากบทเพลงได้บอกเป็นนัยเอาไว้ว่า “ไปเป็นหนุ่มปทุมธานี เงินก็ดีขายที่ดินรวย” จึงเป็นไปได้ว่า ชายผู้หักอกสาวบางกรวยอาจทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับที่ดินนั่นเอง
20 ปีผ่านไป ไม่รู้ว่า “สาวบางกรวย” ยังรอหนุ่มลำลูกกากลับมาหาหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือ “สาวเลยยังรอ” ส่วน “สาวบางโพ” นั้นโก้จริงจริง ~ (ฮา)
อ่านเพิ่มเติม :
- “คลองรังสิต” เมกะโปรเจกต์สมัยรัชกาลที่ 5 เปลี่ยน “ป่า” เป็น “นา” นับล้านไร่
- ที่มาเขต “บางซื่อ” กับตำนานเรื่องเล่าพระเจ้าอู่ทองเอาทองมาซ่อนในย่านคนซื่อ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
มติชน. (2561). “‘ดอกกรวย’ เหลืองสะพรั่งริมคลอง ที่มา ‘อ.บางกรวย’ คุณประโยชน์เพียบ!”. เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568, จาก https://www.matichon.co.th/region/news_946111
วลัยลักษณ์ ทรงศิริ. (2559). “พัฒนาการของการปรับเปลี่ยนสภาพภูมิศาสตร์ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา”. เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568, จาก https://lek-prapai.org/home/view.php?id=838
ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง. (2563). “ต้น ‘กรวย’ ที่มาแห่งนาม…บางกรวย”. เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568, จาก https://www.facebook.com/egatlearningcenter/posts/781227759306441
ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ. (2568). “ประชุมกลอนนิราศต่าง ๆ ภาคที่ 1 นิราศสุนทรภู่ 4 เรื่อง”. เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568, จาก https://vajirayana.org/
กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม. (2568). “บางกอก-ตลาดแก้ว-ปากเกร็ด ชาวดัตช์สมัยพระเจ้าปราสาททอง ระบุ เป็นแหล่งรายได้ของอยุธยา”. เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568, จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_53795
องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี. (2568). “ประวัติความเป็นมาของจังหวัดปทุมธานี”. เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568, จาก https://pathumpao.go.th/wp-content/uploads/2024/07/86.3-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2.pdf
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน). (2559). “ร้อยปีคลองรังสิต”. เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568, จาก https://tiwrm.hii.or.th/web/index.php/knowledge/130-knowledge/718-100yrs-rangsit.html
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 พฤษภาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไปไม่กลับมาเลยบางกรวย ไปร่ำรวยอยู่ลำลูกกา ~
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com