โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อัปเดตคำแนะนำลงทุน: ปรับโหมดเข้าลงทุนหลังทรัมป์เลื่อนการขึ้นภาษีทั้งโลกยกเว้นจีน

Finnomena

อัพเดต 05 พ.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 03.08 น. • Finnomena Funds

อัปเดตคำแนะนำการลงทุนจาก Finnomena Funds (10 เมษายน 2025) ปรับโหมดเข้าลงทุนหลังทรัมป์เลื่อนการขึ้นภาษีทั้งโลกยกเว้นจีน

สิ่งที่เกิดขึ้น

  • ล่าสุดในคืนวันที่ 9 เมษายน 2025 ตามเวลาไทย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศ “ลด” อัตราภาษีนำเข้าลงมาอยู่ที่ระดับ 10% และ “เลื่อน” กำหนดการขึ้นภาษีตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ออกไปเป็นระยะเวลา 90 วัน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ยกเว้นแคนาดา เม็กซิโก และจีน โดยคงอัตราภาษีนำเข้าสำหรับแคนาดาและเม็กซิโกไว้ที่ 25% และเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากจีนขึ้นเป็น 125%
  • การประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากจีน เป็นผลต่อเนื่องมาจากการตอบโต้ด้านภาษีของจีน โดยหลังจากที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า และสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่านานาประเทศไม่ควรตอบโต้มาตรการดังกล่าว แต่รัฐบาลจีนกลับประกาศขึ้นอัตราภาษีตอบโต้กับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 50% จาก 34% สู่ระดับ 84% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.เป็นต้นไป
  • การประกาศลดและเลื่อนอัตราภาษีนำเข้าส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยในคืนวันที่ 9 เมษายน 2025 ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้นแรง โดยดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นถึง 9.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวสูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่ปี 2008 ขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.02% ซึ่งเป็นสถิติที่สูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2001 และดัชนี Russell 2000 ก็ปรับตัวขึ้นถึง 8.66%

ความเห็นของ Finnomena Funds

  • การประกาศเลื่อนการขึ้นภาษี 90 วัน เป็นไปในทิศทางที่เราคาดไว้ในรายงานฉบับก่อนว่า การขึ้นภาษีของทรัมป์มีเป้าหมายเพื่อการ “เจรจา (make deal)” มากกว่าการจะต้องการเก็บภาษีในระดับสูงสุดตามที่เคยประกาศไว้ในวันที่ 2 เมษายน
  • เราเริ่มเห็นแรงต้านจากสังคมในสาธารณะต่อนโยบายการค้าของทรัมป์ ทั้งจากคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง จนไปถึงความขัดแย้งที่เริ่มเกิดขึ้นภายในระหว่างผู้สนับสนุนและทีมงานของทรัมป์เอง
  • อย่างไรก็ตามแม้สหรัฐฯ กับจีนยังคงระดับภาษีตอบโต้ในระดับสูง ซึ่งไม่ยั่งยืนและจะสร้างอันตรายทางเศรษฐกิจกับทุกฝ่าย เราเชื่อว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองฝ่ายจะนำไปสู่การเจรจา เช่นเดียวกับทิศทางที่มีการเลื่อนการขึ้นภาษีกับประเทศอื่น ๆ

แนะนำกลยุทธ์การลงทุน

  • เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “เข้าลงทุน” ในสินทรัพย์เสี่ยงได้ หลังจากที่เราแนะนำ Wait and See เพื่อเตรียมลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2025 โดยได้คัดเลือกกองทุนที่มีโอกาสฟื้นตัวหลังตลาดหุ้นปรับฐานแรงในช่วงที่ผ่านมาดังนี้

กองทุนแนะนำ หลังตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัว

หุ้นเวียดนาม

ตลาดหุ้นเวียดนาม (VN30) ปรับฐานรุนแรง -15% หลังเหตุการณ์วันที่ 2 เมษายน 2025 จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2025 เนื่องเวียดนามเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงหากสหรัฐฯ มีการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้า โดยจากความกังวลที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ในวันนี้ (10 เมษายน 2025) ตลาดหุ้นเวียดนามฟื้นตัว 6.9% ขณะที่ระดับ Valuation ของตลาดหุ้นถูกมากๆ อยู่ที่ 12-m forward P/E 7.3 เท่า หรือที่ระดับประมาณ -2 S.D. ในรอบ 10 ปี

เรามองว่าที่ผ่านมาตลาดหุ้นเวียดนามตอบรับเชิงลบมาก และความตึงเครียดที่เริ่มผ่อนคลายลง จึงเป็นโอกาส “เข้าลงทุน” ในหุ้นเวียดนามผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ–Aและกองทุน KKP VGF-UI*

กองทุน PRINCIPAL VNEQ–Aเป็นกองทุนความเสี่ยงสูง (ระดับ 6) มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลัก ในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ/หรือกองทุนรวม โดยปัจจุบันกองทุน PRINCIPAL VNEQ–A ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน กองทุน KKP VGF-UI*เป็นกองทุนความเสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ (ระดับ 8+) โดยกองทุนหลักจดทะเบียนในประเทศเวียดนามและมีการบริหารแบบ Active Management ซึ่งสามารถลงทุนในหุ้นรายตัวโดยไม่มีข้อจำกัด Foreign Ownership Limit ทีมบริหารกองทุนเป็นคนเวียดนามช่วยทลายข้อจำกัดด้านภาษาทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มากขึ้น โดยปัจจุบันกองทุน KKP VGF-UI* ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน *กองทุนนี้เป็นกองทุนที่เสนอขายให้ผู้ลงทุนประเภทผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra-Accredited Investor) ตามคำนิยามของสำนักงาน ก.ล.ต. จึงไม่ถูกจำกัดกรอบนโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป ดังนั้น กองทุนนี้จึงอาจมีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนมากกว่ากองทุนที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป และเหมาะกับผู้ลงทุนที่ยอมรับผลขาดทุนและความเสี่ยงระดับสูงได้เท่านั้น ทั้งนี้กองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นในประเทศเวียดนาม โดยในกรณีสถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่อาจเกิดขึ้น (worst case scenario) กองทุนนี้อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดที่ลงทุนในกองทุนหลักที่เน้นลงทุนในหุ้นในประเทศเวียดนามดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อการลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนนี้ โดยผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนนี้อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุนในกองทุนนี้ ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนในกองทุนนี้อย่างละเอียดและขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

หุ้นเทคโนโลยี

หลังจากการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าในวันที่ 2 เมษายน 2025 หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เมื่อมองผ่านดัชนี Nasdaq 100, หุ้นเทคโนโลยีจีน, และหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก เช่น TSMC, Samsung, ASML ต่างปรับตัวลงแรงในช่วงวันที่ 3-4 เมษายน อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มนี้สามารถปรับตัวขึ้นได้แรงในคืนวันที่ 9 เมษายน 2025 หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศลดและเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้า เรามองว่าปัจจัยพื้นฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังไม่ได้เปลี่ยนแปลง หุ้นเหล่านี้ยังมีการเติบโตของกำไรตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเมื่อดูระดับ valuation หลังจากการปรับฐานในช่วงก่อนหน้านี้ ดัชนี Nasdaq 100 ในปัจจุบันมีค่า Forward P/E อยู่ที่ 23.2 เท่า อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่แพงเกินไป

จึงมีคำแนะนำ "ทยอยสะสม" กองทุน B-INNOTECH ซึ่งเป็นกองทุน F-Pick ในหมวดกองทุนหุ้นเทคโนโลยี โดยกองทุนดังกล่าวลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds - Global Technology Fund ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการเติบโตของกำไรที่ดี และมี valuation ที่ไม่แพงเกินไป

กลยุทธ์การเลือกหุ้นดังกล่าวทำให้กองทุนมีความผันผวนที่ต่ำ ผลตอบแทนของกองทุนเมื่อวัดตั้งแต่ต้นปี (YTD) ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน กองทุนทำผลตอบแทนได้ -4.2% ในขณะที่ดัชนีชี้วัดทำผลตอบแทนได้ -11.6% และดัชนีหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ อย่าง Nasdaq 100 ทำผลตอบแทนได้ -8.8% ผลตอบแทนแสดงถึงความสามารถในการรับมือกับสภาวะตลาดผันผวนได้เป็นอย่างดี กองทุนมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก นำโดย TSMC ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปที่มีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมากที่สุดแห่งหนึ่ง รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ขนาดใหญ่อย่าง Apple, Amazon, Alphabet และ Microsoft ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้ถูกแรงเทขายในช่วงก่อนหน้านี้จากความกังวลเรื่องผลกระทบของภาษีนำเข้าต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท อย่างไรก็ดี หลังจากที่มีการประกาศลดและเลื่อนภาษีนำเข้า หุ้นกลุ่มนี้ก็กลับมาทำผลตอบแทนเป็นบวกได้อีกครั้ง คำเตือน: เอกสารฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จํากัด และ/หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ จัดทําโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุนที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็น หรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนําเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อาจจะทําการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทําซ้ำ ดัดแปลง นําออกแสดง ทําให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า การกล่าวคัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทําโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้งการตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...