โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดีเอชแอล (DHL) ประกาศยกเลิกบริการส่งพัสดุสินค้า ที่มีราคาเกินกว่า 800 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 27,000 บาท จากทั่วโลกเข้าสหรัฐ เป็นการชั่วคราว มีผล 21 เม.ย. นี้ ส่วนพัสดุที่ราคาต่ำกว่าอัตรานี้ยังให้บริการตามปกติ

BTimes

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 12.50 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส (DHL Express) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ไตรธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์และโลจิสติกส์ที่อยู่ในเครือกลุ่มบริษัทดอยช์ โพสต์ ยักษ์ใหญ่ชื่อดังระดับโลกในประเทศเยอรมนี ได้ประกาศบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่า ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ยกเลิกบริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ระหว่างบริษัทผลิตสินค้า แพลทฟอร์มขายสินค้า และบุคคลทั่วไปที่ขายสินค้า ซึ่งมีราคาเกินกว่า 800 ดอลล์สหรัฐ หรือมากกว่า 27,000 บาท จากทั่วโลกเข้าสู่ผู้รับพัสดุภัณฑ์ที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยให้มีผล 21 เม.ย. 2025 นี้ อย่างไรก็ตามการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ระหว่างธุรกิจหรือองค์กรกับปลายทางผู้รับที่เป็นธุรกิจหรือองค์กรจะดำเนินตามปกติ แต่ได้รับผลกระทบในการบริการที่ล่าช้า

สาเหตุจากสำนักงานศุลกากรแห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศกฎระเบียบใหม่ ให้ดำเนินการตามกระบวนการ หรือขั้นตอนการขนส่งพัสดุภัณฑ์ที่มีราคาตั้งแต่ 800 ดอลล์สหรัฐ หรือมากกว่า 27,000 บาท เข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงก่อนหน้านี้กฎระเบียบดังกล่าวจะใช้กับการขนส่งพัสดุภัณฑ์ที่มีราคาขั้นต่ำ 2,500 ดอลล์สหรัฐ หรือตั้งแต่ 85,000 บาท สำหรับการขนส่งพัสดุภัณฑ์ที่มีราคาต่ำกว่า 800 ดอลล์สหรัฐ หรือไม่ถึง 27,000 บาทไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากประกาศปรับเปลี่ยนบริการเป็นการชั่วคราวในครั้งนี้

ย้อนกลับ ไปเมื่อวันพุธที่ 16 เมษายน 2025 ที่ผ่านมา ไปรษณีย์ฮ่องกง หรือ Hong Kong Post ประกาศยกเลิกบริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์สำหรับสินค้าที่ขนส่งทางเรือเดินทะเลไปยังประเทศสหรัฐสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังประกาศว่าจะยกเลิกบริการจัดส่งบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุสินค้าเพื่อการขนส่งทางอากาศ ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2025 นี้เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลว่าเพื่อเป็นการตอบโต้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้ประกาศยกเลิกมาตรการไม่จัดเก็บภาษีสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุสินค้า และประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานายโดนัลด์ ทรัมป์ที่มีต่อประเทศจีนและฮ่องกง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 เมษายนผ่านมานายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งบริหารประธานาธิบดีสหรัฐให้ดำเนินการเพิ่มอัตราการเก็บภาษีพัสดุ หรือแพคเกจจิ้งที่บรรจุสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือต่ำกว่า 28,000 บาทลงมา นับเป็นการลงนามเพื่อแก้ไขอัตราภาษีเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ภายใน 8 วันผ่านมา

โดยเฉพาะสินค้าขายปลีกที่สั่งนำเข้ามาจากประเทศจีน โดยเพิ่มอัตราการจัดเก็บสูงถึง 4 เท่า ทำให้อัตราภาษีดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 90% เป็น 120% ให้มีผลวันที่ 2 พฤษภาคม 2025 นี้ ดังนั้น อัตราภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนในการจัดส่งสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือต่ำกว่า 28,000 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็น 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น หรือกว่า 7,000 บาท มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2025 นี้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามให้กำหนดการจัดเก็บอัตราภาษีสำหรับพัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐที่ 30% ของมูลค่าการจัดส่ง หรือ 25 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 875 บาท ซึ่งประกาศมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2025 แต่ในคืนผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งแก้ไขให้เก็บเพิ่มขึ้นเป็น 90% หรือเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า หรือ 75 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2,625 บาท ในที่สุด อัตราภาษีดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5,250 บาท มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2025 นี้

ในช่วงผ่านมา โดยเฉพาะในยุคสมัยที่นายโจ ไบเดนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 นั้น พัสดุที่บรรจุสินค้าซึ่งส่งไไเข้ามาในประเทศสหรัฐ และมีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่ถึง 28,000 บาทได้รับการยกเว้นภายใต้ข้อกำหนด de minimis กฎหมายดังกล่าวกลายเป็นช่องว่าง และเอื้อประโยชน์กับแพลทฟอร์มขายปลีกออนไลน์รายใหญ่สัญชาติจีนระดับโลกทั้ง 2 ราย คือ ชีอิน( Shein) และเทมูน(Temu) ทั้ง 2 แบรนด์ดังกล่าวจะใช้วิธีการ และช่องทางในการจัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้าในสหรัฐผ่านทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยข้อมูลว่ากฎหมายที่ให้ยกเว้นการเก็บภาษีกับสินค้านำเข้ามีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่ถึง 28,000 บาทนั้น ทำให้สินค้าขายปลีกจากต่างประเทศมีจำนวนมากถึงกว่าปีละ 140 ล้านชิ้น เพิ่มสูงขึ้นเป็นปีละกว่า 1,000 ล้านชิ้นภายในระยะเวลา 10 ปีผ่านมา ปริมาณสินค้าจากต่างประเทศมากมายกว่า 1,400 ล้านชิ้น ยังพบว่า มีถึง 60% เป็นสินค้าขายปลีกมาจากจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...