โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

แอร์ ภัณฑิลา เคลียร์ดราม่า ชาวเน็ตแซะเรื่องเลี้ยงลูก! พร้อมเผยแพลนมีคนที่ 2

Khaosod

อัพเดต 28 ธ.ค. 2567 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2567 เวลา 07.58 น.

แอร์ ภัณฑิลา ควงลูกสาว “น้องฑิลาร์” อัพเดตพัฒนาการ พร้อมเคลียร์ดราม่า ชาวเน็ตแซะเรื่องเลี้ยงลูก! เลี้ยงยังไงให้น้ำหนักเกินเกณฑ์

ตัวแม่ตัวแม่ แอร์ ภัณฑิลา ขอควงลูกสาว น้องฑิลาร์ มาอวดความน่ารักและอัพเดตพัฒนาการในวัย 1 ขวบ 4 เดือน พร้อมตอบกระแสดราม่าเลี้ยงลูกยังไงให้น้ำหนักเยอะเกินเกณฑ์และกับดราม่าเสียงดังจนทำให้ลูกสาวร้องไห้ปล่อยโฮกลางวงสัมภาษณ์

พร้อมเผยโมเมนต์ทะเลาะหนักกับคุณสามีเหตุตามใจลูก และขอตอบชัดเตรียมมีเบบี๋คนที่ 2 แล้วจริงหรือเปล่า ทุกประเด็นใน รายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ทีมี หนิง ปณิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร

พัฒนาการตอนนี้ 1 ขวบ 4 เดือนเป็นยังไงบ้าง? “เด็กทุกคนเขาจะมีช่วงเวลาเติบโตไม่เท่ากันอยู่แล้ว เราจะต้องสังเกตอะไรที่ลูกเราถนัด อะไรที่ลูกเราไม่ถนัด เราจะได้เสริมถูก แต่สิ่งที่เขาถนัดเลยก็คือเรื่องของภาษาแล้วก็คำพูด คุณหมอก็จะมีเช็คลิสต์ว่าพูดอะไรได้บ้าง พูดอะไรไม่ได้”

ฟ้องได้ด้วย? “เช่น พี่เลี้ยงอาบน้ำอยู่แล้วเขาไม่อยากอาบน้ำเขาก็จะเรียกพี่แม่บ้านอีกคนนึงแล้วเขาก็จะบอกว่าป้าตี แต่จริงๆ แล้วป้าไม่ได้ตีนะ แต่เหมือนล้างก้นล้างตัวเขาแล้วเขาไม่อยากอาบน้ำ”

มีกังวลเรื่องของฟันด้วย ตอนนี้ขึ้นกี่ซี่? “ตอนนี้ 2 ซี่ เด็กบางคนอย่างเช่นลูกลูกของคุณนิว ชัยพล 4-5 เดือนขึ้นมา 6 ซี่แล้ว คือแล้วแต่เด็กเลย แต่คุณหมอบอกว่าถ้าเขากินได้ไม่ต้องห่วง แต่เราก็รู้สึกว่าเด็กๆ คนอื่นเขาต้องเริ่มดูแลสุขภาพช่องปากแต่ว่าลูกเราฟันเพิ่งขึ้นมา 2 ซี่บน เขาทานทุกอย่างได้คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นไรงั้นแสดงว่าเหงือเขาแข็งแรง แต่ตอนนี้กำลังจะเริ่มขึ้น 2 ซี่ล่างเริ่มมีสิ่งที่ต้องกังวลก็คือเด็กจะปวดฟันแล้วก็ร้อง”

ไปเรียนจิตวิทยาเพื่อที่จะปรับใช้กับลูกเลย? “เราสนใจในเรื่องของจิตวิทยาอยู่แล้วพอมีลูกบางครั้งคนเป็นแม่แอร์มั่นใจว่าแม่ทุกคนอยากเลี้ยงลูกให้ดี แต่บางทีที่เราเสพอะไรเยอะๆ หรือเข้าไปในโซเชียลก็จะมีหลายกระแสที่เราเอ๊ะจริงหรือเปล่า ถ้างั้นเราคงหาคนที่มาบอกเราได้เลยว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำหรือควรจะมีแนวทางแบบไหนเลยไปสมัครเรียนเลยแต่เป็นคอร์สออนไลน์แต่สามารถเก็บหน่วยกิตเป็นปริญญาโทได้”

ผลที่เรียนออกมามันมีอะไรที่เราสามารถปรับเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน แชร์ให้ทุกคนเอาไปใช้ได้บ้างมั้ย? “เคยแชร์ไปแล้ว ก็จะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่ได้เห็นด้วย ถ้าใครรู้สึกว่าสามารถนำไปปรับใช้ได้ก็นำไปปรับใช้ หาตรงกลางของแต่ละบ้านให้เจอเพราะบริบทของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน แอร์จะมีอย่างนึงที่ไปเรียนมาในเทคนิค 101 ของอาจารย์หม่อมปนัดดา มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์หม่อมก็จะบอกว่าเราสามารถสร้างวินัยเชิงบวกให้กับลูก เราเก็บคำพูดคำว่า ไม่ ห้าม อย่า หยุด เอาไว้กับสิ่งที่เรารู้สึกว่าอันนี้ไม่ได้ ขีดเส้นใต้ว่าสิ่งนี้ไม่ได้เอาไว้ในยามที่เรารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เราจะไม่ห้ามลูกแบบพร่ำเพรื่อ ถ้าห้ามทุกๆอย่างเด็กก็จะมีความเสียเซลฟ์ พอจะทำแม่ห้ามอีกแล้ว เลยรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างให้เขาเรียนรู้เองบ้าง ถ้าอันไหนที่รู้สึกว่าเป็นอันตรายต่อเขา ต่อคนอื่น ต่อข้าวของอันนี้ห้าม ไม่ อย่า หยุด ได้เลย”

บ้านนี้มีแบ่งการเลี้ยงเป็นสองฝั่งคือฝั่งสายสปอยล์กับสายเข้มงวด? “แอร์จะเป็นสายกลางๆ สิ่งที่แอร์อยากได้จากทุกคนในบ้านเป็นเรื่องที่ชิลมากๆ ขอแค่ไม่ขู่ลูกอะไรที่ไม่จริงอย่าขู่แล้วก็ไม่โกหกเด็ก เช่น ถ้าไม่นอนเดี๋ยวตำรวจมาจับ จะขอแค่เรื่องง่ายๆ แค่นี้ แต่มีสิ่งที่แอร์ห้ามไม่ได้นั่นคือเรื่องการกิน จะมีแบ่งฝั่งนะอย่างแอร์ สามีแอร์ พี่เลี้ยงก็จะอยู่ฝั่งเดียวกัน ฝั่งเข้มงวดนิดหน่อย แต่จะมีอาม่า อากง อาอี๊ บางอันรู้สึกว่ามันอันตราย เช่นคุณหมอจะบอกว่าในวัยนี้ยังไม่อยากให้กินของกลม ของเหนียว ของแข็ง เพราะระบบกลืนเขาอาจจะยังไม่ได้เก่งเท่าผู้ใหญ่ วันนึงอาม่าก็หยิบกล้วยฉาบ กล้วยเชื่อมให้เลย แต่ละช่วงวัยเขาจะมีบอกเลยว่าให้หั่นอาหารแบบไหน อะไรทานได้อะไรทานไม่ได้ แอร์ยังอยากให้ลูกทานอาหารที่เป็นรสชาติของเด็กอยู่นะยังไม่อยากให้กินอะไรที่เป็นรสชาติของผู้ใหญ่”

เคยทะเลาะกับสามีเรื่องการกิน? “ใช่ค่ะ แอร์เป็นคนชิลนิดนึงแต่คุณสามีเป็นคนซีเรียสในเรื่องของอาหารการกินในเรื่องของความอันตรายคือกินอ่ะกินได้แต่อะไรที่อันตรายเขาซีเรียสมากๆ เวลาที่เราไม่เที่ยวไหนเขาก็จะกดเลยว่าที่เราอยู่กับโรงพยาบาลไกลกันแค่ไหน มีอยู่วันหนึ่งแอร์ให้ฑิลาร์กินแอปเปิ้ลปกติเขาจะต้องสไลด์เล็กๆแต่วันนั้นเขาขอแอร์กินแอปเปิ้ลก็เลยหักมุมเล็กๆให้ทาน สามีบอกว่ามันผิดทฤษฎีเพราะทฤษฎีให้สไลด์เป็นเส้นๆ แต่แอร์หักมุมมาให้เล็กๆ เราก็พยายามบาลานซ์ให้บรรยากาศในบ้านอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกว่าไม่ไปบังคับคนอื่นจนมากเกินไป”

สิ่งหนึ่งที่แม่แอร์สปอยลูกหนักมาก? “จริงๆ เป็นคนชอบซื้อหนังสือให้ลูกมีของเล่นบ้างหนังสือบ้าง แล้วเป็นคนหวงหนังสือมากตัวเราเป็นคนชอบอ่านหนังสือแล้วเรารู้สึเราเห็นคุณค่ากับการอ่านหนังสือ เวลาที่เราได้อ่านหนังสือมันไม่เหมือนเวลาเราอ่านบนหน้าจอ เราแฮปปี้กับสิ่งนี้ หนูก็จะซื้อหนังสือมาเยอะมากซื้อมาทีบางทีเป็นเซ็ตมาเลย 80 เล่ม”

ตอนนี้ตั้งธงในการสอนลูก เลี้ยงดูลูก ณ ตอนนี้คืออะไร? “แอร์เป็นคนเลี้ยงลูกค่อนข้างชิล สิ่งที่อยากให้เขาเป็นในตอนโตแอร์อยากให้เขาปรับตัวง่ายอยู่กับสภาพแวดล้อมไหนก็ได้ ลำบากบ้าง สบายบ้าง บางครั้งบางโอกาส อยากให้เป็นเด็กที่เป็นคนรักตัวเองให้เป็นมีจิตใจที่เข้มแข็งในอนาคต วันนี้เรามองไปอีก 20 ปีข้างหน้าก็ไม่รู้หรอกอนาคตจะเป็นยังไง แอร์อยากให้เขารักตัวเองเป็น ปรับตัวได้ง่ายๆ แค่นั้นก็เพียงพอ”

มีเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นด้วย มีชาวโซเชียลช่วยเลี้ยง? “เป็นเรื่องปกติ ตอนแรกๆจะมีดราม่าเลี้ยงยังไงให้ลูกอ้วนเกินไป ตอนนั้นก็เพิ่งคลอดลูกแล้วเราก็มือใหม่มากๆ ตอนนั้นอยู่ในสภาวะที่กดดันตัวเองอยู่แล้ว ต้องทำยังไงอะไรคือถูกอะไรคือดีสำหรับลูกเราก็พยายามทำเต็มที่ สุดท้ายเหมือนมีคนมาตัดสิน ณ วันนั้นแอร์รู้สึกเครียดกดดันและรู้สึกเสียใจ ตอนนั้นอาจจะมีภาวะเพิ่งคลอดลูกมาก็เลยรู้สึกเสียใจจังเลยฉันเป็นแม่ที่ไม่ดีหรอ มีร้องไห้บ้าง พอกลับมาดู ณ วันนี้พอมองย้อนกลับไปมันเฉยมาก มันไม่มีอะไรเลย”

ได้ปรึกษาหมอมั้ย หมอให้ทำยังไง? “ปรึกษาค่ะ จริงๆ แล้วพอมีอะไรก็ตามปรึกษาหมอก่อนเลย คุณหมอเขาก็จะมีกราฟแล้วก็ติ๊กส่วนสูงเท่าไหร่เราเห็นอยู่แล้ว คุณหมอพูดว่าคุณแอร์ถ้าลูกทานได้ให้ทานเลยวันนึงถ้าเขาไม่ทานแล้วคุณแอร์จะเครียด คุณหมอบอกว่าเด็กถ้าเขาได้วิ่งเดี๋ยวเขาก็จะน้ำหนักลดมีช่วงนึงเขาติดเล่นเขาก็จะทานน้อยลงไปอีก คุณแอร์ทานได้ทานไปเลยอย่าห้ามลูก”

ล่าสุดก็เจออีกอุ้มฑิลาร์ไปด้วยแล้วฑิลาร์ร้องไห้ เจอดราม่าอีก? “เอาจริงๆ แอร์ก็ยังไม่เห็นนะทุกวันนี้แต่มีคนมาถาม มีนักข่าวมาถามมันมีดราม่าน้องร้องไห้เพราะแม่เสียงดัง เอาจริงๆ วันนั้นน้องเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศแล้วก็ไม่สบายเหนื่อยด้วย แล้วก็ก่อนหน้าที่จะไปอีเวนต์นี้ไปโรงพยาบาลมาแล้วเอาน้ำเกลือมาฉีดล้างจมูก อากาศมันเปลี่ยนน้องมีความไม่สบายตัวอยู่แล้ว คอมเมนต์ที่เขาบอกว่าดราม่าไม่เห็นดราม่านั้นนะ ก็ไม่ได้มีอะไร รู้สึกเป็นธรรมชาติของเด็ก”

หลังคลอดลูกมาเห็นว่ามีภาวะมาม่าบลูถึงขั้นอยากจะตายเลย เกิดอะไรขึ้น? “ไม่รู้ว่าแม่ๆ คนอื่นเป็นหรือเปล่าแต่รู้สึกว่าเป็นภาวะที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอด้วยบวกกับความกดดันความเครียดต่างๆ ทำให้เรารู้สึกว่ามันเหมือนหลอนเสียงนาฬิกาปลุกที่เราจะต้องปลุกทุก 3 ชั่วโมงเพื่อปั๊มนม หลับแต่ละครั้งเหมือนไม่ได้นอนจริงๆ เหมือนหลับไม่สนิท ทุกครั้งที่เราได้นอนไปเหมือนเตียงมันดูดเหมือนร่างจะหลุดออกไปแล้ว เหนื่อยสุดๆ รู้สึกเหมือนหลับนะแต่เได้ยินลูกร้องตลอดเวลา แต่ยินเสียงนาฬิกาปลุกว่าต้องตื่นอีกแล้วตลอดเวลา รู้สึกเหมือนจะตาย”

แล้วหายได้ยังไง? “ไปหาคุณหมอมา คุณหมอก็บอกว่าคุณแอร์เป็นยังไงบ้างเหนื่อยมั้ย พอได้ยินคำว่าเหนื่อยมั้ยร้องไห้เลย มันคงเป็นความสะสม ความกังวล ความกดดันของเรา”

แพลนลูกคนที่ 2? “จริงๆ อยากมีแล้วก็คิดว่าจะมีแน่นอน รู้สึกว่าอยากส่งฑิลาร์เข้าโรงเรียนไปก่อน ถ้าจะมีก็อยากจะเป็นผู้ชายซักคน”

อยากบอกอะไรคุณลูกสาว? “คนเป็นแม่อยากบอกเขาว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรขอให้เขาได้รู้ว่ายังมีแม่คนนี้อยู่ข้างๆเสมอ แอร์ก็อยากจะเป็นแม่ที่อยากจะรับฟังเขาในทุกๆเรื่องของชีวิต ถ้าวันใดเขามีปัญหาขึ้นมาก็อยากให้นึกถึงแอร์เป็นคนแรกๆ อยากให้เขารู้ว่าชีวิตนี้มั่นใจว่าไม่มีใครรักเขาได้มากกว่าแอร์”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/g4mVpxvVOQI?si=EA0w2yEkTBxbJFd-

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอร์ ภัณฑิลา เคลียร์ดราม่า ชาวเน็ตแซะเรื่องเลี้ยงลูก! พร้อมเผยแพลนมีคนที่ 2

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...