โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานศิลปะในตำนานที่บันดาลจากความรัก

The Momentum

อัพเดต 16 ก.พ. 2564 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2564 เวลา 19.45 น. • ธรรมรุจา ธรรมสโรช

In focus

  • ปี 1939 ศิลปินหญิง ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) บรรยายความเจ็บปวดหลังหย่ากับสามีเป็นภาพวาดชื่อ The Two Fridas

  • ปี 1978 แอนดี วอร์ฮอล (Andy Warhol) ผลิตผลงานชุด Torso and Sex Parts ขึ้นเพื่อเปิดเผยภาพความรักของกลุ่มชายรักชาย

  • ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) จัดนิทรรศการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความตายของชายผู้เป็นที่รักจนมีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น

ศิลปินนั้นแตกต่างจากอาชีพอื่นๆ ตรงที่นอกจากขายผลงานศิลปะแล้ว สังคมรอบข้างยังสนใจวิถีชีวิตและเรื่องส่วนตัว ชีวิตรักของศิลปินจึงมักเป็นที่กล่าวถึงอยู่เสมอ

ความสนใจที่สังคมมอบให้บางครั้งก็เป็นดาบสองคมโดยไม่รู้ตัว เมื่อศิลปินคบหากับบุคคลมีชื่อเสียงอาจทำให้มูลค่างานศิลปะสูงขึ้นจนเป็นที่ต้องการของนักสะสมในเวลาอันรวดเร็ว แต่หากความรักจบไม่สวยก็อาจทำให้ราคาผลงานตกเช่นกัน

นอกจากมูลค่าซึ่งเป็นมาตรวัดด้วยหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น แรงบันดาลใจ แรงผลักดัน อารมณ์ความรู้สึกจากภายในของศิลปินซึ่งส่งต่อสู่ภายนอก ถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะ

จริงหรือไม่ ที่ความรักของศิลปินมักจบลงด้วยความชอกช้ำ

ในเดือนแห่งความรักนี้ มาดูกันว่าศิลปินดังระดับตำนานมีเรื่องราวความรักเป็นอย่างไร และความรักมีอิทธิพลต่อผลงานอย่างไร

Frida Kahlo (ค.ศ. 1907-1954)

ศิลปินหญิงชาวเม็กซิกันคนนี้แต่งงานกับศิลปินดังนามว่า ดิเอโก ริเวรา (Diego Rivera) ตั้งแต่เธออายุ 22 ปี ส่วนเจ้าบ่าว ขณะนั้นอายุ 42 ปี หย่ามาแล้ว 2 ครั้ง ด้วยความที่ดิเอโกเป็นคนเจ้าชู้ และนอกใจเธอเป็นประจำ ฟรีดาจึงนอกใจเขาเช่นกัน ในยุคสมัยนั้นการสื่อสารมวลชนยังมีจำกัด ศิลปินจึงมีบทบาทในสังคมมาก และถือเป็นสื่อกระแสหลักแขนงหนึ่ง

การที่ศิลปินดังตัดสินใจแต่งงานกับเธอทำให้เธอเป็นที่จับตามองในวงการศิลปะทั้งในและนอกประเทศอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นฟรีดาต้องพบกับแรงกดดันมหาศาลในการทำงานใต้เงาของผู้เป็นสามี และด้วยปัญหาสุขภาพเรื้อรังตลอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่งผลให้ภาพเขียนของเธอมักแสดงออกถึงความเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจ

ผลงาน ‘ฟรีดาสองคน’ (The Two Fridas) นี้เริ่มวาดในช่วงที่มีปัญหาระหองระแหงกับสามี ทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือใส่กันจากความหึงหวงและความแค้นที่ถูกนอกใจ ภาพสื่อถึงท้องฟ้าอึมครึมในจิตใจของเธอ มีตัวเธออยู่ 2 คน ด้านซ้ายเป็นหญิงสาวเม็กซิกันแต่งชุดประจำชาติกำลังตัดเส้นเลือดหัวใจของตัวเอง ตีความได้ว่าคือการหย่าร้าง ส่วนด้านขวาคือตัวเธอในปัจจุบันและอนาคตสวมชุดลำลอง เป็นอิสระจากธรรมเนียมการสมรสแต่ก็ยังจับมือกับอดีตอย่างแนบแน่น

ภาพนี้วาดเสร็จเมื่อปี 1939 หลังหย่าขาดได้ไม่นาน เธอขายไปในราคาเพียง 4,039 เปโซพร้อมกรอบ (ประมาณ 6,050 บาท) นับเป็นภาพที่แพงที่สุดซึ่งขายในขณะฟรีดายังมีชีวิต

ผลงาน ‘ฟรีดาสองคน’ (The Two Fridas)

Jackson Pollock (ค.ศ. 1912-1956)

ศิลปินแอบสแตรกชาวอเมริกันผู้มาก่อนกาล เจ้าของการสะบัดสีจนเป็นลวดลายโดดเด่นท่านนี้ จะไม่สามารถผลิตงานได้จนเป็นถูกใจของพิพิธภัณฑ์และนักสะสมมากมาย หากไม่มีภรรยาที่ชื่อ ลี คราสเนอร์ (Lee Krasner)

ลีเป็นศิลปินที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะร่วมสมัย ว่ากันว่าเธอเข้าใจรสนิยมของพิพิธภัณฑ์และนักสะสม ณ ขณะนั้น และยังสามารถคาดเดาแนวโน้มตลาดงานศิลปะได้เป็นอย่างดี นอกจากจะทำงานศิลปะของตัวเองแล้วเธอยังคอยให้คำแนะนำ สนับสนุนสามีให้ทดลองเทคนิคใหม่อย่างอิสระและเป็นตัวของตัวเอง การสาดสีอย่างต่อเนื่องเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครทำได้นั้นเกิดขึ้นในช่วงที่เขาและเธอเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ และย้ายเข้าเรือนหอได้ไม่นาน อาจเรียกได้ว่าเป็นอานุภาพจากความรักในช่วงฮันนีมูนก็เป็นได้

ลีทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผลงานของสามีให้ผู้คนในวงการศิลปะได้รู้จัก เธอแนะนำ เฮอร์เบิร์ต แมตเทอร์ (Herbert Matter) กราฟิกดีไซเนอร์ในตำนานให้รู้จักกับสามี และเขานี่เองที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแจ็กสันให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

แม้ในบั้นปลายของชีวิต เขาจะมีปัญหาติดแอลกอฮอล์อย่างหนัก และตัวลีเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถช่วยสามีให้พ้นจากอาการเสพติดแอลกอฮอล์เรื้อรังจนนำไปสู่การเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลงานของแจ็กสันทรงอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน

Andy Warhol (ค.ศ. 1928-1987)

แอนดี ศิลปินตัวพ่อแห่งวงการภาพพิมพ์และกราฟิก โดดเด่นด้วยความคมชัดของภาพและการเล่นสีสันที่จัดจ้าน ชีวิตรักของแอนดีนั้นมีสีสันไม่น้อยโดยที่เขาเปิดตัวกับสังคมว่ามีรสนิยมแบบชายรักชาย เขาได้คบหากับบุคคลมีชื่อเสียงมากมาย เช่น ชาร์ลส ลิแซนบี (Charles Lisanby) จอห์น จีออร์โน (John Giorno) และ บิลลี เนม (Billy Name) แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่ชีวิตซึ่งคบกันนานกว่า 12 ปีคือ เจ๊ด จอห์นสัน (Jed Johnson)

แอนดีไม่ค่อยบอกเล่าความรู้สึกต่อคนรักให้สื่อรับรู้เท่าไรนัก แต่ก็ได้แสดงมุมมองต่อความรักและเซ็กซ์ลงในงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง

ในปี 1978 เขาสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายชุด ‘หน้าท้องและเครื่องเพศ’ (Torso and Sex Parts) จับภาพส่วนต่างๆ ของร่างกายผู้ชายอย่างตรงไปตรงมาด้วยกล้อง 35 มม. และกล้องโพลารอยด์ โดยแอนดีให้นายแบบหลายคนทำท่าทางคล้ายมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายภาพเป็นบางมุม เปิดเผยทีละส่วน แสดงถึงทั้งความคลุมเครือและชัดเจนในเวลาเดียวกัน

หลังจากภาพชุดนี้ประสบความสำเร็จ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักนิยมงานศิลปะหัวก้าวหน้า ต่อมาในปี 1983 แอนดีก็ผลิตชุดภาพพิมพ์เพื่อถ่ายทอดภาษาแห่งรักของชายหญิงบ้าง เขาจ้างนายแบบนางแบบมามีเพศสัมพันธ์กันจริงๆ โดยแอนดีทั้งถ่ายภาพ เขียนภาพ และพิมพ์ภาพไปพร้อมกัน นับว่าเป็นวิธีการทำงานที่สื่อให้ความสนใจ แหวกขนบ และเป็นตัวตนของเขาอย่างแท้จริง

ภาพพิมพ์จากผลงานชุด Love

Yayoi Kusama (ค.ศ. 1929-ปัจจุบัน)

ยาโยอิ ศิลปินหญิงชาวญี่ปุ่นคือตำนานที่ยังมีชีวิตจากโลกศิลปะยุค 60 ผลงานของเธอโดดเด่นในการสร้างบรรยากาศด้วยการวาดซ้ำจุดจำนวนมาก จนกลายเป็นภาพเสมือนและศิลปะจัดวางกึ่งภาพหลอน จัดว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ในการชมผลงานศิลปะซึ่งพาผู้ชมหลุดเข้าไปในโลกจินตนาการที่เธอประดิษฐ์ขึ้น

แม้ยาโยอิจะไม่เคยแต่งงานก็ใช่ว่าเธอไม่เคยมีความรัก ความรักที่มีอิทธิพลต่อความคิดและผลงานของเธอมากที่สุดคือความรักกับศิลปินรุ่นใหญ่ โจเซฟ คอร์เนลล์ (Joseph Cornell) ที่แก่กว่าเธอถึง 26 ปี เขาและเธอรักกันขณะที่โจเซฟมีชื่อเสียงอยู่ในนิวยอร์ก และเธอยังเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ เขามอบงานหลายชิ้นให้เธอนำไปขายเพื่อที่อย่างน้อยๆ เธอจะมีแรงทำงานและได้อยู่นิวยอร์กต่อไป

ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกว่า 10 ปี จนกระทั่งวาระสุดท้ายของฝ่ายชายในปี 1972 หลังจากที่เขาเสียชีวิตไม่นาน เธอได้นำผลงานภาพปะติดที่เขาให้ใส่กล่องกลับไปญี่ปุ่น และหลายปีต่อจากนั้น เธอก็ผลิตผลงานภาพปะติดขึ้นจากแรงบันดาลใจในกล่องความทรงจำ ผลงานชุดที่ว่านี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชมชาวญี่ปุ่น นับเป็นการประกาศความเป็นศิลปินของยาโยอิในบ้านเกิดอย่างเป็นทางการ

 

ภาพที่โจเซฟทำให้ยาโยอิในปี 1967

ยาโยอิถ่ายคู่กับผลงานตนเองในปี 2020

อาชีพศิลปินคืออาชีพสุจริตอาชีพหนึ่ง ความแตกต่างจากอาชีพอื่นอยู่ตรงที่การนำอารมณ์ของตัวเองมาสร้างสรรค์จนเกิดเป็นรูปธรรม จับต้องได้ และสื่อสารแทนคำพูดนับล้าน อาจกล่าวได้ว่างานศิลปะอันทรงพลังมักมาจากอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้ง เช่น ความรัก ที่ไม่ว่าความรักนั้นจะสุขสมหวังหรือเจ็บปวดรวดร้าวก็นำมาซึ่งพลังงานสร้างสรรค์อันเปี่ยมล้นเสมอ

 

อ้างอิง

https://theartgorgeous.com/art-world-five-tragic-love-stories/

https://www.dailymail.co.uk/femail/article-3484222/Paul-Smith-opens-wife-David-Bowie-missing-having-children-rare-interview

https://www.forbes.com/sites/rebeccasuhrawardi/2020/04/17/a-message-from-yayoi-kusama-to-the-whole-world/

https://www.fridakahlo.org/the-two-fridas.jsp

https://www.guyhepner.com/artist/andy-warhol-art-prints-paintings/love-by-andy-warhol/

https://www.harpersbazaar.com/culture/art-books-music/g7916/best-female-artists/

https://hero-magazine.com/article/40581/jackson-pollock-takes-over-the-tate-liverpool-with-the-sinister-paintings-that-shook-up-the-art-world/

https://www.nytimes.com/2018/11/01/arts/think-you-know-andy-warhol-here-are-five-truths-that-may-surprise.html

https://www.sothebys.com/en/articles/21-facts-about-yayoi-kusama

https://www.tate.org.uk/context-comment/blogs/kusamas-relationship-joseph-cornell

https://www.warhol.org/exhibition/dirty-art-andy-warhols-torsos-and-sex-parts/

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...