โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทเรียน "วัคซีนพิษสุนัขบ้า" ผลประโยชน์ที่แลกด้วยชีวิต

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2561 เวลา 16.13 น.

นับตั้งแต่ต้นปี 2561 มีข่าวเปิดโปงการทุจริตในหลายหน่วยงานของภาครัฐ ล้วนแต่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลชุดนี้ จนล่าสุดมาถึงวิกฤตการระบาดอย่างรุนแรงของ “โรคพิษสุนัขบ้า” ถึง 50 กว่าจังหวัดทั่วประเทศ เพียง3 เดือนมีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 7 คน

 

ต้นตอใหญ่มาจากการประมูลวัคซีนที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งส่อเค้าลางว่า จะมีความไม่ชอบมาพากล! ต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้วัคซีนที่ฉีดไปในสุนัข แมว ไม่ได้ผล ส่งผลปะทุรุนแรงในขณะนี้

ปมฉาวส่อ ขรก.เอี่ยว

หากย้อนรอยปมฉาวที่ปูดขึ้นมา เริ่มต้นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ส่งสัญญาณร้องไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มีการตรวจสอบใน 2 ประเด็น 1.กรณีอธิบดีกรมปศุสัตว์ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ? และกรมปศุสัตว์ “ผูกขาด” การซื้อวัคซีนจากบริษัทของภรรยา อดีตรองอธิบดีกรมปศุสัตว์หรือไม่ ?

ทำเอาเก้าอี้ “นายอภัย สุทธิสังข์” อธิบดีกรมปศุสัตว์ สะเทือนและยอมรับว่า “ทราบมานานแล้วว่ามีบริษัทของภรรยาอดีตรองอธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าร่วมประมูลขายวัคซีนให้กับกรมปศุสัตว์ ขณะนั้นยังไม่เคยทักท้วงปัญหาจริยธรรมหรือเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะในขณะนั้นอดีตรองอธิบดีไม่ได้อยู่ตำแหน่งผู้บริหารและเป็นไปตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้อง กระทั่งขึ้นมานั่งตำแหน่งรองอธิบดี จึงได้ขึ้นบัญชีดำ ห้ามบริษัทดังกล่าวมาประมูลอีก”

แม้การขึ้นบัญชีดำได้ทำมาเป็นปี แต่สถานการณ์การระบาดของโรคมิได้ลดลง ร้อนถึง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีได้เรียก นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าพบด่วน ในช่วงบ่ายวันที่ 26 มี.ค. 61 จึงเป็นที่มาของ 4 หน่วยงานหลักเพิ่งตื่น ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกัน

ขณะเดียวกันก็แก้ปัญหาด้วยการให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบโดย นสพ.จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สาเหตุของการแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้า

ในปัจจุบัน ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่กรมปศุสัตว์และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ในทุกปี เนื่องจาก ปี 2559 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งระงับและให้มีการตรวจสอบวัคซีน และ อย.ได้มีการเรียกคืนวัคซีนที่ไม่ได้คุณภาพ 3 ล้านโดส

ยันไม่ “ผูกขาด” 5 บริษัท

ขณะที่ปัญหาเรื่องบริษัทวัคซีนนั้นในปี 2560 นสพ.จีระศักดิ์บอกว่า กรมปศุสัตว์ได้ยกเลิกบริษัทผู้ชนะประมูล คือ บริษัท เวทอะกริเทค จำกัด ส่งผลให้ทั้งปี 2559 ไม่มีหน่วยงานใดออกมายืนยันว่าสุนัขและแมวได้รับการฉีดวัคซีนกี่ตัว มีเพียงตัวเลขสรุปปี 2560 จำนวน 3 ล้านตัวเท่านั้น โดยแบ่งเป็นกรมปศุสัตว์ 9.8 แสนตัว และ อปท.จำนวน 1.9 ล้านตัว

“ปกติได้รับการจัดสรรงบประมาณปีละ 15 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อวัคซีนจำนวน 1 ล้านโดส และที่เหลือจะจัดงบฯลงไปกับการทำหมัน และยืนยันว่าที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ไม่ผูกขาดกับบริษัทที่ประมูลเพียง 5 บริษัท คือ 1.บริษัท เมเรียล (ประเทศไทย) จำกัด 2.บริษัทโซเอทิส (ประเทศไทย) 3.บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด 4.บริษัท เวทอะกริเทค จำกัด และ 5.บริษัท อินเตอร์เวท (ประเทศไทย) ตามที่ถูกกล่าวอ้าง และล่าสุดบริษัทไบเออร์ไทย ซึ่งบริษัทที่ทำสัญญาคือ วิกรมวาณิช (ระบบอีออกชั่น) เป็นผู้แทนจำหน่าย ได้เริ่มส่งมอบวัคซีนไปยังปศุสัตว์ทั้ง 9 เขตทั่วประเทศแล้ว ปริมาณ 200,000 โดส

วัคซีนคน-สัตว์ขาดตลาด

การเรียกเก็บคืนวัคซีนที่ไร้คุณภาพ ประกอบกับการตื่นตระหนกของประชาชนต่อพิษภัยของโรคพิษสุนัขบ้า หลังหลายหน่วยงานเร่งระดมทำการประชาสัมพันธ์ ส่งผลปัจจุบันหลายคลินิกเอกชน ทั้งวัคซีนของคน และสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และแมว เริ่มเกิดปัญหาขาดตลาด และราคาแพงขึ้นมาทันที อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

โดยนายอภัย อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ข้อมูลว่า ไทยนำเข้าวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าจากผู้ผลิตกลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ปริมาณ 10 ล้านโดสต่อปี (1 โดส ฉีดได้ 1 ตัว) เป็นการจัดซื้อของกรมปศุสัตว์ 1 ล้านโดส ส่วนอีก 9 ล้านโดสเป็นของคลินิกเอกชนและโรงพยาบาลสัตว์และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ย้ำว่า วัคซีนของกรมได้คุณภาพมาโดยตลอด

ด้านองค์การอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุขได้เรียกคืนวัคซีน เพื่อทำลาย จึงไม่มีการซื้อขายกับกรมตั้งแต่ปี 2559 ส่วนสาเหตุการเกิดโรคระบาดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกปีไม่ได้เป็นเรื่องใหม่

“ความจริงแล้วสุนัขและแมวที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า 80% ไม่มีการฉีดวัคซีนมาก่อน ไม่มีการฉีดซ้ำเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเจ้าของเองก็ละเลย ซึ่งทุกคนต้องนำสุนัขมาฉีดปีละ 1 ครั้ง ยืนยันว่ายังไงก็มีเพียงพอ” นายอภัยกล่าว

ขณะที่มีกระแสข่าวว่า บริษัทผู้นำเข้ามีการกักตุนสต๊อกวัคซีน เพื่อดึงราคาให้สูงขึ้น โดยจะปล่อยขายในช่วงเวลาที่คิดว่าคนต้องใช้มากในปีนี้มาเพิ่มมูลค่า ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาได้มีการจัดซื้อวัคซีนไร้คุณภาพหมดอายุจนเกิดการโรคระบาดหนัก ทุกหน่วยงานยังแบ่งรับแบ่งสู้มาตรการตั้งรับต่อการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น เพราะหลายหน่วยมีการทำงานทับซ้อนทั้งกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมปศุสัตว์ กระทรวงสาธารณสุข

ลุ้นผลสอบวัคซีนฉาว 30 วัน

เวลานี้คงต้องฝากความหวังไว้ที่ “นายกฤษฎา บุญราช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้สั่งการให้จัดตั้ง “คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง” เรื่องวัคซีนพิษสุนัขบ้าขึ้นมา โดยมี นายสุรพงษ์ เจียสกุล รองปลัดเกษตรฯ เป็นประธาน โดยมีกรรมการมาจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ผู้อำนวยการกองคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายผู้แทนจากสัตวแพทยสภา เป็นต้น

โดยวางกรอบ 1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่มีครอบครัวข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวข้องในการจัดซื้อวัคซีนหรือไม่ 2.ตรวจสอบว่าวัคซีนที่นำออกไปฉีดไม่มีคุณภาพ หรือหมดอายุจริงหรือไม่ และ 3.ตรวจสอบขั้นตอนระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถึงการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาหารือถึงแนวทางแก้ไข และตรวจสอบว่ามีใครได้รับผลประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบเอกสารการซื้อวัคซีนย้อนหลัง 10 ปี ระบบควบคุมวัคซีนจากกรมปศุสัตว์ และสรุปผลสอบสวนให้เสร็จภายใน 30 วันนับจากวันที่ 27 มี.ค. 61

“ครั้งนี้ผมได้เรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนทั้งหมด โดยกรณีอธิบดีกรมปศุสัตว์ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จะต้องทำการสอบสวนก่อน ซึ่งถ้าพบว่าผิดจริงจะมีโทษทั้งทางวินัยและอาญา

ส่วนเรื่องการที่กรมปศุสัตว์ผูกขาดซื้อวัคซีนจากบริษัทของภรรยาอดีตรองอธิบดีกรมปศุสัตว์นั้น ได้สั่งให้ทางนายสุรพงษ์ รองปลัดสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง ซึ่งถ้าหากพบว่าภาครัฐมีความเสียหาย ข้าราชการกระทำความผิดจริงโดยเจตนา หรือเข้าองค์ประกอบมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญทุกมาตรการที่รัฐวางกรอบระยะสั้นถึงระยะยาวย่อมมีผลต่อชีวิตคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาการส่อทุจริตที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าให้จบ ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ในสายตาชาวโลก จึงได้แต่หวังให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทยให้ได้ตามเป้าภายในปี 2563 หรือจะทำได้เร็วกว่าเป้าหมาย…

เพราะโรคพิษสุนัขบ้า เป็นเรื่องความเป็น ความตาย ความหายนะของประชาชนคนไทยทุกเพศทุกวัย !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...