โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

บ้านมือสอง 1.7 แสนหน่วยเฉาหนัก จี้รัฐ “ลดค่าโอน-จำนอง 0.01%”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.พ. 2564 เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2564 เวลา 01.30 น.

ตลาดบ้านมือสองไร้ปัจจัยสนับสนุนปี 2563 สถิติขาลงจากผลกระทบสถานการณ์โควิด หน่วยโอนลดลง -11.8% มูลค่าโอนลดลง -10.6% เทรนด์ปีฉลูยังทรงตัว

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผย กทม.-ปริมณฑลแห่ประกาศขายมือสองทางเว็บไซต์ 1 แสนหน่วย ขายผ่านโบรกเกอร์+NPA แบงก์อีก 1 แสนหน่วย จี้รัฐออกมาตรการ 3 เรื่องปลุกตลาด เริ่มต้นจากให้ความสำคัญเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมสภาพคล่องการซื้อขาย จัดทำประวัติตัวบ้าน-การบำรุงรักษาเพื่อให้การประเมินราคาแม่นยำขึ้น ขยายผลลดค่าโอน-จำนองให้ครอบคลุมสินค้ามือสอง

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองในสถานการณ์โควิดปี 2563 สถิติอยู่ในช่วงขาลงเช่นเดียวกับที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรหรือที่อยู่อาศัยสร้างใหม่มูลค่า-หน่วยโอนลด 6-10%

โดยปี 2563 หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสองลดลง -10.1% จำนวน 352,569 หน่วย เทียบกับจำนวน 391,964 หน่วยในปี 2562 ส่วนมูลค่าโอนลดลง -6.4% จำนวน 871,547 ล้านบาท เทียบกับมูลค่าโอน 930,751 ล้านบาทในปี 2562 (อ่านตารางประกอบข่าว)

รายละเอียดยุคก่อนโควิด ณ ปี 2561-2562 มีค่าเฉลี่ยหน่วยโอน 2 ปี อยู่ที่ 392,863 หน่วย แบ่งเป็นหน่วยโอนในปี 2561 393,761 หน่วย, ปี 2562 จำนวน 391,964 หน่วย ส่วนมูลค่าโอนในปี 2561 อยู่ที่ 935,290 ล้านบาท, ปี 2562 จำนวน 930,751 ล้านบาท ทำให้มีค่าเฉลี่ยมูลค่าโอน 2 ปี อยู่ที่ 933,021 ล้านบาท

ทั้งนี้ โฟกัสเฉพาะบ้านมือสองพบว่า ปี 2563 มีหน่วยโอน 173,713 หน่วย ลดลง -11.8% เทียบกับปี 2562 ที่มีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ 197,002 หน่วย หรือลดลง -23,289 หน่วย และมูลค่าโอนปี 2563 จำนวน 311,616 ล้านบาท ลดลง -10.6% เทียบกับปีที่ 2562 ที่มีมูลค่าโอน 344,823 ล้านบาท -33,207 ล้านบาท

โดยค่าเฉลี่ย 2 ปี (2561-2562) ของการโอนบ้านมือสอง ในด้านหน่วยโอนเฉลี่ยที่ 195,624 หน่วย และมูลค่าโอนเฉลี่ย 336,011 ล้านบาท ดังนั้น หน่วยโอนในปี 2563 จึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปี อยู่ที่ -11.2% จำนวน -21,911 หน่วย และมูลค่าโอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปี อยู่ที่ -7.2% จำนวน -24,395 ล้านบาท

“ในภาวะปกติตลาดบ้านมือสองทั่วประเทศมีสัดส่วนเกือบ 50% ของตลาดรวม แต่ในช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ คนหันไปโอนบ้านมือหนึ่งเยอะกว่า ทำให้สัดส่วนบ้านมือสองเหลือ 30-40% รวมทั้งสถานการณ์โควิดในปี 2563 บ้านมือหนึ่งมีราคาถูกลงจากผลกระทบสงครามราคาเพื่อระบายสต๊อกในโครงการสร้างใหม่ ทำให้ตลาดบ้านมือสองขายได้น้อยลง”

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ดินทำเลดี ๆ ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ถูกพัฒนาหมดแล้ว ที่ดินเปล่ามีน้อยลงและเป็นปัจจัยบวกทำให้ตลาดบ้านมือสองนับวันยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

เทรนด์ปี 2564 ได้แค่ทรงตัว

สำหรับเทรนด์ปี 2564 ดร.วิชัยกล่าวว่า สถานการณ์โควิดระลอกใหม่เป็นปัจจัยกระทบที่ดีเวลอปเปอร์ยังต้องแข่งขันทำสงครามราคาบ้านมือหนึ่ง ดังนั้น จึงอาจจะยังไม่ใช่เวลาที่ดีของบ้านมือสอง ประกอบกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน-จดจำนองจาก 3% เหลือ 0.01% หรือลดภาระค่าใช้จ่ายล้านละ 3 หมื่นบาท เหลือล้านละ 300 บาท ซึ่งให้สิทธิประโยชน์เฉพาะบ้านใหม่เท่านั้น จึงทำให้ไม่มีอะไรเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดบ้านมือสอง

โดย REIC ประเมินว่า ปี 2564 ภาพรวมตลาดในด้านหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทรงตัวหรืออาจบวกเพิ่มเล็กน้อย 0.2% อยู่ที่ 353,236 หน่วย แบ่งเป็นการโอนบ้านใหม่ 177,927 หน่วย บ้านมือสอง 175,309 หน่วย และในด้านมูลค่าโอนคาดว่าทรงตัวหรือเพิ่มเล็กน้อย 0.5% จำนวน 876,121 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านใหม่โอน 561,513 ล้านบาท และบ้านมือสองโอน 314,608 ล้านบาท

ถูกกว่ามือหนึ่ง 20-40%

ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า ความนิยมในการซื้อบ้านมือสองมาจากหลายปัจจัย จุดเน้นอยู่ที่ราคาถูกกว่าบ้านใหม่ตั้งแต่ 20-30-40% ขึ้นกับอายุการก่อสร้างของบ้าน เช่น มีกำลังซื้อ 1 ล้านบาท ยังสามารถหาซื้อทาวน์เฮาส์ในทำเลบางบัวทองที่มีราคา 9 แสน-1 ล้านบาทต้น ๆ ได้ เปรียบเทียบกับทาวน์เฮาส์ใหม่มีราคา 1.9-2 ล้านบาทขึ้นไป

สำหรับสินค้าคอนโดมิเนียมพบว่า ต้นทุนที่ดินมีราคาแพงมากในปัจจุบันทำให้ราคา 1-2 ล้านบาท เป็นห้องที่มีไซซ์เล็กลง หรือมีพื้นที่ใช้สอย 28-30 ตารางเมตร เทียบกับการเลือกซื้อคอนโดฯมือสองที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป อาจได้ห้องชุดไซซ์ใหญ่ 40 ตารางเมตร จุดนี้เป็นข้อได้เปรียบของการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองที่แม้ว่าซื้อมาแล้วอาจมีค่าใช้จ่ายในการรีโนเวต แต่มองในภาพใหญ่ความคุ้มค่ามีมากกว่า เพราะได้อยู่อาศัยในทำเลที่ต้องการในราคาถูกลง

ต่างจังหวัดไม่นิยมมือสอง

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยมือสองในต่างจังหวัด พฤติกรรมการซื้อมีความแตกต่างจากเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เนื่องจากต่างจังหวัดยังมีที่ดินเปล่าเหลือเยอะ ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นก็จริง แต่ยังถูกกว่าในกรุงเทพฯ ดังนั้น คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่นิยมซื้อบ้านใหม่ ในขณะที่การซื้อบ้านมือสองส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ ดังนั้น ขนาดตลาดบ้านมือสองในต่างจังหวัดจึงเล็กกว่าตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

ดร.วิชัยตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การประกาศขายบ้านมือสองผ่านช่องทางเว็บไซต์พบว่า กระจุกอยู่ในโซนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สัดส่วนสูงถึง 80% คิดเป็นจำนวน 1 แสนหน่วย ขณะเดียวกันมีที่อยู่อาศัยมือสองประเภท NPA-nonperforming asset สินทรัพย์รอการขายทอดตลาดในสถาบันการเงินอีก 5 หมื่นหน่วย และฝากขายผ่านระบบนายหน้าตัวแทนหรือโบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์อีก 5 หมื่นหน่วย ดังนั้น ภาพรวมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล จึงคาดว่ามีบ้านมือสองรอขายเฉลี่ยปีละ 2 แสนหน่วย

เซอร์ไพรส์ LTV เป็นปัจจัยบวก

“การขายอสังหาฯมือสองผ่านโบรกเกอร์ เขาจะขายทุกช่องทางทั้งทางเว็บไซต์และขายในกลุ่มแฟรนไชส์ ซึ่งศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ร่วมมือกับสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) ทำระบบขึ้นมาเพื่อเป็นมาร์เก็ตเพลซให้นำสินค้าอสังหาฯมือสองมานำเสนอขายได้ ถ้าระบบนี้สามารถแพร่หลายไปได้เราก็จะเห็นตัวเลขของระบบนายหน้า ในขณะที่สร้างโอกาสในการขายให้กับเจ้าของที่อยู่อาศัยมือสอง เพราะบ้านมือสอง 1 หลังจะถูกขายโดยนายหน้าหลายคนพร้อมกันได้ โดยที่เขามีระบบการจัดสรรผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ในภาพรวมทำให้บ้านมือสองมีสภาพคล่องในการซื้อขายได้ดีขึ้น”

ดร.วิชัยกล่าวถึงการขอสินเชื่อสำหรับอสังหาฯมือสองด้วยว่า มีประเด็นน่าสนใจตรงที่มาตรการ LTV-loan to value ของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติกลายเป็นผลบวกกับผู้ซื้อมือสอง จากเดิมธนาคารพิจารณาให้สินเชื่อสัดส่วนเพียง 70-80% ของราคาอสังหาฯ ล่าสุดแบงก์ชาติผ่อนปรนเกณฑ์ให้สินเชื่อบ้านใหม่ได้ถึง 100% ทำให้บ้านมือสองได้รับอานิสงส์มีโอกาสได้รับการพิจารณาปล่อยสินเชื่อถึง 90% ขึ้นกับศักยภาพทำเลของบ้านมือสองและเครดิตผู้กู้ด้วย

จี้รัฐหนุนสภาพคล่องซื้อขาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการพัฒนาตลาดที่อยู่อาศัยมือสองต้องการขอความช่วยเหลือสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างไรบ้าง ประเด็นนี้ ดร.วิชัยกล่าวว่า ประเด็นแรก อยากให้รัฐมองว่าตลาดอสังหาฯมือหนึ่งจะขายดีได้นั้น อสังหาฯมือสองก็ต้องมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ดีด้วยหรือมีสภาพคล่องในการซื้อขาย

โดยพฤติกรรมการเทรดบ้านใหม่และบ้านมือสอง ในข้อเท็จจริงเจ้าของบ้าน 1 คนไม่สามารถซื้อบ้านพร้อมกัน 2 หลังได้ แต่จะใช้วิธีขายบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันก่อนเพื่อจะซื้อบ้านหลังใหม่ เช่น พักอาศัยในคอนโดฯต้องการซื้อบ้านเดี่ยว วิธีการจะขายห้องชุดราคา 1 ล้านบาท เมื่อขายได้แล้วจะนำเงินไปเป็นเงินดาวน์ซื้อบ้านเดี่ยวราคา 4 ล้านบาท หรือดาวน์ 20-25%

ตามแนวทางนี้จะทำให้วงเงินขอสินเชื่อเหลือเพียง 3 ล้านบาท การพิจารณาสินเชื่อก็มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อสูงมากขึ้น สามารถซื้อบ้านใหม่ได้ง่ายขึ้น เทียบกับการขอสินเชื่อเต็มราคาบ้าน 4 ล้านบาท มีโอกาสถูกปฏิเสธสินเชื่อหรือโอกาสกู้ผ่านจะน้อยลง

“ประเด็นของนโยบายรัฐยังมองทุกอย่างแยกส่วนกันมากเกินไป ทำให้แทนที่จะมีนโยบายส่งเสริมทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่าเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้มากที่สุด แต่ในเมื่อยังไม่มีการสนับสนุนอย่างชัดเจนทำให้คนขาดโอกาสการซื้อขายทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง”

ขอเอี่ยวลดค่าโอน-จำนอง

ประเด็นที่ 2 เสนอให้รัฐบาลทำระบบฐานข้อมูลตัวอาคารหรือตัวบ้าน บันทึกเป็นประวัติตั้งแต่การก่อสร้าง การบำรุงรักษาซ่อมแซม แบบแปลนบ้าน รายละเอียดการออกแบบและตกแต่ง ซึ่งประโยชน์ระบบบันทึกประวัติบ้านจะเป็นตัวช่วยทำให้บ้านมือสองราคาไม่ตก เพราะบ้านที่มีประวัติการปรับปรุงดูแลอย่างดี ย่อมมีราคาสูงกว่าบ้านที่ไม่ได้ดูแลรักษาเลย

“ปัจจุบันการประเมินราคาบ้านมือสองมีการนำราคาตลาดมาเป็นเกณฑ์ กล่าวคือบ้าน 2 หลังอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ราคาจึงเท่ากัน ทั้งที่บ้านที่ไม่ได้ดูแลรักษาไม่ควรขายในราคาเท่ากับบ้านที่ดูแลอย่างดี นี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่คิดว่าถ้ารัฐบาลมีการบังคับให้แจ้งหรือรายงานการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน จะทำให้การประเมินราคาจากหน่วยงานรัฐและเอกชนมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น”

ประเด็นที่ 3 เสนอให้มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เช่น ลดค่าโอน-จดจำนอง ควรให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมตลาดอสังหาฯมือสองด้วย เป็นการสนับสนุนให้ขายบ้านเก่าเพื่อซื้อบ้านใหม่ได้คล่องตัวขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมตลาดอสังหาฯดีขึ้น และเงินที่ได้จากขายบ้านมือสองก็นำเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...