ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายกอบต.วังหลุม ใช้อำนาจรับ 'เด็ก' คะแนนที่ 3 เข้าทำงานแทนที่ 1
ป.ป.ช.พิจิตร ชี้มูลความผิด นายก อบต.วังหลุม ดำเนินการออกประกาศรายชื่อและการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อเป็นพนักงานจ้าง และดำเนินการจ้างนาย ส. เป็นพนักงานจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม โดยมิชอบ
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย น.ส.ธนากร แตงจันทร์ เจ้าพนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดพิจิตร ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่ห้องประชุมซีเคฮอลช์ จังหวัดพิจิตร
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด จำนวน 2 เรื่อง คือกรณี นางเกศรา ศรีบุญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ดำเนินการออกประกาศรายชื่อและการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อเป็นพนักงานจ้าง และดำเนินการจ้างนาย ส. เป็นพนักงานจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม โดยมิชอบ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิจิตรได้รับข้อมูลจากศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC)
จากการเผยแพร่ข้อมูลของเพจชมรม STRONG ต้านทุจริตภาคเหนือ ได้ลงข้อมูลบนหน้าเพจ โดยมีข้อความว่า “เด็กนายก” การใช้อำนาจหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานมีให้เห็นกันเกือบทุกองค์กรและถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริต
องค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้รับสมัครเลือกสรรบุคคลทั่วไป เพื่อจ้างเป็นพนักงานจ้างทั่วไป พบความผิดปกติในการประกาศรายชื่อพนักงานจ้างทั่วไปตำแหน่งคนงาน (ปฏิบัติงานใช้แรงงานทั่วไป) ที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุมใช้อำนาจรับผู้ที่สอบประเมินสมรรถนะโดยวิธีสอบสัมภาษณ์ที่ได้คะแนนลำดับที่ 3 เข้าทำงานแทนที่จะเป็นผู้ที่ได้คะแนนอันดับที่ 1 จึงน่าจะเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ขัดต่อระเบียบและส่อว่าจะใช้อำนาจหน้าที่เพื่อแสวงหาผลผระโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิจิตรจึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ซึ่งพบความผิดปกติจริง จึงได้สรุปเรื่องรายงาน เพื่อเสนอภารกิจด้านปราบปรามการทุจริต ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน ป.ป.ช.
ผลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 องค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม มีประกาศเรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเข้าทำงานเป็นพนักงานจ้างทั่วไป ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยประกาศรับพนักงานจ้างทั่วไป 3 ตำแหน่ง จำนวน 3 อัตรา ด้วยวิธีการสอบสัมภาษณ์
โดยตำแหน่งคนงาน มีผู้สมัครจำนวน 4 ราย คณะกรรมการสรรหาและเลือกสรรได้ตรวจสอบประวัติบุคคลของผู้สมัครสอบคัดเลือกเข้าทำงานเป็นพนักงานจ้างทั่วไป พบว่า นาย ส. ผู้เข้ารับการคัดเลือก มีประวัติการกระทำความผิดทางอาญา คณะกรรมการสรรหาและเลือกสรรจึงให้คะแนนการสอบสัมภาษณ์ด้านทัศนคติของนาย ส. ต่ำกว่าผู้สมัครรายอื่น (ได้ 74 คะแนน ลำดับที่ 3)
ต่อมาคณะกรรมการสรรหาฯได้รายงานผลคะแนนให้นางเกศราทราบ และนางเกศราได้เขียนในบันทึกข้อความรายงานผลดังกล่าวว่า
“ทราบ เห็นชอบรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรตามข้อ 1 และข้อ 6 ส่วนรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรตามข้อ 3 ไม่เห็นชอบ เนื่องจากผู้สมัครสอบหมายเลขประจำตัวสอบ 65-001 นาย ส. ได้นำหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดและคำพิพากษาของศาลจังหวัดพิจิตร มาแสดงให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุมดู แต่ไม่ได้นำหนังสือรับรองดังกล่าวข้างต้นมาเป็นองค์ประกอบให้คณะกรรมการดำเนินการสรรหาฯ ดูในวันสอบสัมภาษณ์ จึงทำให้คะแนนด้านทัศนคติหายไปเยอะ
ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุมมีความเห็นว่าถ้านาย ส. ได้นำหนังสือรับรองฯ มาให้คณะกรรมการสรรหาฯ ดูตอนสอบสัมภาษณ์ น่าจะได้คะแนนทัศนคติมากกว่านี้
และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุมได้ดูหลักฐานจากใบสมัครและสอบถามประสบการณ์การทำงานของนาย ส. เบื้องต้นแล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานและจะปฏิบัติงานได้ดีกว่าผู้สมัครหมายเลขอื่นๆ จึงให้จ้างผู้สมัครสอบลำดับที่ 3 นาย ส. เข้าทำงานให้องค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุมต่อไป”
และได้ลงนามในประกาศรายชื่อและการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาฯ และลงนามในสัญญาจ้างพนักงานจ้างตำแหน่ง คนงาน (ปฏิบัติงานที่ต้องใช้แรงงานทั่วไป) กับนาย ส. มีกำหนด 6 เดือน เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2565 และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 กำหนดอัตราค่าตอบแทนเดือนละ 9,000 บาท นาย ส. ได้เข้าปฏิบัติงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันที่สัญญาจ้างพนักงานจ้างมีผลเรื่อยมาจนถึงวันที่ทำการสรุปสำนวน
- คำวินิจฉัย ป.ป.ช. ชี้มูลมีความผิดจริง
คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีคำวินิจฉัยว่าการกระทำของนางเกศรา ศรีบุญ ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม มีหน้าที่ออกประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรตามลำดับคะแนน และเรียกบุคคลที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 1 มาทำสัญญาตามเงื่อนไขในประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม
แต่นางเกศรากลับเรียกนาย ส. ซึ่งได้คะแนนสอบลำดับที่ 3 มาทำสัญญาจ้าง อันเป็นการประกาศรายชื่อและขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อเป็นพนักงานจ้างและทำสัญญาโดยมิชอบ และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่นาย ส. การกระทำดังกล่าวจึงมีมูลความผิดทางอาญา
ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิด วามเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2564 มาตรา 172
และมีความผิดฐานจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่อันจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 มาตรา 90/1
ซึ่งเรื่องนี้สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิจิตรได้ส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงต่ออัยการสูงสุด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด และได้ส่งคำวินิจฉัยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป