เช็กเลย! 12 อาหารที่เก็บด้วยวิธีผิด ๆ เน่าเสียเร็วกว่าที่คิด เสี่ยงป่วยไม่รู้ตัว
เช็กเลย! 12 อาหารที่เก็บด้วยวิธีผิด ๆ เน่าเสียเร็วกว่าที่คิด เสี่ยงป่วยไม่รู้ตัว พร้อมแนะนำเคล็ดลับการเก็บรักษาที่ช่วยยืดอาหารนานยิ่งขึ้น
การจัดเก็บอาหารด้วยวิธีที่เหมาะสมจะช่วยคงความสดใหม่ ไม่เสียรสชาติ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารเน่าเสียก่อนเวลาอันควร โดยปัจจุบันมีอาหารนานาชนิดที่หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่าควรเก็บอย่างไรดี ดังนั้น ทางทีมข่าวสดจะขอเสนอ วิธีที่เหมาะสมในการจัดเก็บอาหาร 12 ชนิด ดังนี้
1. นม ไม่ควรเก็บนมไว้ในบริเวณประตูตู้เย็น แม้ว่าจะสะดวกก็ตาม การเก็บบริเวณนี้จะทำให้นมมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นทุกครั้งที่เปิดประตู ซึ่งอาจส่งผลให้เน่าเสียเร็วขึ้น หากซื้อนมแกลลอนใหญ่หรือใช้เวลานานกว่า 1 - 2 วันในการดื่มนมให้หมดขวด ขอแนะนำให้เก็บด้านหลังของชั้นวางด้านบนสุดที่ใกล้กับช่องระบายความร้อน เพราะเป็นบริเวณที่เย็นที่สุดของตู้เย็น หรือบริเวณช่วงกลางของตู้เย็นที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 5 - 7 องศาเซลเซียส
2. แอปเปิล ควรเก็บรักษาความกรอบและสดใหม่ในตู้เย็นมากกว่าที่เคาน์เตอร์ ซึ่งควรเก็บไว้ในถุงพลาสติกและอย่าเก็บไว้ในใกล้กับผักและผลไม้ชนิดอื่น ๆ เพราะแอปเปิลมักปล่อยก๊าซผลิตเอทิลีน ซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้สุกเร็วขึ้นอาจส่งผลให้ผักบางชนิดเน่าเสียเร็วขึ้น
3. มันฝรั่ง การเก็บแช่ในตู้เย็นอาจทำให้มันฝรั่งฟกช้ำได้เร็วกว่าเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ดังนั้นตู้กับข้าวหรือตู้ในครัวเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในการจัดเก็บมันฝรั่งที่ไม่ได้ปอกเปลือก การเก็บมันฝรั่งให้ห่างจากความร้อน ความเย็น และแสงแดดที่มากเกินไปจะช่วยยืดอายุความสดของมันฝรั่งและป้องกันการช้ำ
นอกจากนี้ ตามรายงานของ Public Health England หน่วยงานบริหารของ Department of Health and Social Care การแช่เย็นจะเปลี่ยนแป้งในมันฝรั่งเป็นน้ำตาลได้เร็วขึ้น เมื่อนำไปอบหรือทอด น้ำตาลเหล่านี้อาจผลิตกรดอะมิโนแอสปาราจีนและผลิตสารเคมีอะคริลาไมด์ที่เป็นอันตรายและอาจก่อให้เกิดมะเร็ง
4. ไข่ ควรเก็บแช่ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิไม่สูงมากจนเกินไป โดยไม่ควรวางไว้ในช่องเก็บไข่ข้างประตูตู้เย็น เพราะความแตกต่างของอุณหภูมิขณะเปิดประตู ซึ่งส่งผลต่ออายุของไข่ ขอแนะนำให้วางไข่ด้านป้านอยู่ด้านบน เพราะด้านป้านจะมีฟองอากาศอยู่ภายในจะทำให้ไข่แดงไม่แตกเร็วและช่วยยืดอายุไข่
นอกจากนี้ ยังไม่ควรล้างไข่ด้วยน้ำ เพราะจะทำให้สารเคลือบผิวที่มีหน้าที่รักษาความสดของไข่ถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม ไข่อาจมีเชื้อซาลโมเนลลา เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทําให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วย ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทานไข่ดิบ
5. ช็อกโกแลต ไม่ควรเก็บรักษาในตู้เย็น เนื่องจากอาจดูดซับกลิ่นของอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในตู้เย็นได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งความชื้นในตู้เย็นยังสามารถนำไปสู่ภาวะน้ำตาลกระจายตัว ซึ่งหมายความว่าน้ำตาลจะลอยขึ้นสู่พื้นผิวและทำให้เกิดการควบแน่นบนพื้นผิวของช็อกโกแลตส่งผลให้เนื้อสัมผัสและสีเปลี่ยนไป
ดังนั้น การเก็บช็อกโกแลตที่ดี คือ เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น อย่างไรก็ตาม หากช็อกโกแลตมีไส้ครีมควรแช่เย็นเพื่อป้องกันไม่ให้ไส้เสีย หากใครกังวลเรื่องช็อกโกแลตละลาย ขอแนะนำให้ใส่ช็อกโกแลตไว้ในถุง ภาชนะที่ปิดสนิท หรือห่อด้วยพลาสติก ก่อนนำไปแช่เย็น
6. มะเขือเทศ เป็นผักที่มีความละเอียดอ่อนอีกอย่างหนึ่งที่เก็บรักษายาก เคล็ดลับมะเขือเทศคือควรวางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ แต่ให้ห่างจากแสง ความชื้น และความร้อน โดยไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะอุณหภูมิที่เย็นจะทำลายเซลล์ให้เริ่มยุบตัว ซึ่งเป็นสาเหตุให้เนื้อเปื่อย เป็นแป้ง และสูญเสียรสชาติ หากมีความจำเป็นต้องเก็บมะเขือเทศในตู้เย็น เก็บมะเขือเทศในถุงกระดาษแห้งสะอาดและยังไม่ควรวางมะเขือเทศซ้อนทับกัน เพราะจะทำให้ช้ำและเน่าเสียเร็ว
7. แยม การเก็บรักษาในตู้เย็นอาจทำให้เกิดการควบแน่นภายใต้ฝาปิด ทั้งยังอาจเกิดสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับเชื้อรา 8. ขนมปัง ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ตามข้อมูลของ USDA ขนมปังสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ 2 – 4 วัน แต่จะคงอยู่ได้นานเจ็ดถึง 14 วันในตู้เย็น ซึ่งอาจทำให้เสียรสชาติและทำให้มีเนื้อสัมผัสแห้ง
9. เส้นพาสต้าต่าง ๆ ที่เปิดใช้งานแล้ว ไม่ควรเก็บไว้ในภาชนะเดิมให้เปลี่ยนใส่ภาชนะที่มีอากาศถ่ายเทเพื่อยืดอายุการใช้งานและหลีกเลี่ยงปัญหาความอับชื้นและความชื้นที่บางครั้งเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปด้วยบรรจุภัณฑ์กระดาษ
10. หัวหอมและกระเทียม ควรเก็บไว้ในที่เย็น แห้ง และมืด โดยสามารถเก็บไว้ในถุงตาข่ายหรือเก็บไว้ในภาชนะที่อากาศถ่ายเทได้ดี เว้นแต่จะตัดหรือปอกเปลือก หากไม่ระบายอากาศจะทำให้อายุการเก็บรักษาสั้นลง ซึ่งการเก็บหัวหอมในบริเวณที่มีความชื้นที่มากเกินไปจะทำให้หัวหอมงอกราก เน่าเร็ว และเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อรา นอกจากนี้ ยังไม่ควรเก็บหัวหอมใกล้มันฝรั่ง มิฉะนั้น มันฝรั่งจะเน่าเสียเร็วขึ้น
11. น้ำมันมะกอก ควรเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิห้องห่างไกลจากแสงแดดแต่ไม่ควรไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิที่ต่ำส่งผลต่อการก่อรูปของสารสีขาวในน้ำมัน ซึ่งเป็นการควบแน่นของน้ำ12. แตงกวา ควรเก็บไว้นอกตู้เย็น เพราะอุณหภูมิที่ต่ำจะทำให้แตงกวาเน่าเสียอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังไม่ควรเก็บใกล้กล้วยหรือมะเขือเทศ ซึ่งปล่อยสารทำให้สุกที่เรียกว่าก๊าซเอทิลีน นอกจากนี้ ไม่แนะนำให้ล้างแตงกวาก่อนเก็บเนื่องจากมีการป้องกันตามธรรมชาติจากการเน่าเสียและการสลายตัวจะหายไปเมื่อสัมผัสกับน้ำ
ขอบคุณที่มาจาก The Sun Tasteofhome Huffpost The healthy Foodnetwork Prevention Webmd