โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อนอกตีข่าว คู่รักพักโรงแรม 5 ดาวที่เมืองไทย ลืมของไว้ในห้องไม่ถึง ชม. หายกริบ สุดสงสัยพฤติกรรม พนง.แต่ละคน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 04.10 น. • สยามนิวส์
สื่อนอกตีข่าว คู่รักพักโรงแรม 5 ดาวที่เมืองไทย ลืมของไว้ในห้องไม่ถึง ชม. หายกริบ สุดสงสัยพฤติกรรม พนง.แต่ละคน

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2567 เว็บไซต์ต่างประเทศ Mathership ได้มีการรายงาน กรณีของคู่สามีภรรยาชาวสิงคโปร์ ซึ่งเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทย และเข้าพักในโรงแรมหรู 5 ดาวที่กรุงเทพฯ โดยหลังจากที่ทั้งคู่เช็กเอาต์ประมาณ 30 นาที ก็นึกขึ้นได้ว่า ลืมเครื่องประดับของภรรยาไว้ในห้อง ทั้งแหวนแต่งงาน แหวนเพชร 2 วง รวมถึงสร้องข้อมือ รวมมูลค่าประมาณ 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 7.6 แสนบาท แต่เมื่อพวกเขากลับไปขอให้ทางโรงแรมตรวจสอบ กลับได้คำตอบว่า ไม่เจออะไร และท่าทีของผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นทำให้ฝ่ายสามีรู้สึกคาใจอย่างมาก

โดย นายเจิ้ง ชายวัย 41 ปี เปิดเผยกับสื่อภาษาจีนของสิงคโปร์อย่าง Shin Min Daily News ระบุว่า ตนกับภรรยาได้เข้าพักที่โรงแรมหรู ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. - 2 พ.ย. ที่ผ่านมา พวกเขาเช็กเอาต์ในเวลา 14.30 น. และรอให้คนยกกระเป๋าลงมาให้บริเวณล็อบบี้โรงแรม แต่รออยู่นาน 15 นาทีแล้ว กระเป๋าก็ยังไม่มา ซึ่งพวกเขายังมีกำหนดขึ้นเครื่องบินเวลา 19.00 น. จึงตัดสินใจออกไปซื้อของที่ห้างก่อน แล้วค่อยกลับมารับกระเป๋าอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังออกจากโรงแรมไปได้ประมาณ 30 นาที ภรรยาก็นึกขึ้นได้ว่า เธอรีบจนลืมเครื่องประดับไว้ในห้องน้ำของห้องพัก จึงรีบติดต่อทางโรงแรม แจ้งว่ามีเครื่องประดับ 4 ชิ้นถูกลืมทิ้งไว้ โดยมีทั้งแหวนแต่งงาน แหวนเพชร 2 วง และสร้อยข้อมือ ต่อมา พนักงานโรงแรมกลับแจ้งนายเจิ้งว่า ไม่พบอะไรในห้อง แต่นายเจิ้งรู้สึกผิดสังเกตุ ตรงที่ผู้จัดการโรงแรมถามเขาว่า แหวนเพชรนั้นสีขาวหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เขายังไม่ได้ให้รายละเอียดหรือลักษณะใด ๆ ของสิ่งที่ลืมทิ้งไว้ แต่อีกฝ่ายกลับอ้างว่าแหวนเพชรส่วนมากก็เป็นสีขาวอยู่แล้ว ทำให้เขากับภรรยารู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังพยายามเบี่ยงประเด็น

ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งคู่ยังคงสงสัยในพฤติกรรมของพนักงานยกกระเป๋า โดยเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พวกเขาเห็นว่า ตอนที่พนักงานเข้าไปยกกระเป๋าและเดินออกมาจากห้องพัก มีการเงยหน้ามองกล้องวงจรปิด อีกทั้งการยกกระเป๋าเป็นงานที่ไม่น่าจะใช้เวลานาน แค่เข้าห้องไปหยิบแล้วเดินออกมา แต่พนักงานยกกระเป๋ากลับอยู่ในห้องเกือบ 2 นาที

จากนั้น เมื่อกลับไปถึงโรงแรม นายเจิ้งได้ซักถามพนักงานยกกระเป๋า ซึ่งอ้างว่า ห้องพักถูกทำความสะอาดแล้วตอนที่ตนเข้าไป ทำให้เขารู้สึกสงสัยอีกครั้งว่า ทำไมคนยกกระเป๋าต้องเข้าไปดูในห้องน้ำด้วย ตอนที่มายกกระเป๋าของเรา แถมเราเพิ่งจะเช็กเอาต์ไป แล้วห้องน้ำจะถูกทำความสะอาดได้ยังไง

ทั้งนี้ หลังคู่สามีภรรยาเดินทางกลับสิงคโปร์ไปแล้ว ก็ได้ขอให้ญาติและเพื่อน ๆ โทร. ไปแจ้งเรื่องต่อตำรวจไทยในวันต่อมา ซึ่งนายเจิ้งพบว่า พนักงานกระเป๋าได้กลับคำให้การระหว่างถูกตำรวจสอบสวน อ้างว่าตัวเองไม่เคยพูดคุยกับภรรยาของนายเจิ้งเลย และไม่เคยเข้าไปในห้องน้ำด้วย ทั้งที่ กล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ชัดเจน ว่าทั้งพนักงานยกกระเป๋า ภรรยาของนายเจิ้ง ผู้จัดการกะ และหัวหน้า รปภ. ได้เข้าไปในห้องพักด้วยกันหลังเกิดเหตุ

หลังตกเป็นประเด็นข่าวดราม่าที่ได้รับการพูดถึงอยู่พอสมควร ทางโฆษกของเครือโรงแรมดังกล่าว ได้เผยกับสื่อว่า ทางบริษัทตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้ติดต่อหาแขกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง พวกเขายืนยันว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจะทำการตรวจสอบเป็นการภายในอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจและแก้ปัญหา

ขอบคุณข้อมูล Mathership , Shin Min Daily News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...