ทรัมป์ ส่งสัญญาณยืดเส้นตายดีลการค้า 8 ก.ค. ย้ำประเทศไหนเจรจาดีอาจได้ต่อเวลา
ทรัมป์ เผยอาจขยายเส้นตาย 8 ก.ค. ให้ประเทศที่กำลังเจรจาข้อตกลงการค้า หากแสดงความจริงใจ พร้อมเตือนบางประเทศอาจต้องรับหรือปฏิเสธเงื่อนไขทันที ขณะ รมว.คลังเผย EU เริ่มแสดงท่าทีร่วมมือมากขึ้น
วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 07.35 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาอาจยอมขยายเส้นตายวันที่ 8 กรกฎาคม สำหรับการเจรจาการค้ากับประเทศต่าง ๆ ก่อนที่มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ แต่เขาไม่คิดว่าการขยายเวลาดังกล่าวจะจำเป็น
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก่อนร่วมชมการแสดงที่ศูนย์เคนเนดี (Kennedy Center) โดยระบุว่าการเจรจาการค้ายังดำเนินต่อไปกับประเทศต่าง ๆ ประมาณ 15 ประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป
ทรัมป์กล่าวว่า “เรากำลังเดินหน้าทำข้อตกลงได้ดีมาก เรากำลังเจรจากับหลายประเทศ และพวกเขาทุกคนก็อยากทำข้อตกลงกับเรา” เขายังกล่าวว่าไม่คิดว่าจะต้องขยายเส้นตายออกไป โดยระบุว่า “ผมไม่คิดว่ามันจำเป็น”
ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐจะส่งจดหมายแจ้งเงื่อนไขการค้ากับประเทศต่าง ๆ หลายสิบประเทศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นเลือกว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธ
“ในจุดหนึ่ง เราจะส่งจดหมายออกไป … บอกว่านี่คือข้อตกลง คุณจะรับก็ได้ หรือจะปฏิเสธก็ได้ …เราจะทำแบบนั้นในเวลาอันเหมาะสม แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวต่อรัฐสภาว่า รัฐบาลทรัมป์อาจขยายเส้นตายของข้อตกลงการค้าในเดือนกรกฎาคม หรือเลื่อนวันใหม่ออกไป สำหรับประเทศที่แสดงความตั้งใจเจรจาอย่างจริงใจ
การพักการขึ้นภาษีแบบตอบโต้กันของทรัมป์เป็นเวลา 90 วัน จะสิ้นสุดในวันที่ 8 กรกฎาคม โดยมีเพียงข้อตกลงเดียวที่บรรลุกับสหราชอาณาจักร ส่วนอีก 17 ประเทศยังอยู่ระหว่างการเจรจาในหลากหลายขั้นตอน
“มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศเหล่านั้น หรือกลุ่มการค้าอย่างสหภาพยุโรป ที่เจรจาอย่างจริงใจ เราจะยืดเวลาให้ เพื่อดำเนินการเจรจาต่อไป” เบสเซนต์กล่าวต่อคณะกรรมาธิการ Ways and Means ของสภาผู้แทนฯ พร้อมเสริมว่า “แต่ถ้าประเทศไหนไม่ยอมเจรจา เราก็จะไม่ยืดเวลาให้”
คำกล่าวของเบสเซนต์นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์แสดงท่าทียืดหยุ่นต่อวันหมดอายุของช่วงพักการขึ้นภาษี เขายืนยันเรื่องการขยายเวลาอีกครั้งในคณะกรรมาธิการงบประมาณของวุฒิสภาในวันเดียวกัน โดยกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าประเทศที่เจรจาอย่างจริงใจอาจได้รับการขยายเวลา”
เบสเซนต์กล่าวว่า สหภาพยุโรปในอดีตอาจไม่ค่อยยื่นข้อเสนอที่จริงจังนัก แต่ตอนนี้เริ่มแสดงความจริงใจมากขึ้น แม้เขาจะไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ส่วนทรัมป์เองก็แสดงความเห็นในเชิงบวกเช่นกันว่า “พวกเขาอยากเจรจา”
สำหรับข้อตกลงกับจีนที่เพิ่งบรรลุเมื่อวันอังคารในกรุงลอนดอน เพื่อคลี่คลายสงครามการค้าระหว่างสองประเทศจะดำเนินแยกต่างหากจากการเจรจากับกลุ่มประเทศอื่น โดยมีกำหนดเส้นตายวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งตั้งไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว
แม้ประธานาธิบดีจะมีอำนาจตัดสินใจสูงสุดเกี่ยวกับนโยบายภาษีและการค้า แต่ในช่วงหลังอิทธิพลของเบสเซนต์เพิ่มมากขึ้น และเขาถูกมองจากประเทศคู่ค้าในหลายประเทศว่าเป็นเสียงที่มีความยืดหยุ่นและประนีประนอม
ทั้งนี้ทรัมป์ประกาศการพักการขึ้นภาษีเมื่อวันที่ 9 เมษายน หนึ่งสัปดาห์หลังจากเปิดตัวนโยบายภาษี “Liberation Day” ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างต่อประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ของสหรัฐ จนทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเกือบตื่นตระหนก
ดัชนี S&P 500 ร่วงลงมากกว่า 12% ภายใน 4 วัน ซึ่งเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2563 นักลงทุนตื่นตระหนกถึงขั้นเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างหนัก
ตลาดเริ่มฟื้นตัวในวันที่ 9 เมษายน หลังทรัมป์ประกาศพักมาตรการภาษีดังกล่าว และการฟื้นตัวยังดำเนินต่อในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อนโยบายภาษีของสหรัฐต่อสินค้าจากจีนเริ่มถูกลดระดับลง
เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้นักลงทุนในวอลล์สตรีทบางรายเรียกปรากฏการณ์นี้แบบเสียดสีว่า“TACO trade” ซึ่งย่อมาจาก Trump Always Chickens Out “ทรัมป์สุดท้ายก็ถอยเสมอ”
ผู้แทนฯ พรรคเดโมแครต ดอน เบเยอร์ (Don Beyer) จากรัฐเวอร์จิเนีย กล่าวกับเบสเซนต์ว่า “ช่วงเวลาที่ตลาดตอบรับในเชิงบวกมีเพียงตอนที่รัฐบาลถอยจากนโยบายสำคัญ ๆ เท่านั้น” พร้อมกดดันให้เบสเซนต์ชี้แจงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อถึงเส้นตายในเดือนกรกฎาคม
เบสเซนต์ตอบว่า “อย่างที่ผมพูดซ้ำ ๆ มี 18 ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เรากำลังดำเนินการหาข้อตกลงกับพวกเขาอยู่” และยังส่งสัญญาณพร้อมให้ขยายเวลาสำหรับประเทศที่เจรจาอย่างจริงใจ
อ้างอิง : reuters.com