แนวคิดแบบคนรวย ใช้สร้างความมั่งคั่ง NO โชคหรือต้นทุน แต่เป็น ‘ระบบคิด’
‘คนรวย’ บางคนก็เกิดมามีฐานะร่ำรวยตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น คนกลุ่มนี้ถือว่ามีจุดเริ่มต้นที่ดี แต่คนรวยบางคนมาจากความพยายามทำงานอย่างหนัก มุ่งมั่น บ้างก็มาจากการตัดสินใจเลือกอาชีพแบบถูกจังหวะ ซึ่งตรงนี้โชคก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งเช่นกัน
แต่ไม่ว่าคนรวยจะมีที่มาแตกต่างกันแค่ไหน จะรวยจากบรรพบุรุษ หรือรวยจากการสร้างฐานะด้วยตัวเอง แต่จะมีอย่างหนึ่งที่คนรวยมีนิสัยเหมือนกันในบางเรื่อง ซึ่ง Ramit Sethi นักเขียน นักพูด และผู้ประกอบการชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงด้านการเงินส่วนบุคคลและจิตวิทยาการใช้เงิน เจ้าของหนังสือขายดีอย่าง I Will Teach You To Be Rich บอกไว้ว่า
มีกฎ 5 ประการที่คนรวยยึดถือและเราสามารถใช้กฎเหล่านี้เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้ และเขาย้ำว่า
“ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดบูชาคนรวย และเริ่มเลียนแบบสิ่งที่พวกเขาทำจริงๆ” Ramit Sethi บอกไว้
และนี่คือหลักการ 5 ข้อ ที่คนรวยทั้งแบบมีต้นทุนและรวยด้วยตัวเองยึดถือ
1.รู้จักตัวเลขของตัวเอง จุดเริ่มต้นของอิสรภาพทางการเงิน
หากเรารู้ว่าตัวเองทำเงินได้เท่าไรในหนึ่งปี ก็จะก้าวไปข้างหน้ากว่าผู้คนมากมาย หมายความว่าเราต้องรู้ตัวเลขของตัวเอง
“น่าตกใจที่ 50% ของคู่รักที่ได้พูดคุยด้วย พวกเขาไม่รู้รายได้ครัวเรือนของตัวเอง ส่วน 90% ของคนที่มีหนี้สินไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่”
ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ การต้องตอบ 7 คำถามเหล่านี้ให้แน่ชัด
– ฉันจะหาเงินได้เท่าไหร่?
– ฉันมี หนี้อยู่เท่าไรและฉันจะชำระหนี้หมดเมื่อใด?
– รายได้ ของฉันกี่เปอร์เซ็นต์ที่ถูกนำไปออม ?
– รายได้ของฉันถูกนำไปลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์?
– ฉันต้องใช้รายได้ของฉันไปกับค่าที่อยู่อาศัยเท่าไร?
– ฉันอยากจะใช้จ่ายมากขึ้นและน้อยลงกับอะไร?
– ความเชื่อเกี่ยวกับเงินของฉันคืออะไร?
แน่นอนว่าการรู้คำตอบของคำถามเหล่านี้และไม่ปรับเปลี่ยนอะไรก็คงไม่ช่วยอะไร แต่การเข้าใจ-สถานะทางการเงินของตัวเองถือเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจว่าขั้นตอนต่อไปของคุณคืออะไร
“คนรวยที่รู้จักใช้เงินอย่างชาญฉลาดจะบอกคุณได้ว่าพวกเขาจะมีเงินเท่าไรในเดือนหน้า ปีหน้า หรือแม้กระทั่งอีก 5 ปีข้างหน้า” Ramit Sethi อธิบาย
2.สร้าง ‘ระบบ’ แทนที่จะพึ่งแค่วินัย
อย่าพึ่งพาแต่ความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเรื่องเงินอย่างชาญฉลาด
Ramit Sethi กล่าวว่า แทนที่จะตั้งงบประมาณและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตาม ให้ลองใช้ระบบจัดการเงินของคุณโดยอัตโนมัติ โดยการออม การลงทุน และการจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ สามารถทำได้โดยอัตโนมัติ ทำให้มองเห็นเงินที่มีเหลือในมืออยู่จริงๆ จะง่ายต่อการคาดการณ์เงินในอนาคต
โดยสามารถทำได้ด้วยการหักเงินเดือนสำหรับบัญชี หรือโอนอัตโนมัติไปยังบัญชีออมทรัพย์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ทางการเงินสำหรับตัวเองได้ เช่น ตัดสินใจว่าจะนำเงินก้อนที่ได้รับไปลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์ และส่วนที่เหลือสามารถนำไปใช้เพื่อความสนุกสนานได้
Ramit Sethi บอกว่า คนรวยไม่เสี่ยงเอาความสำเร็จทางการเงินของตัวเองไปแลกกับแรงจูงใจที่แค่รู้สึกในปัจจุบัน แต่พวกเขาสร้างระบบที่รัดกุมเพื่อจัดการเงินของพวกเขาโดยอัตโนมัติ
3.มีแผนก่อนปัญหาจะมาถึง
ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ชีวิตก็เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง แต่สิ่งที่ทำให้คนรวยแตกต่างจากคนอื่นก็คือ พวกเขามีแผนสำหรับอนาคต Ramit Sethi กล่าวว่า พวกเขาไม่เพียงแต่มีกองทุนฉุกเฉินที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีความเข้าใจอย่างมั่นคงว่าพวกเขาต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไร
“คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าควรออมเงินหรือลงทุนเท่าไหร่ พวกเขาแค่หยิบตัวเลขสุ่มๆ ขึ้นมาแล้วรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ในอีก 45 ปีข้างหน้า”
“ดังนั้นลองคิดดูว่าคุณอยากทำอะไรกับเงินของคุณบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากงานทั้งหมดก่อนอายุ 60 ปี หรือเริ่มต้นธุรกิจของคุณเองเมื่อลาออกจากงาน เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้ว คุณต้องสร้างไทม์ไลน์และวางแผน”
Ramit Sethi ย้ำว่า หลักการในข้อนี้ คือ “สร้างระบบเพื่อให้คุณไม่ลำบาก”
4.ใช้หลัก 80/20 ทำให้มากจากสิ่งน้อย
“คนรวยใช้ชีวิตตามหลักการ 80/20 โดยผลลัพธ์ 80% ของคุณมาจากความพยายาม 20%”
หมายความว่าแทนที่จะกังวลเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่ลองให้มุ่งความสนใจไปที่การหาเงินก้อนใหญ่ เช่น แทนที่จะมามัวน่ังคิดว่า ควรจะซื้อกาแฟหรือชงกาแฟกินเพื่อประหยัด ให้เปลี่ยนมาคิดว่าจะสามารถเจรจาขอขึ้นเงินเดือนหรือลดค่าที่อยู่อาศัยได้มากแค่ไหน
“คำถามเหล่านี้มีมูลค่าหลายหมื่นหลายแสนบาท แต่เรากลับยังคงถามคำถามเล็กๆ น้อยๆ อยู่” Ramit Sethi สรุป
5.มองหา ‘คุณค่า’ มากกว่าราคาถูก
แน่นอนว่าคุณสามารถประหยัดเงินได้บ้างโดยเลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุด แต่การประหยัดเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่คุ้มกับผลิตภัณฑ์หรือประสบการณ์ที่ด้อยกว่า
“คนรวยที่รู้จักใช้เงินอย่างชาญฉลาดไม่เพียงแต่สนใจแค่ต้นทุนเท่านั้น แต่ยังสนใจถึงมูลค่าด้วย”
Ramit Sethi ยกตัวอย่างการตัดสินใจจ่ายเงินจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวแทนที่จะพยายามสอนตัวเองผ่านแหล่งข้อมูลฟรี เช่น ดูวิดีโอบน YouTube เป็นประโยชน์กว่า
“การจ้างใครสักคนช่วยให้ฉันไม่ต้องหงุดหงิดอีกต่อไป และยังได้สิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น นั่นคือ เวลา” เขาบอก
Ramit Sethi เน้นย้ำว่ากฎนี้ควรนำไปใช้กับสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ คือ จงเลือกลงทุนในบางพื้นที่สำคัญแทนที่จะทุ่มเงินไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญสำหรับคุณ
“จุดประสงค์ของเงินไม่ใช่เพื่อสะสมไว้ แต่จุดประสงค์ของเงินคือเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาและเพลิดเพลินกับชีวิต”
สุดท้ายกฎทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับคนรวยเท่านั้น แต่เหมาะกับทุกคนที่อยากมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น เริ่มจากเข้าใจตัวเอง สร้างระบบ วางแผน และลงทุนในสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับชีวิต