โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แนวคิดแบบคนรวย ใช้สร้างความมั่งคั่ง NO โชคหรือต้นทุน แต่เป็น ‘ระบบคิด’

TODAY

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 03.01 น. • workpointTODAY

‘คนรวย’ บางคนก็เกิดมามีฐานะร่ำรวยตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น คนกลุ่มนี้ถือว่ามีจุดเริ่มต้นที่ดี แต่คนรวยบางคนมาจากความพยายามทำงานอย่างหนัก มุ่งมั่น บ้างก็มาจากการตัดสินใจเลือกอาชีพแบบถูกจังหวะ ซึ่งตรงนี้โชคก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งเช่นกัน

แต่ไม่ว่าคนรวยจะมีที่มาแตกต่างกันแค่ไหน จะรวยจากบรรพบุรุษ หรือรวยจากการสร้างฐานะด้วยตัวเอง แต่จะมีอย่างหนึ่งที่คนรวยมีนิสัยเหมือนกันในบางเรื่อง ซึ่ง Ramit Sethi นักเขียน นักพูด และผู้ประกอบการชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงด้านการเงินส่วนบุคคลและจิตวิทยาการใช้เงิน เจ้าของหนังสือขายดีอย่าง I Will Teach You To Be Rich บอกไว้ว่า

มีกฎ 5 ประการที่คนรวยยึดถือและเราสามารถใช้กฎเหล่านี้เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้ และเขาย้ำว่า

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดบูชาคนรวย และเริ่มเลียนแบบสิ่งที่พวกเขาทำจริงๆ” Ramit Sethi บอกไว้

และนี่คือหลักการ 5 ข้อ ที่คนรวยทั้งแบบมีต้นทุนและรวยด้วยตัวเองยึดถือ

1.รู้จักตัวเลขของตัวเอง จุดเริ่มต้นของอิสรภาพทางการเงิน

หากเรารู้ว่าตัวเองทำเงินได้เท่าไรในหนึ่งปี ก็จะก้าวไปข้างหน้ากว่าผู้คนมากมาย หมายความว่าเราต้องรู้ตัวเลขของตัวเอง

“น่าตกใจที่ 50% ของคู่รักที่ได้พูดคุยด้วย พวกเขาไม่รู้รายได้ครัวเรือนของตัวเอง ส่วน 90% ของคนที่มีหนี้สินไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่”

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ การต้องตอบ 7 คำถามเหล่านี้ให้แน่ชัด

– ฉันจะหาเงินได้เท่าไหร่?
– ฉันมี หนี้อยู่เท่าไรและฉันจะชำระหนี้หมดเมื่อใด?
– รายได้ ของฉันกี่เปอร์เซ็นต์ที่ถูกนำไปออม ?
– รายได้ของฉันถูกนำไปลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์?
– ฉันต้องใช้รายได้ของฉันไปกับค่าที่อยู่อาศัยเท่าไร?
– ฉันอยากจะใช้จ่ายมากขึ้นและน้อยลงกับอะไร?
– ความเชื่อเกี่ยวกับเงินของฉันคืออะไร?

แน่นอนว่าการรู้คำตอบของคำถามเหล่านี้และไม่ปรับเปลี่ยนอะไรก็คงไม่ช่วยอะไร แต่การเข้าใจ-สถานะทางการเงินของตัวเองถือเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจว่าขั้นตอนต่อไปของคุณคืออะไร

“คนรวยที่รู้จักใช้เงินอย่างชาญฉลาดจะบอกคุณได้ว่าพวกเขาจะมีเงินเท่าไรในเดือนหน้า ปีหน้า หรือแม้กระทั่งอีก 5 ปีข้างหน้า” Ramit Sethi อธิบาย

2.สร้าง ‘ระบบ’ แทนที่จะพึ่งแค่วินัย

อย่าพึ่งพาแต่ความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเรื่องเงินอย่างชาญฉลาด

Ramit Sethi กล่าวว่า แทนที่จะตั้งงบประมาณและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตาม ให้ลองใช้ระบบจัดการเงินของคุณโดยอัตโนมัติ โดยการออม การลงทุน และการจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ สามารถทำได้โดยอัตโนมัติ ทำให้มองเห็นเงินที่มีเหลือในมืออยู่จริงๆ จะง่ายต่อการคาดการณ์เงินในอนาคต

โดยสามารถทำได้ด้วยการหักเงินเดือนสำหรับบัญชี หรือโอนอัตโนมัติไปยังบัญชีออมทรัพย์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ทางการเงินสำหรับตัวเองได้ เช่น ตัดสินใจว่าจะนำเงินก้อนที่ได้รับไปลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์ และส่วนที่เหลือสามารถนำไปใช้เพื่อความสนุกสนานได้

Ramit Sethi บอกว่า คนรวยไม่เสี่ยงเอาความสำเร็จทางการเงินของตัวเองไปแลกกับแรงจูงใจที่แค่รู้สึกในปัจจุบัน แต่พวกเขาสร้างระบบที่รัดกุมเพื่อจัดการเงินของพวกเขาโดยอัตโนมัติ

3.มีแผนก่อนปัญหาจะมาถึง

ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ชีวิตก็เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง แต่สิ่งที่ทำให้คนรวยแตกต่างจากคนอื่นก็คือ พวกเขามีแผนสำหรับอนาคต Ramit Sethi กล่าวว่า พวกเขาไม่เพียงแต่มีกองทุนฉุกเฉินที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีความเข้าใจอย่างมั่นคงว่าพวกเขาต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไร

“คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าควรออมเงินหรือลงทุนเท่าไหร่ พวกเขาแค่หยิบตัวเลขสุ่มๆ ขึ้นมาแล้วรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ในอีก 45 ปีข้างหน้า”

“ดังนั้นลองคิดดูว่าคุณอยากทำอะไรกับเงินของคุณบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากงานทั้งหมดก่อนอายุ 60 ปี หรือเริ่มต้นธุรกิจของคุณเองเมื่อลาออกจากงาน เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้ว คุณต้องสร้างไทม์ไลน์และวางแผน”

Ramit Sethi ย้ำว่า หลักการในข้อนี้ คือ “สร้างระบบเพื่อให้คุณไม่ลำบาก”

4.ใช้หลัก 80/20 ทำให้มากจากสิ่งน้อย

“คนรวยใช้ชีวิตตามหลักการ 80/20 โดยผลลัพธ์ 80% ของคุณมาจากความพยายาม 20%”

หมายความว่าแทนที่จะกังวลเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่ลองให้มุ่งความสนใจไปที่การหาเงินก้อนใหญ่ เช่น แทนที่จะมามัวน่ังคิดว่า ควรจะซื้อกาแฟหรือชงกาแฟกินเพื่อประหยัด ให้เปลี่ยนมาคิดว่าจะสามารถเจรจาขอขึ้นเงินเดือนหรือลดค่าที่อยู่อาศัยได้มากแค่ไหน

“คำถามเหล่านี้มีมูลค่าหลายหมื่นหลายแสนบาท แต่เรากลับยังคงถามคำถามเล็กๆ น้อยๆ อยู่” Ramit Sethi สรุป

5.มองหา ‘คุณค่า’ มากกว่าราคาถูก

แน่นอนว่าคุณสามารถประหยัดเงินได้บ้างโดยเลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุด แต่การประหยัดเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่คุ้มกับผลิตภัณฑ์หรือประสบการณ์ที่ด้อยกว่า

“คนรวยที่รู้จักใช้เงินอย่างชาญฉลาดไม่เพียงแต่สนใจแค่ต้นทุนเท่านั้น แต่ยังสนใจถึงมูลค่าด้วย”

Ramit Sethi ยกตัวอย่างการตัดสินใจจ่ายเงินจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวแทนที่จะพยายามสอนตัวเองผ่านแหล่งข้อมูลฟรี เช่น ดูวิดีโอบน YouTube เป็นประโยชน์กว่า

“การจ้างใครสักคนช่วยให้ฉันไม่ต้องหงุดหงิดอีกต่อไป และยังได้สิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น นั่นคือ เวลา” เขาบอก

Ramit Sethi เน้นย้ำว่ากฎนี้ควรนำไปใช้กับสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ คือ จงเลือกลงทุนในบางพื้นที่สำคัญแทนที่จะทุ่มเงินไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญสำหรับคุณ

“จุดประสงค์ของเงินไม่ใช่เพื่อสะสมไว้ แต่จุดประสงค์ของเงินคือเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาและเพลิดเพลินกับชีวิต”

สุดท้ายกฎทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับคนรวยเท่านั้น แต่เหมาะกับทุกคนที่อยากมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น เริ่มจากเข้าใจตัวเอง สร้างระบบ วางแผน และลงทุนในสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...