โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ส่องเทรนด์ธุรกิจ "บ้านปลอดฝุ่น" นวัตกรรมตอบโจทย์เพื่อสุขภาพที่ดีของครอบครัว

SMART SME

อัพเดต 12 พ.ย. 2566 เวลา 01.16 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2566 เวลา 01.15 น. • Smart SME

จากข้อมูลสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พบว่าในปี พ.ศ.2566 นี้ พบค่าฝุ่น PM2.5 สูงกว่าในปีที่ผ่านมา ซึ่งมี 15 จังหวัดของไทยที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกิน 51 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต่อเนื่องนานเกิน 3 วัน โดยส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือ และรวมถึงอีก 50 เขตของกรุงเทพฯ ด้วย

โดยได้ส่งผลกระทบ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศไปแล้วจำนวนกว่า 1.52 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคทางปอดและหัวใจ รวมทั้งกลุ่มเด็กเล็ก ที่ต้องพยายามเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ที่จะทำให้สัมผัสต่อฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ได้

โดยปัญหานี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชากรมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้อากาศ รวมไปถึงมีผลกระทบต่อพฤติกรรมทางสุขภาพในด้านต่าง ๆ

สิ่งที่เราทุกคนพอจะทำได้เอง เริ่มต้น คือ การดูแลสุขภาพตัวเอง และ 'บ้าน' หรือที่พักอาศัย ที่ควรจะปลอดจากมลพิษทางอากาศ เพื่อให้ บ้าน เป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่คุณและครอบครัวจะได้รับอากาศที่สดชื่น

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ปัจจุบัน จึงได้มีนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัย ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดี และสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ให้ผู้อยู่อาศัยได้หายใจอย่างโล่งปอดมากที่สุด ซึ่งได้กลายเป็นเทรนด์การธุรกิจการออกแบบสร้างบ้านด้วย "นวัตกรรมบ้านปลอดฝุุ่น"

ปัจจุบัน "นวัตกรรมบ้านปลอดฝุุ่น" ได้รับการ R&D จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลาย ๆ ราย เพื่อเปิดตัวและพร้อมขาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากมีบ้านและได้สุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม

โดยอัปเดตภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ปีที่ผ่านมา (ปี 2565) ถือว่าเป็นปีที่น่าพึงพอใจ มีการเติบโต 15% ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดฯ และต่อเนื่องมาจนถึงปี 2566 นี้ โดยจบปีนี้ ประเมินว่า ตลาดบ้าน-คอนโดฯ จะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 450,000 ล้านบาท เท่ากับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยอย่างที่บอก ไฮไลท์สำคัญ ของตลาดบ้านที่อยู่อาศัยที่ถูกพูดถึงเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ช่วงนี้ คือ "บ้านปลอดฝุ่น" ถือเป็นเทรนด์สุขภาพอีกรูปแบบหนึ่งที่คนกำลังนิยมและต้องการสูง ตอบโจทย์ครอบครัวที่กำลังมองหานวัตกรรมบ้าน และเพื่อยกระดับชีวิตตนเองและครอบครัวที่ดีขึ้นกว่าเดิม

บ้านปลอดฝุ่น แตกต่างกับบ้านทั่วไปอย่างไร ?

บ้านที่พักอาศัยทั่วไป : พัดลมระบายอากาศทั่วไปจะทำหน้าที่ดูดอากาศเก่าและคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป แต่ในขณะเดียวกันก็ทําให้บ้านเกิดสภาวะ “อากาศแรงดันลบ”

บ้านปลอดฝุ่น : ระบบ "บ้านปลอดฝุ่น" ใช้วิธีเติมอากาศสะอาดเข้าสู่ตัวบ้านอย่างต่อเนื่องแทนการดูดออก ซึ่งสามารถ เติมอากาศใหม่ที่มีออกซิเจน และสร้างสภาวะ “อากาศแรงดันบวก” ภายในบ้าน

บ้านที่พักอาศัยทั่วไป : สภาวะ “อากาศแรงดันลบ” จะทําให้อากาศสกปรกจากภายนอกที่เต็มไปด้วยฝุ่น กลิ่น ไม่พึงประสงค์ เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ ไหลเข้ามาในบ้านได้

บ้านปลอดฝุ่น : สภาวะ "อากาศแรงดันบวก" เปรียบเสมือนเป็นโล่ป้องกันไม่ให้อากาศที่ปนเปื้อนจากภายนอก สามารถเล็ดลอดเข้าสู่บ้านของคุณได้อีกครั้ง และยังช่วยผลักไล่อากาศเก่า, คาร์บอนไดออกไซด์ และสารก่อภูมิแพ้ออกไปจากตังบ้านได้อีกด้วย

บ้านที่พักอาศัยทั่วไป : เครื่องฟอกอากาศทั่วไป ทำได้เพียงฟอกอากาศเสีย แต่ไม่สามารถปกป้องบ้านของคุณให้ปลอดภัยจากอากาศที่ปนเปื้อนไจากภายนอกได้

บ้านปลอดฝุ่น : อากาศที่เติมเข้ามาจะผ่านระบบการกรองและฆ่าเชื้อโรคหลายขั้นตอน ซึ่งสามารถ กําจัดฝุ่น มลพิษ เชื้อโรค ไวรัส และสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ในอากาศได้ถึง 99.999% ทำให้ผู้พักอาศัยมั่นใจได้ว่าอากาศที่ถูกเติมเข้ามานั้นจะสะอาดปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย

การทํางานของระบบบ้านปลอดฝุ่น

โดยอธิบายการทำงานอย่างเข้าใจง่าย คือ

• ระบบจะใช้วิธีเดียวกันกับระบบอากาศสะอาดในอาคารขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม หรือ โรงภาพยนตร์

• โดยการส่งอากาศสะอาดที่ปราศจากฝุ่น กลิ่น และเชื้อโรคเข้าสู่ภายในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างอากาศแรงดันบวก ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันบ้านจากฝุ่นและมลพิษจากภายนอกไปในตัว

รุกตลาดแล้ว ! ยักษ์ใหญ่ธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เปิดตัว "บ้านปลอดฝุ่น"

ปัจจุบัน มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ขายบ้าน - ห้องชุด -คอนโดฯ ที่ออกแบบและพร้อมขายนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่นกันแล้ว ยกตัวอย่างเช่น..

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

โดยปัจจุบัน "แสนสิริ" มีโครงการที่มีนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่นรวม 5 โครงการ ได้แก่

• โครงการเศรษฐสิริ ทวีวัฒนา ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาทต่อยูนิต

• โครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพ-กรีฑา 2 ราคา14-36 ล้านบาทต่อยูนิต

• โครงการเศรษฐสิริ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า 2 ราคา 11-25 ล้านบาทต่อยูนิต

• โครงการบุราสิริ สันผีเสื้อ 5.09-8 ล้านบาทต่อยูนิต

• โครงการสราญสิริ ศรีวารี ราคา 5.29-12 ล้านต่อยูนิต

นอกจากนี้ มีโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค ที่ถือเป็นต้นแบบ Green Condominium 100% เพื่อต่อยอดทุกโครงการในอนาคต

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)

" พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค " หรือ PF ได้พัฒนาสินค้าให้รองรับกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยมุ่งเน้น Green Concept และชูแนวคิดการพัฒนาบ้าน “ป้องกันฝุ่น PM2.5” เพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 จะยืดเยื้อต่อเนื่องอีกหลายปี โดยชูนวัตกรรมที่ทันสมัยต่าง ๆ ที่ออกแบบบ้านยุคใหม่ ไร้ฝุ่น ปลอดมลพิษต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น..

• ระบบ Pure Air Technology ซึ่งเป็นระบบระบายอากาศทำงานร่วมกับระบบกรองอากาศป้องกันฝุ่น PM2.5 คือ โครงการบ้านเดี่ยวที่ร่วมทุนกับกลุ่มเซกิซุย (SEKISUI) ได้แก่ ระบบ Air Factory System ระบบหมุนเวียนอากาศและไส้กรอง 3 ชั้น คือ ดักจับฝุ่นละออง PM10 ดักจับฝุ่นละออง PM2.5 และฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่า PM2.5 ได้ถึง 97%

• ระบบ Air Tightness System บ้านไร้รอยต่อ ป้องกันฝุ่น เสียง กลิ่น แมลง และความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้ามาภายในบ้าน นอกจากนี้ มี Thermal Insulated System ระบบฉนวนกันความร้อน 3 ชั้น และป้องกันกลิ่นต่าง ๆ

• ระบบ Active Airflow System เติมอากาศบริสุทธิ์ให้หมุนเวียนในบ้านอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด "การสร้างบ้านที่หายใจได้
โดยดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้ามาและพัดลมดูดอากาศร้อนขึ้นฝ้าเพดานออกไปบนหลังคา ซึ่งมีการถ่ายเทตลอดเวลา แม้เวลาไม่ได้อยู่บ้าน ไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ แต่บ้านยังหายใจ รับอากาศเย็น ดูดอากาศร้อนออกนอกบ้านตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม การใส่ระบบไฮเทคโนโลยีในโครงการต่าง ๆ นี้ ส่งผลทำให้บ้านมีราคาสูง และเน้นเจาะเฉพาะ "ตลาดระดับไฮเอนด์" ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูงและไม่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจมากนัก เช่น

• โครงการเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ กรุงเทพกรีฑา โซนบ้านนวัตกรรมอากาศบริสุทธิ์ ระบบโมดูลาร์ แบบ Empire ขนาดพื้นที่ใช้สอย 471 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 200 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นสูงถึง 45 ล้านบาท

• Emperor (โครงการบ้านหรู) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 369 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 130 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท

• Empress (แบบคฤหาสน์หรู ) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 318 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 129 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 26 ล้านบาท

• โดยถูกที่สุด คือ แบบ Embassy (โครงการบ้านเดี่ยวระดับ High-End) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 274 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 85 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท

บทสรุป บ้านหรือที่อยู่อาศัยในปัจจุบันและในอนาคต จะไม่ใช่แค่บ้านอีกต่อไป แต่ต้องสะอาด ปลอดภัยที่สุด ภายใต้การออกแบบและใช้เทคโนโลยี "ต่อสู้ฝุ่นพิษและเชื้อโรค" ที่พร้อมอุบัติการณ์ใหม่ ๆ มาโดยตลอด

สิ่งที่ตามมา.. จึงทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ เช่นกัน โดยบริษัทผู้พัฒนาและสร้างบ้าน ที่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่อยากได้บ้านที่มีนวัตกรรมความสะอาดดังกล่าว พร้อมกับต้องแก้โจทย์ ที่ถูกเกทับว่า ไม่ใช่แค่บางโครงการระดับไฮเอนด์ แต่นวัตกรรมบ้านอากาศบริสุทธิ์ นี้ จะต้องอยู่ในบ้านทุกโครงการ ทุกระดับราคาอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...