โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชวนปราศรัย ภูเก็ต ระบุ เริ่มมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง พรรคต้องประชุมจัดแผนต่อสู้ใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 พ.ค. 2566 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2566 เวลา 01.20 น.

ชวนปราศรัย ภูเก็ต ระบุ เริ่มมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง พรรคต้องประชุมจัดแผนต่อสู้ใหม่

เมื่อค่ำวันที่ 30 เมษายน ที่บริเวณเวทีกลาง ศูนย์กีฬาสะพานหินเทศบาลนครภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยเพื่อรณรงค์หาเสียงสนับสนุนพรรคและผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 3 เขตเลือกตั้งประกอบไปด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 นายกวี ตันสุคตานนท์ หมายเลข 10 เขตเลือกตั้งที่ 2 น.ส.พลอยทะเล รัศมีแสงจันทร์ หมายเลข 10 และเขตเลือกตั้งที่ 3 นายชัยยศ ปัญญาไวย หมายเลข 11 โดยมีนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร พร้อมด้วยนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสุรบถ หลีกภัย มาร่วมด้วย โดยมีผู้สนับสนุนและประชาชนร่วมรับฟังมากถึงประมาณ 10,000 คน

นายชวน หลีกภัย กล่าวปราศรัยเป็นภาษาใต้ว่า จริงๆ แล้วในขณะนี้ต้องไปหาเสียงที่อีสานเพื่อพยายามที่จะทำคะแนน Party List ให้ดีขึ้น 2-3 คน แต่ก็ได้รับแจ้งจากผู้เกี่ยวข้องทั้งจังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี และจังหวัดตรังว่า เริ่มมีเงินออกมาแล้ว มีการใช้เงินมากขึ้นบางพรรค 500 บาท บ้านนายสาทิตย์ 1,000 บาท มีการจดชื่อ คนแจ้งรู้จักชื่อแต่ว่ากลัวตาย กกต.พยายามที่จะทำ แต่ทำไม่ได้ คือการควบคุมการใช้เงินซื้อเสียง จึงจำเป็นต้องลงมาในภาคใต้ และในคืนนี้จะต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อประชุมหารือในพรรคในวันพรุ่งนี้ว่า การดำเนินการในช่วงต่อไปนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะทำอย่างไร และมีกำหนดการเดินทางไปในจังหวัดภาคเหนืออีก 10 จังหวัด อาจจำเป็นจะต้องปรับแผนใหม่ โดยให้ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ไปแทนในภาคอีสาน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ทำงานการเมือง ในช่วงที่การเมืองที่ใช้เงินในปัจจุบัน

นายชวนกล่าวว่า อย่าให้มีคนว่าชาวภูเก็ตไม่สาไหร หรือไม่มีน้ำยา เราต้องช่วยกันพัฒนาจังหวัด ในช่วงที่ผ่านมานั้นมีรองนายกรัฐมนตรีสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกว่าจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรค หรือไม่ให้จนกว่าจะเลือกพรรคเรา เพื่อไทย ในเรื่องนี้ กฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติ รัฐบาลชุดนั้นอย่าไปอาฆาตเขา แต่นั่นเป็นเพราะหมู่สูหรือว่าคนพูดเอาใจคนเสื้อแดง ขอให้ประชาชนจำชื่อไว้ตลอดชีวิต ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีไม่แกล้งใคร ยังทำถนนจากกรุงเทพฯไปเหนือสุดเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหนองคาย ภาคตะวันออกถึงจังหวัดตราด และใต้สุดสุไหงโก-ลกจังหวัดนราธิวาส

นายชวนหยิบยกกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีผลงานคือริเริ่มการให้เงินกู้ กยศ. ทำให้มีผู้ได้เรียน 6 ล้านกว่าคนและงบประมาณ 6 ล้านกว่าบาท ในจำนวนนี้มีผู้กู้ในจังหวัดภูเก็ต 40,617 คน หรือคิดเป็นเงิน 5,084 ล้านบาท ในขณะที่บางพรรคการเมืองหาเสียงว่าให้ยกเลิกเงินกู้ กยศ. ซึ่งไม่สมเหตุสมผล แต่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ผู้ที่ยังค้างเงินกู้ กยศ.นำมาชำระ นอกจากนี้เบี้ยผู้สูงอายุริเริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์จาก 200 บาท และนายอภิสิทธิ์มาเพิ่มเป็น 300 บาท ส่วนในขณะที่นายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ขึ้นให้สักบาท

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนเองออกไป 4 ปีแล้วแต่ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ยังสนับสนุน ในครั้งนี้ออกมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่ใช่เพื่อตนเองเนื่องจากไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งจะไม่มีตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อพูดถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในจังหวัดภูเก็ต ขอให้ประชาชนเลือกยกทั้งจังหวัด เพราะสามารถทำงานเป็นทีมเนื่องจากคณะกรรมการเป็นผู้ที่คัดกรองว่าจะเลือกใครมาลงสมัคร ทุกคนเหมือนกันในอุดมการณ์แตกต่างเพียง เขต 1 นายกวี ตันสุคตานนท์ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์เนื่องจากเป็นรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ทำงานมานานและผลงานที่เห็นอย่างชัดเจนคือการพัฒนาย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ตจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะคนไทยแต่ว่าต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จึงสมควรที่จะใช้ประสบการณ์นี้เข้าไปในสภา ขออย่าลังเลใจในการเลือกนายกวี

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายชัยยศ ปัญญาไวย เคยเป็นอดีต สมาชิกวุฒิสภา เป็นนักกฎหมายที่มาดูแลประชาชน จึงสมควรที่จะไปทำงานด้านนิติบัญญัติ สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็น คนรุ่นใหม่ มีไฟมีความตั้งใจในการทำงาน นางสาวพลอยทะเล รัศมีแสงจันทร์ อายุเพียง 28 ปี เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกสภาองค์กรปกครองท้องถิ่น และมีความใฝ่ฝันอยู่เสมอว่า พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสสร้างนักการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง และทำให้นึกถึงจังหวัดตรังมีหนุ่มน้อยเมื่อ 50 ปีที่แล้ว นายชวน หลีกภัย ปัจจุบันคือนักการเมืองระดับชาติ มีบารมีมากที่สุดในสภา หรือมีบารมีทางการเมืองที่สะสม ดังนั้นวันนี้จึงเป็นโอกาสของประชาชนในการที่จะร่วมสร้างนักการเมืองเพื่ออนาคตสร้างนักการเมืองที่ดี จึงมาขอคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 3 เขต ในจังหวัดภูเก็ต

“เลือกทั้ง 3 คน 3 เขต 3 รุ่น 3 ประสบการณ์ที่หลากหลาย ประกอบกันเป็นความลงตัวของผู้สมัครที่จังหวัดภูเก็ต ที่พรรคประชาธิปัตย์คัดสรรมาให้ชาวภูเก็ต จึงขอให้เลือกตั้งยกจังหวัดให้ทั้ง 3 คน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตด้วยว่า นางอัญชลีและนายเรวัตพยายามที่จะสร้างทีมมาทำงานร่วมกันของชาวภูเก็ต จะพัฒนาผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจทันสมัย เทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล โดยพื้นที่สามารถที่จะยกระดับเมืองภูเก็ตได้ และผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคทั้ง 3 คน เข้าไปมีบทบาทมีส่วนร่วมในการผลักดัน นี่จะเป็นคำตอบของชาวภูเก็ต น่าจะมีการบริหารจัดการพิเศษการกระจายอำนาจมีผู้ที่มีความรู้มาให้ความรู้ด้านการจัดการภูเก็ต ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีเคยผลักดันให้เมืองพิเศษที่อำเภอแม่สอดจังหวัดตากที่มีการค้าชายแดนมีต่างด้าวและควรจะมีการส่งเสริมการลงทุน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวว่า ตนเองเพิ่งเดินทางมาจากจังหวัดพังงาไปช่วยปราศรัยหาเสียง ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยกจังหวัดที่พังงากระแสพรรคเริ่มตีตื้นทุกจังหวัดส่วนโพลที่ทำเชื่อถือได้ยาก บางโพลเกี่ยวกับพรรคการเมือง ขอให้พี่น้องประชาชนมีโพลในใจนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์

นายสาทิตย์กล่าวด้วยว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทำไมผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาแต่ในครั้งนั้นเป็นการเลือกตั้งตามกระแส แต่ผู้ได้รับการเลือกตั้งจากพรรคนั้นไม่ลุกขึ้นมาเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนเช่นกรณีปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 รอฟังเสียง ส.ส. พูดปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวในสภาก็ไม่มี คนของพรรคต้องฝากให้ไปพูดแทนประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคทหารแต่เป็นพรรคของประชาชน 4 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จึงจำเป็นจะต้องมีการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของพรรค

ในช่วงก่อนหน้านี้มีคนลาออกจากพรรคการเมืองต่างๆ ประมาณ 100 คน แต่ปรากฏว่ามีการลงข่าวว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้น โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐออกไปมากที่สุด แต่ทำเนียนๆ ไปตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นมุ้งต่างๆ ในการเลือกตั้งที่จังหวัดภูเก็ต ประชาชน ผู้สนับสนุนต้องเลือกตั้ง 3 คนเลือกยกเกาะ สำหรับโพลที่ผ่านมา นิยมพรรคไหนมากที่สุดทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ โพลที่ออกมาคือพรรคเพื่อไทย พรรคนี้กินประเทศไปแล้วหรือ ส่วนภาคใต้ คือพรรคประชาธิปัตย์จึงจำเป็นจะต้องมีการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เลือกฝ่ายมึงฝ่ายกูจะขาดอำนาจในการต่อรองในทุกเรื่อง และใน 14 จังหวัดภาคใต้ มี ส.ส.จำนวน 58 ที่นั่ง ขอให้ประชาชนพิจารณาให้ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...