ชวนปราศรัย ภูเก็ต ระบุ เริ่มมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง พรรคต้องประชุมจัดแผนต่อสู้ใหม่
ชวนปราศรัย ภูเก็ต ระบุ เริ่มมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง พรรคต้องประชุมจัดแผนต่อสู้ใหม่
เมื่อค่ำวันที่ 30 เมษายน ที่บริเวณเวทีกลาง ศูนย์กีฬาสะพานหินเทศบาลนครภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยเพื่อรณรงค์หาเสียงสนับสนุนพรรคและผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 3 เขตเลือกตั้งประกอบไปด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 นายกวี ตันสุคตานนท์ หมายเลข 10 เขตเลือกตั้งที่ 2 น.ส.พลอยทะเล รัศมีแสงจันทร์ หมายเลข 10 และเขตเลือกตั้งที่ 3 นายชัยยศ ปัญญาไวย หมายเลข 11 โดยมีนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร พร้อมด้วยนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสุรบถ หลีกภัย มาร่วมด้วย โดยมีผู้สนับสนุนและประชาชนร่วมรับฟังมากถึงประมาณ 10,000 คน
นายชวน หลีกภัย กล่าวปราศรัยเป็นภาษาใต้ว่า จริงๆ แล้วในขณะนี้ต้องไปหาเสียงที่อีสานเพื่อพยายามที่จะทำคะแนน Party List ให้ดีขึ้น 2-3 คน แต่ก็ได้รับแจ้งจากผู้เกี่ยวข้องทั้งจังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี และจังหวัดตรังว่า เริ่มมีเงินออกมาแล้ว มีการใช้เงินมากขึ้นบางพรรค 500 บาท บ้านนายสาทิตย์ 1,000 บาท มีการจดชื่อ คนแจ้งรู้จักชื่อแต่ว่ากลัวตาย กกต.พยายามที่จะทำ แต่ทำไม่ได้ คือการควบคุมการใช้เงินซื้อเสียง จึงจำเป็นต้องลงมาในภาคใต้ และในคืนนี้จะต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อประชุมหารือในพรรคในวันพรุ่งนี้ว่า การดำเนินการในช่วงต่อไปนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะทำอย่างไร และมีกำหนดการเดินทางไปในจังหวัดภาคเหนืออีก 10 จังหวัด อาจจำเป็นจะต้องปรับแผนใหม่ โดยให้ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ไปแทนในภาคอีสาน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ทำงานการเมือง ในช่วงที่การเมืองที่ใช้เงินในปัจจุบัน
นายชวนกล่าวว่า อย่าให้มีคนว่าชาวภูเก็ตไม่สาไหร หรือไม่มีน้ำยา เราต้องช่วยกันพัฒนาจังหวัด ในช่วงที่ผ่านมานั้นมีรองนายกรัฐมนตรีสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกว่าจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรค หรือไม่ให้จนกว่าจะเลือกพรรคเรา เพื่อไทย ในเรื่องนี้ กฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติ รัฐบาลชุดนั้นอย่าไปอาฆาตเขา แต่นั่นเป็นเพราะหมู่สูหรือว่าคนพูดเอาใจคนเสื้อแดง ขอให้ประชาชนจำชื่อไว้ตลอดชีวิต ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีไม่แกล้งใคร ยังทำถนนจากกรุงเทพฯไปเหนือสุดเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหนองคาย ภาคตะวันออกถึงจังหวัดตราด และใต้สุดสุไหงโก-ลกจังหวัดนราธิวาส
นายชวนหยิบยกกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีผลงานคือริเริ่มการให้เงินกู้ กยศ. ทำให้มีผู้ได้เรียน 6 ล้านกว่าคนและงบประมาณ 6 ล้านกว่าบาท ในจำนวนนี้มีผู้กู้ในจังหวัดภูเก็ต 40,617 คน หรือคิดเป็นเงิน 5,084 ล้านบาท ในขณะที่บางพรรคการเมืองหาเสียงว่าให้ยกเลิกเงินกู้ กยศ. ซึ่งไม่สมเหตุสมผล แต่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ผู้ที่ยังค้างเงินกู้ กยศ.นำมาชำระ นอกจากนี้เบี้ยผู้สูงอายุริเริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์จาก 200 บาท และนายอภิสิทธิ์มาเพิ่มเป็น 300 บาท ส่วนในขณะที่นายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ขึ้นให้สักบาท
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนเองออกไป 4 ปีแล้วแต่ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ยังสนับสนุน ในครั้งนี้ออกมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่ใช่เพื่อตนเองเนื่องจากไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งจะไม่มีตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อพูดถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในจังหวัดภูเก็ต ขอให้ประชาชนเลือกยกทั้งจังหวัด เพราะสามารถทำงานเป็นทีมเนื่องจากคณะกรรมการเป็นผู้ที่คัดกรองว่าจะเลือกใครมาลงสมัคร ทุกคนเหมือนกันในอุดมการณ์แตกต่างเพียง เขต 1 นายกวี ตันสุคตานนท์ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์เนื่องจากเป็นรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ทำงานมานานและผลงานที่เห็นอย่างชัดเจนคือการพัฒนาย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ตจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะคนไทยแต่ว่าต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จึงสมควรที่จะใช้ประสบการณ์นี้เข้าไปในสภา ขออย่าลังเลใจในการเลือกนายกวี
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายชัยยศ ปัญญาไวย เคยเป็นอดีต สมาชิกวุฒิสภา เป็นนักกฎหมายที่มาดูแลประชาชน จึงสมควรที่จะไปทำงานด้านนิติบัญญัติ สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็น คนรุ่นใหม่ มีไฟมีความตั้งใจในการทำงาน นางสาวพลอยทะเล รัศมีแสงจันทร์ อายุเพียง 28 ปี เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกสภาองค์กรปกครองท้องถิ่น และมีความใฝ่ฝันอยู่เสมอว่า พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสสร้างนักการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง และทำให้นึกถึงจังหวัดตรังมีหนุ่มน้อยเมื่อ 50 ปีที่แล้ว นายชวน หลีกภัย ปัจจุบันคือนักการเมืองระดับชาติ มีบารมีมากที่สุดในสภา หรือมีบารมีทางการเมืองที่สะสม ดังนั้นวันนี้จึงเป็นโอกาสของประชาชนในการที่จะร่วมสร้างนักการเมืองเพื่ออนาคตสร้างนักการเมืองที่ดี จึงมาขอคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 3 เขต ในจังหวัดภูเก็ต
“เลือกทั้ง 3 คน 3 เขต 3 รุ่น 3 ประสบการณ์ที่หลากหลาย ประกอบกันเป็นความลงตัวของผู้สมัครที่จังหวัดภูเก็ต ที่พรรคประชาธิปัตย์คัดสรรมาให้ชาวภูเก็ต จึงขอให้เลือกตั้งยกจังหวัดให้ทั้ง 3 คน” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตด้วยว่า นางอัญชลีและนายเรวัตพยายามที่จะสร้างทีมมาทำงานร่วมกันของชาวภูเก็ต จะพัฒนาผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจทันสมัย เทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล โดยพื้นที่สามารถที่จะยกระดับเมืองภูเก็ตได้ และผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคทั้ง 3 คน เข้าไปมีบทบาทมีส่วนร่วมในการผลักดัน นี่จะเป็นคำตอบของชาวภูเก็ต น่าจะมีการบริหารจัดการพิเศษการกระจายอำนาจมีผู้ที่มีความรู้มาให้ความรู้ด้านการจัดการภูเก็ต ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีเคยผลักดันให้เมืองพิเศษที่อำเภอแม่สอดจังหวัดตากที่มีการค้าชายแดนมีต่างด้าวและควรจะมีการส่งเสริมการลงทุน
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวว่า ตนเองเพิ่งเดินทางมาจากจังหวัดพังงาไปช่วยปราศรัยหาเสียง ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยกจังหวัดที่พังงากระแสพรรคเริ่มตีตื้นทุกจังหวัดส่วนโพลที่ทำเชื่อถือได้ยาก บางโพลเกี่ยวกับพรรคการเมือง ขอให้พี่น้องประชาชนมีโพลในใจนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์
นายสาทิตย์กล่าวด้วยว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทำไมผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาแต่ในครั้งนั้นเป็นการเลือกตั้งตามกระแส แต่ผู้ได้รับการเลือกตั้งจากพรรคนั้นไม่ลุกขึ้นมาเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนเช่นกรณีปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 รอฟังเสียง ส.ส. พูดปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวในสภาก็ไม่มี คนของพรรคต้องฝากให้ไปพูดแทนประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคทหารแต่เป็นพรรคของประชาชน 4 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จึงจำเป็นจะต้องมีการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของพรรค
ในช่วงก่อนหน้านี้มีคนลาออกจากพรรคการเมืองต่างๆ ประมาณ 100 คน แต่ปรากฏว่ามีการลงข่าวว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้น โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐออกไปมากที่สุด แต่ทำเนียนๆ ไปตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นมุ้งต่างๆ ในการเลือกตั้งที่จังหวัดภูเก็ต ประชาชน ผู้สนับสนุนต้องเลือกตั้ง 3 คนเลือกยกเกาะ สำหรับโพลที่ผ่านมา นิยมพรรคไหนมากที่สุดทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ โพลที่ออกมาคือพรรคเพื่อไทย พรรคนี้กินประเทศไปแล้วหรือ ส่วนภาคใต้ คือพรรคประชาธิปัตย์จึงจำเป็นจะต้องมีการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เลือกฝ่ายมึงฝ่ายกูจะขาดอำนาจในการต่อรองในทุกเรื่อง และใน 14 จังหวัดภาคใต้ มี ส.ส.จำนวน 58 ที่นั่ง ขอให้ประชาชนพิจารณาให้ดี