โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

สรุป 4 ทีมสุดท้าย ของ 3 ถ้วยยุโรป

WeR NEWS

เผยแพร่ 21 เม.ย. 2566 เวลา 09.03 น.

จบไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับรอบ 8 ทีมสุดท้าย ของฟุตบอลยุโรปทั้ง 3 รายการ ไม่ว่าจะเป็นถ้วยใบใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ถ้วยใบกลาง ยูโรปา ลีก และใบเล็กสุดอย่างคอนเฟอเรนซ์ ลีก

ซึ่งตอนนี้ในทุกรายการก็ได้ 4 ทีม ที่จะลงทำการแข่งขันกันในรอบรองชนะเลิศกันแล้ว ซึ่งในวันนี้เราจะมาสรุปกันว่า ในรอบตัดเชือกของแต่ละรายการ มีใครพบกับใครกันบ้าง

เริ่มที่รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง แชมเปียนส์ลีก ที่ในรอบ 4 ทีมสุดท้ายต้องบอกเลยว่ามีแต่เสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งนั้น โดยคู่บิ๊กแมตซ์ก็คือ แชมป์เก่า และเจ้าของยุโรป 14 สมัย อย่าง เรอัล มาดริด ที่รอบก่อน อัด เชลซี ทั้งไป-กลับ 2-0 เข้ารอบด้วยประตูรวม 4-0

พวกเขาต้องพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของยอดกุนซือ เปป กวาร์ดิโอลา ที่ต้องการแชมป์ใบนี้มาประดับตู้โชว์ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ซะเหลือเกิน โดย “เรือใบสีฟ้า” เพิ่งหักด่าน บาเยิร์น มิวนิค มาได้ ด้วยสกอร์รวม 4-1

คู่นี้เพิ่งพบกับมาในรอบรองชนะเลิศ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเป็นทางด้าน “ราชันชุดขาว” ที่สามารถเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะต่อยอดคว้าแชมป์ได้ในท้ายที่สุด

ส่วนอีกคู่นึงก็คงจะมันส์ไม่แพ้กัน เพราะเป็นการโคจรมาพบกันของ เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน 2 ยอดทีมจาก แคว้นลอมบาร์เดีย ระเบิดศึก “มิลานดาร์บี้” ในรายการนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005

ฝั่ง “รอสโซเนรี” เอซี มิลาน ดีกรีแชมป์ 7 สมัย คว่ำ นาโปลี จ่าฝูง กัลโช ซีเรีย อา ด้วยสกอร์รวม 2-1 เข้ารอบตัดเชือกเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี

ด้าน “เนรัซซูรี” อินเตอร์ มิลาน ก็รอคอยในการเข้ารอบนี้มานานไม่แพ้กัน หลัง ล้มเบนฟิกา จ่าฝูงลีกโปรตุเกส ด้วยประตูรวม 5-3 และก็เข้ารอบนี้มาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คว้าแชมป์สมัยล่าสุด เมื่อปี 2010

ต้องรอดูกันว่า เรอัล มาดริด จะครองเจ้ายุโรปต่อไป? หรือ 2 ทีมจากเมืองมิลาน จะกลับมาทวงบัลลังก์ในเวทียุโรป? หรือจะเป็นฝ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร?

ต่อมาเป็น ยูโรปา ลีก ที่เพิ่งได้เห็นหน้าตาของ 4 ทีมสุดท้ายกันในเมื่อคืนที่ผ่านมา โดย เจ้าของแชมป์รายการนี้เยอะที่สุดอย่าง เซบียา ก็มาตามนัด หลังไล่ถล่ม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมา 3-0 เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-2 จะเข้าไปชนกับ “ไอ้ม้าลาย” ยูเวนตุส อดีตแชมป์ 3 สมัย ที่ผ่านด่าน สปอร์ติง ลิสบอน มาด้วยสกอร์รวม 2-1

ส่วนอีกฝั่งนึง จะเป็นการดวลกันของลูกศิษย์กับอาจารย์ เมื่อ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ของกุนซือหนุ่ม ชาบี อลอนโซ ต้องเข้าไปพบกับ โรมา ของกุนซือจอมเก๋า โชเซ มูรินโญโดยทั้งคู่เคยร่วมงานกันที่ เรอัล มาดริด เมื่อช่วงปี 2011-13 สมัยที่ อลอนโซ เป็นนักเตะ และมูรินโญ เป็นกุนซือ

ผลงานรอบก่อนรอง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ชนะ อูนิโอน แซงต์ ชิลลัวส์ จากเบลเยียม ด้วยประตูรวม 5-2 ขะที่ โรมา เอาชนะ เฟเยนูร์ด จากเนเธอร์แลนด์ มาได้ด้วยสกอร์รวม 4-2

และปิดท้ายกันที่คอนเฟอเรนซ์ ลีก ที่เพิ่งมีการแข่งขันเป็นฤดูกาลที่ 2 โดยถ้วยใบนี้ก็ยังคงมีตัวแทนจากอิตาลีอยู่เช่นเดิม หลัง ฟิออเรตินา ผ่านด่าน เลซ พอสนัน ทีมดังจากโปแลนด์ ด้วยผลประตูรวม 6-4 เข้าไปพบกับ บาเซิล จากสวิสเซอร์แลนด์ ที่เฉือน นีซ ด้วยสกอร์รวม 4-3

ขณะที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ถึงแม้จะทำผลงานในลีกได้ไม่ดีนัก ก็ไม่พลาด ทะลุมาถึงรอบรองได้สำเร็จ ด้วยการชนะ เกนท์ จากเบลเยียมที่สกอร์รวม 5-2 ซึ่งลูกทีมของ เดวิด มอยส์ จะผ่านไปพบกับ อาแซด อัล์คมาร์ ที่ชนะการดวลจุดโทษ อันเดอเลชท์ มาได้

อีกไม่นานเกินรอ เราก็จะได้บทสรุปกันแล้วว่า ทีมใด? จะเป็นฝ่ายคว้าโทรฟี่ทั้ง 3 ใบนี้ไปครอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...