โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

8 วิธีดูสเปคและข้อมูลเบื้องต้นของสมาร์ทโฟนให้เหมาะกับการเป็นของคู่ใจเรามากที่สุด

Siamphone

อัพเดต 08 ส.ค. 2560 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2560 เวลา 03.20 น.
8 วิธีดูสเปคและข้อมูลเบื้องต้นของสมาร์ทโฟนให้เหมาะกับการเป็นของคู่ใจเรามากที่สุด

ในช่วงนี้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนแต่ละค่ายต่างมีการแข่งขันกันอย่างสูงตั้งแต่ระดับ Low-end ถึง High-end ทั้งฝั่ง iOS และ Android รวมไปถึงราคา, การออกแบบ, และสเปคที่แตกต่างกันไป และด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ยากที่จะตัดสินใจในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน วันนี้เราจึงนำ 8 วิธีดูสเปคและข้อมูลเบื้องต้นของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันเพื่อมาเป็นอุปกรณ์คู่ใจของเรา ดังนี้

1. ระบบปฏิบัติการในแต่ละแบรนด์

อย่างแรกเลยผู้ใช้งานต้องรู้ถึงการทำงานเบื้องต้นของความแตกต่างระหว่างระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ดังนี้

ระบบปฏิบัติการ iOS จะเป็น OS ระบบจากค่าย Apple ที่จะเน้นเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานและการทำงานที่ไหลลื่นของตัวแอพพลิเคชั่นต่างๆ ภายในเครื่องระบบปฏิบัติการ Android เป็นระบบจาก Google ที่จะเน้นเรื่องความสามารถในการปรับแต่งการทำงานภายในเครื่อง และยังมีราคาที่หลากหลายตั้งแต่ระดับไม่กี่พันไปจนถึงหลายหมื่น

2. หน่วยประมวลผล (CPU)

หน่วยประมวลผลของสมาร์ทโฟนจะมีการทำงานที่เป็นจุดศูนย์กลางของการทำงานภายในเครื่อง ซึ่งในปัจจุบัน หน่วยประมวลผลมีหลายประเภท ได้แก่

CPU Single-core ซีพียู 1 แกนสมอง คือหน่วยประมวลผลที่มีการทำงานเพียง 1 แกนสมอง เปรียบเสมือนบริษัทที่ทำงานคนเดียวและอาจมีการทำงานที่ล่าช้าCPU Dual-core ซีพียู 2 แกนสมอง เหมือนมีคน 2 คนช่วยทำงานด้วยกันโดยแต่ละคนก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกัน และมีความเร็วมากกว่า Single-coreCPU Quad-Core ซีพียู 4 แกนสมอง ที่เปรียบเหมือนพนักงาน 4 คนที่ช่วยกันทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น โดยในสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นแบบ Quad-CoreCPU Hexa Core ซีพียู 6 แกนสมอง ที่มีความรวดเร็วในระดับที่สูง โดย Hexa Core นี้จะใช้อยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่น iPhone 7 และ 7 PlusCPU Octa Core ซีพียู 8 แกนสมอง เป็นหน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพที่รวดเร็วมากที่สุดในปัจจุบัน โดยจะอยู่บนสมาร์ทโฟนระดับ High-end หรือรุ่นท็อป ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในแบรนด์ Samsung หรือแอนดรอยด์รุ่นอื่นๆทั้งนี้ หากสมาร์ทโฟนยิ่งมีแกนสมองที่เยอะขึ้นก็ควรที่จะมีแบตเตอรี่ที่มีความจุที่เยอะตามไปด้วยเนื่องจากส่วนใหญ่หน่วยประมวลผลที่ยิ่งมีความแรงมักจะใช้พลังงานไปกับภาพกราฟิกในการแสดงผลด้วยเช่นกัน

3. RAM และหน่วยความจำภายใน (ROM)

RAM (Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำที่ทำงานคล้ายๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากสมาร์ทโฟนที่ยิ่งมี RAM มากก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่รวดเร็วและไหลลื่นมากกว่า เช่น ในการใช้งานของแต่ละแอพพลิเคชั่นจะใช้ RAM เป็นตัวช่วยในการทำงาน ดังนั้นเมื่อสมาร์ทโฟนของเรามี RAM ที่เยอะ การทำงานก็จะยิ่งเร็วตามไปด้วยROM (Read-Only Memory) คือหน่วยความจำถาวรของสมาร์ทโฟนที่ให้มาบนเครื่อง หรือหากเราจะทำความเข้าใจอย่างง่ายๆ ก็คือคล้ายๆ ฮาร์ดดิสเก็บข้อมูลทั้งหมดบนเครื่องไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่น, รายชื่อ, เอกสาร, เพลง, วิดีโอ และรูปต่างต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกตั้งแต่ 8GB, 16 GB, 32 GB, 64 GB, 128 GB, 256 GB และคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมี ROM ความจุ 512 GB โดยในปัจจุบันสมาร์ทโฟนที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานจะอยู่ที่ตั้งแต่ 32 GB ขึ้นไป

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยความภายนอกที่เรียกว่า Micro SD Card ที่ถือเป็นตัวช่วยในการรองรับไฟล์ในอุปกรณ์สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ของเราได้มากขึ้น ( iPhone ไม่สามารถเพิ่มได้) โดยจะมีความจุและราคาที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

4. รองรับสัญญาณ 4G LTE หรือไม่

ในปัจจุบันนี้สัญญาณอินเทอร์เน็ต 4G LTE ถือเป็นสัญญาณหลักที่สมาร์ทโฟนในปัจจุบันต้องรองรับเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความรวดเร็วในการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญในการดูว่าสมาร์ทโฟนที่เราต้องการเลือกซื้อนั้นรองรับสัญญาณ 4G หรือไม่ คือการค้นหาสเปคบนอินเทอร์เน็ตหรือการสอบถามผู้ให้บริการนั้นๆ เพื่อความแน่ใจ

5. ความละเอียดและฟังก์ชั่นของกล้อง

สำหรับความละเอียดของกล้องส่วนใหญ่ที่เหมาะสมบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบันจะอยู่ตั้งแต่ 8 ล้านพิกเซลสำหรับด้านหลัง ส่วนด้านหน้าจะอยู่ที่ความละเอียดตั้งแต่ 5 ล้านพิกเซลขึ้นไป นอกจากนี้ยังต้องดูฟังก์ชั่นและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ด้วย เช่น ขนาดรู้รับแสง, ไฟแฟลช LED, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (OIS) หรือระบบป้องกันภาพสั่นไหว เป็นต้น รวมไปถึงหากสมาร์ทโฟนของคุณรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K แล้ว สมาร์ทโฟนของคุณต้องมีหน่วยความจำภายในที่ค่อนข้างเยอะหรือมีการเพิ่ม SD Card เนื่องจากการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับนี้จะต้องใช้พื้นที่ในการบันทึกวิดีโอที่เยอะพอสมควร

6. ขนาดความจุแบตเตอรี่

ในการใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบันของแต่ละคนจะเน้นการทำงานไปที่การฟังเพลง, ดูวิดีโอ และการใช้สื่อออนไลน์ ดังนั้นความจุแบตเตอรี่ก็ควรจะมีเยอะตามไปด้วย โดยเราก็แนะนำให้แบตเตอรี่มีความจุใกล้เคียงหรือมากกว่า 3,000 mAH รวมไปถึงการรองรับเทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ (Quick Charge) เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการรอให้แบตเตอรี่เต็มนั่นเอง

7. ดีไซน์และการออกแบบของตัวเครื่อง

ดีไซน์และการออกแบบถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเพราะจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเพื่อให้เข้ากับลักษณะของมือถือเรามากที่สุด โดยเฉพาะขนาดของหน้าจอที่จะมีตั้งแต่ 4 นิ้วไปจนถึงขนาดที่ใหญ่กว่า 6 นิ้ว ซึ่งขนาดยิ่งเล็กก็จะยิ่งถนัดมือและพกพาไปได้ง่ายมากขึ้นแต่ก็ต้องแลกมาด้วยหน้าจอที่ค่อนข้างจะเล็กเกินไป หากหน้าจอขนาดประมาณ 5 นิ้วขึ้นไปจะเหมาะแก่การดูวิดีโอ, พิมพ์แชท หรือเล่นเกมได้สะดวกและเป็นขนาดที่พอดีสำหรับการใช้งานในปัจจุบันนอกจากนี้ ตำแหน่งการทำงานของปุ่มบนหน้าจอยังมีความแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น เช่น ปุ่มด้านล่างหน้าจอของแบรนด์ Samsung จะเป็นปุ่มแอพฯ ล่าสุดในด้านซ้าย, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับในด้านขวา ส่วนสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ อาจจะเป็นปุ่มย้อนกลับในด้านซ้าย, ปุ่ม Home และปุ่มแอพฯ ล่าสุดในด้านขวา เป็นต้น ดังนั้นเราจึงต้องลองสัมผัสเครื่องจริงเพื่อความคุ้นเคยของแต่ละแบรนด์

8. ดูว่าเราจะใช้งานในด้านไหน

สำหรับคนทั่วไปคงมีการใช้งานในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน เช่น บางคนชอบถ่ายรูป, ใช้ทำงานทั่วไป หรือเล่นเกม เป็นต้น ก็ควรเลือกสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเยอะพอสมควร รวมไปถึง CPU ที่มีความเร็วในการประมวลผลกราฟิกต่างๆ และความจุแบตเตอรี่มีความจุเยอะด้วยเช่นกัน แต่หากคนไหนที่ใช้งานแค่เล่นโซเชียลมีเดียทั่วไป อาจจะเลือกสมาร์ทโฟนในระดับกลางที่ราคาไม่สูงมากก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

สำหรับคำแนะนำทั้ง 8 ข้อของเราหวังว่าจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ในการเลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก, ลักษณะการใช้งาน และที่สำคัญอย่าลืมดูราคาที่เหมาะสมกับตัวเรากันด้วยเช่นเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...