โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

นักวิทยาศาสตร์ถอดรหัส 'โควิด-19' ชี้ 'ไทย' เป็นกลุ่ม B กลายพันธุ์ 'ยุโรป-สิงคโปร์' กลุ่ม C

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 เม.ย. 2563 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2563 เวลา 10.08 น.

นักวิทยาศาสตร์ถอดรหัส ‘โควิด-19’ ชี้ ‘ไทย’ เป็นกลุ่ม B กลายพันธุ์ ‘ยุโรป-สิงคโปร์’ กลุ่ม C 

โควิด-19 เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นางพิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. เปิดเผยถึงข้อมูลการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า จากการเริ่มต้นการศึกษาเมื่อพบมีผู้ป่วยในประเทศไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ถอดรหัสพันธุกรรมในผู้ป่วย 2 รายแรก ที่พบในประเทศไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้

รายที่ 1 เพศหญิง อายุ 61 ปี เมื่อวันที่ 5 มกราคม เริ่มมีอาการป่วยด้วย ไข้ เจ็บคอ ปวดหัว เมื่อวันที่ 8 มกราคม เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนมายังประเทศไทยอุณหภูมิร่างกายที่คัดกรอง ณ สนามบิน 38.6 องศาเซลเซียส

รายที่ 2 เพศหญิง อายุ 74 ปี เมื่อวันที่ 13 มกราคม เดินทางจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มายังประเทศไทย และ เริ่มมีอาการไข้ เจ็บคอ มีอุณหภูมิร่างกายที่คัดกรอง ณ สนามบิน 38 องศาฯ

“เมื่อนำมาถอดรหัสพันธุกรรมพบว่า มีรหัสใกล้เคียงกับ SARS-like bat coronavirus อยู่ประมาณร้อยละ 88 เป็นเชื้อไวรัสที่พบจากค้างคาว มีความใกล้เคียงกับ SARS-CoV ที่เคยระบาดเป็นโรคซาร์ส เมื่อปี 2546 ประมาณร้อยละ 80 และมีความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันในลักษณะของการจับเชื้อในร่างกายมนุษย์ จึงทำให้ทราบว่า ไวรัส SARS ที่ผ่านมา กับเชื้อในปัจจุบันมีความแตกต่างกัน ดังนั้น การก่อให้เกิดโรคจึงมีความแตกต่างกัน” นางพิไลลักษณ์ กล่าว

นอกจากนี้ นางพิไลลักษณ์ กล่าวว่า จากการศึกษาเพิ่มเติมในส่วนของการก่อโรคโควิด-19 เมื่อการถอดรหัสพันธุกรรม พบกลุ่มของเชื้อไวรัสอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม A เป็นต้นตอของการเกิดเชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาว กลุ่ม B เป็นกลุ่มที่มีการกลายพันธุ์อยู่บางส่วน ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ระบาดเมืองอู่ฮั่น ประเทศที่จีน นำไปสู่การระบาดนอกประเทศ และที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์นี้ กลุ่ม C เป็นกลุ่มที่มีการกลายพันธุ์เล็กน้อยจากกลุ่ม B โดยสายพันธุ์นี้มีการระบาดอยู่ในทวีปยุโรปและประเทศสิงคโปร์

นางพิไลลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์ที่ทั่วโลกเข้าใจตรงกัน เรียกว่า สายพันธุ์ SGV จะพบว่า ในประเทศไทยจะพบสายพันธุ์ S แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 สายพันธุ์มีความแตกต่างกันเพียง 1 ตำแหน่ง ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นการก่อโรคที่แตกต่างกัน และจากการศึกษาถอดรหัสพันธุกรรมไปแล้ว 40 ราย และจะดำเนินการให้ครบ 100 ราย เพื่อหาการกระจายตัวและดูสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงต่อไป ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสภากาชาดไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...