โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SA ติดโผ FTSE Micro Cap ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้า ตั้งเป้าปีนี้กวาดรายได้ 4.8 พันลบ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 03.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนีระดับสากล FTSE SET Index จากดัชนีฟุตซี่ (FTSE Russell) ซึ่งร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีการประกาศผลการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ชุดใหม่ที่จะใช้ในการคำนวณ ซึ่ง SA จัดอยู่ในกลุ่ม FTSE Micro Cap มีผลบังคับใช้หลังราคาปิดของวันที่ 18 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้เกณฑ์การคำนวณ และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะถูกคำนวณรวมในดัชนี FTSE SET จะต้องผ่านเกณฑ์สภาพคล่อง คือมีค่ามัธยฐาน (median) ของจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายรายวันในแต่ละเดือนต้องไม่ต่ำกว่า 0.05% ของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ใน 12 เดือนก่อนวันที่พิจารณาทบทวนรายชื่อดัชนีในแต่ละรอบ และจะต้องผ่านเกณฑ์การกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยมากกว่า 15% ขึ้นไป

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SA เปิดเผยว่า การที่หุ้น SA ได้เข้าคำนวณใน FTSE Micro Cap ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน และคาดว่าจะทำให้มีโอกาสเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักลงทุนในระดับสากลมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังชี้ให้เห็นว่าเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องที่ดีอีกด้วย ขณะเดียวกันมีนักลงทุนสถาบันต่างประเทศให้ความสนใจติดต่อขอข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ามาลงทุน

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตเป็นประวัติการณ์ พร้อมทั้งคงเป้าหมายรายได้ของปี 2564 อยู่ที่ 4,800 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้รายได้จากยอดขายอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ขณะเดียวกันมีแผนกระจายความเสี่ยงการลงทุน โดยวางแผนธุรกิจแบบผสมผสานให้มีความยืดหยุ่น เพื่อขยายฐานรายได้ประจำ (Recurring Income)  ทั้งในรูปแบบอสังหาฯ เพื่อเช่า และบริการห้องพักแบบโรงแรม ขณะเดียวกันได้พัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residence เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้พักอาศัย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าประเภทซื้ออยู่จริง และนักลงทุน

นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ภายในปีนี้ อีกจำนวน 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 11,350 ล้านบาท ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการ Landmark @ Grand Station บริเวณรามอินทรา มูลค่าโครงการ 4,000 ลบ และโครงการ คอนโดนิเมียม Blossom Condo @ Thung Song Hong ติดรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีทุ่งสองห้อง  มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท

อีกทั้งในปีนี้ทางบริษัทมีแผนเปิดโครงการหมู่บ้านแนวราบ ระดับบน อีก 2 โครงการ บริเวณ ถนนพระเทพตัดใหม่ เขตฝั่งธนบุรี มูลค่ารวมทั้ง 2 โครงการ รวมอีกประมาณ 5,350 ล้านบาท ซึ่ง ณปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 6,400 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 2,300 ล้านบาท (36%)  ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงอีก 3 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นถึงมุมมองของการขายอสังหาริมทรัพย์ผ่านช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น  ซึ่งบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโปรเจกต์ดังกล่าว คาดว่าจะสามารถเห็นความชัดเจนได้ภายในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้มั่นใจว่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงโครงการได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...