โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยวันนี้ รีบาวด์ในกรอบ 1,140-1,180 จุด เจรจาการค้าภาษี “ทรัมป์” คืบหน้า-ราคาน้ำมันขึ้นหนุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 02.27 น.

หุ้นไทยวันนี้ 4 มิ.ย. นักวิเคราะห์คาดวันนี้รีบาวด์ในกรอบ 1,140-1,180 จุด ตามตลาดหุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ เร่งให้ประเทศคู่ค้ายื่นข้อเสนอทางการค้าที่ดีที่สุดภายในวันนี้ เพื่อหารือก่อนมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้ และข่าว "ทรัมป์" อาจจะเข้าพบ "สี จิ้นผิง" ภายในสัปดาห์นี้ อีกทั้งมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่ง แต่มีโอกาสรีบาวด์ที่แนวรับ หลังจากดัชนีลงต่อเนื่อง การหลุดระดับ 1,160–1,155 ทำให้แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,145 ที่จะเป็นจุดที่ตลาดรีบาวด์ ขณะที่การฟื้นตัวมีแนวต้านที่ 1,155/1,160-1,163 ตลาดยังไม่ได้ตอบรับข่าวสหรัฐฯ ขึ้นภาษีเหล็ก–อลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% ในช่วงวันหยุด แต่ความหวังจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนภายในสัปดาห์นี้จะช่วยหนุนบรรยากาศตลาดรีบาวด์ได้

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัว Sideways โดยมี Upside จำกัดที่บริเวณ 1,200+/- จากความผันผวนที่ยังคงมีอยู่จากกังวลความไม่แน่นอนของการดำเนินมาตรการภาษีของ ปธน. ทรัมป์ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าช่วงต้น เม.ย. ที่ผ่านมาดัชนีได้ปรับลงใกล้ระดับวิกฤติ (Downside ที่ 1,032 จุด) ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้ว

ขณะที่ในประเทศคาดจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการเมืองไทยมากขึ้นเพราะเมื่อจบการพิจารณางบประมาณส่วนใหญ่มักจะมีการปรับ ครม. ตามมา ซึ่งคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามทั้งนี้เรายังคงมุมมองว่า หากดัชนีปรับตัวลงมาบริเวณ 1,155/1,120-1,100 ยังเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว กลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสรีบาวด์ หลังจากที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นในช่วงวันหยุดยาวของไทยที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เร่งให้ประเทศคู่ค้ายื่นข้อเสนอทางการค้าที่ดีที่สุดภายในวันนี้ เพื่อหารือก่อนถึงเวลามาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 ก.ค.หลังถูกระงับไปชั่วคราว ประกอบกับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน อาจจะเข้าพบกันภายในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ในขณะที่ปัจจัยลบอย่างการทบทวนดัชนี MSCI ที่ทำให้หุ้นไทยปรับตัวลงไปมากเมื่อวันศุกร์น่าจะผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว

พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,140 - 1,120 จุด และแนวต้าน 1,180 จุด

บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,125 - 1,170 ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่แนะเพิ่มพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางภาวะที่ยังไร้ปัจจัยใหม่นอกจากนี้แล้วการค้าโลกก็ยังผันผวนและไม่ชัดเจน เพิ่มแรงกดดัน Downside ต่อทิศทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามนักลงทุนระยะสั้นที่รับความเสี่ยงได้อาจเลือก Trading ในหุ้นที่ผลประกอบการยังมีแนวโน้มสดใสและโอกาสถูกปรับลดประมาณการต่ำ อาทิ เนื้อสัตว์ (CPF) ค้าปลีกที่อิงกับสินค้าจำเป็น (BJC CPALL) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) การเงิน (MTC SAWAD)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...