โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แพทย์รพ.ตำรวจให้การคดีชั้น14ทักษิณมีช่วงดีขึ้นลุกนั่งโซฟาได้

PostToday

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 06.41 น.

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2568 ศาลฎีกาเรียกไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการบังคับโทษคดีถึงที่สุดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นครั้งที่ 5 โดยมีการซักค้านพยานกลุ่มแพทย์อย่างเข้มข้น แพทย์ผู้รักษาเผยมีช่วงที่ดีขึ้นถึงขั้นนั่งโซฟาได้

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณ เปิดเผยก่อนการไต่สวนว่า วันนี้ศาลจะสืบพยานแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ 6 ปาก รวมถึงแพทย์ใหญ่ทั้งอดีตและปัจจุบัน และทีมแพทย์ผู้รักษา โดยจะมีการนำเวชระเบียนและประวัติการรักษาในต่างประเทศมาประกอบการพิจารณา ซึ่งศาลให้ความสนใจและอยากทราบรายละเอียด

สำหรับการไต่สวนในช่วงเช้า ศาลได้ไต่สวนพยานแพทย์ 3 ปาก ได้แก่ อดีตแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ, แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจคนปัจจุบัน และแพทย์ผู้ทำการรักษานายทักษิณที่เข้าเวรเที่ยงคืนวันที่ 23 ส.ค. 2566

พยานที่เป็นแพทย์ใหญ่ทั้งสองปากเบิกความว่า ห้องพักชั้น 14 มีผู้ป่วยมาพักก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงที่โรงพยาบาลกักตัวผู้ป่วยโควิด ทำให้ต้องใช้ห้องพักผู้ป่วยทุกห้อง

ส่วนพยานปากที่ 3 ซึ่งเป็น "แพทย์ผู้ทำการรักษา" เบิกความถึงอาการในช่วงแรกที่นายทักษิณเข้ารับการรักษา โดยมีการโทรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และระบุว่าระหว่างการรักษา นายทักษิณมีอาการป่วยด้วยโรคอื่นที่แพทย์แนะนำให้ผ่าตัด แต่เจ้าตัวปฏิเสธการผ่าตัด

ทั้งนี้ แพทย์ยืนยันว่าให้การรักษาตามจรรยาบรรณแพทย์ ไม่รู้ระเบียบการส่งตัวผู้ป่วยจากเรือนจำ และที่สำคัญคือ แพทย์รายนี้ยังเบิกความอีกว่า "พอรักษาไปสักพัก ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวสามารถส่งกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ และเคยเห็นนายทักษิณไปนั่งที่โซฟาภายในห้องพัก นอกจากจะนอนอยู่แค่ที่เตียง" การที่ได้เป็นแพทย์เจ้าของไข้นายทักษิณนั้น เนื่องจากเป็นแพทย์ที่รับเคสคนแรก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...