โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กระทรวงการต่างประเทศยื่นหนังสือประท้วงรัฐบาลกัมพูชา ปมคลิปเสียง

VoiceTV

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.21 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568) เวลา 12.00 น. ณ กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อกรณีที่กัมพูชาได้เปิดเผยบทสนทนาส่วนตัวระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เมื่อบ่ายวานนี้ฝ่ายไทยเห็นว่าการกระทำดังกล่าว ขัดต่อจรรยาบรรณและมารยาทพื้นฐานของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐที่ไม่อาจยอมรับได้ และถือเป็นการทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความสัมพันธ์สองประเทศ และความพยายามที่จะใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ปัญหาของทั้งสองฝ่ายตามแนวปฏิบัติสากล และการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี

ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือหัวหน้ารัฐบาลของประเทศ ที่ควรได้รับการเคารพและให้เกียรติ ตามแนวปฏิบัติสากลของการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วันนี้ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้มีหนังสือประท้วงกรณีดังกล่าว ผ่านช่องทางทางการทูต โดยได้เชิญเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มารับหนังสือดังกล่าว โดยจะมีการเปิดเผยเนื้อหาของหนังสือปรากฎต่อสาธารณชน เพื่อแจ้งว่าการกระทำของฝ่ายกัมพูชา เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ ถือว่าผิดมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ และถือเป็นการทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างร้ายแรง การดำเนินการของฝ่ายไทย ซึ่งรวมถึงการตอบโต้ดังกล่าว เป็นไปตามแนวปฏิบัติทางการทูต กระทำโดยการใช้วิจารณญาณ มีความรอบคอบ โปร่งใส มีวุฒิภาวะ ใช้สันติวิธี และดำเนินอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา และกระทรวงการต่างประเทศขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้เป็นการดำเนินการทางการทูต ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ปัญหาระหว่างประชาชนของสองประเทศ ซึ่งต่างจากกัมพูชาที่ใช้การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ โดยมุ่งหวังเพื่อเพิ่มความนิยมจากประชาชน และสร้างความแตกแยกให้กับสังคมของทั้งสองประเทศ หรือของประเทศอื่น ซึ่งแสดงถึงการไม่เคารพหลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการกระทำเช่นนี้ไม่ควรได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากประชาคมระหว่างประเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...