เปิดเหตุผลทำไมสวนน้ำ 'บูลทรีลากูน' ถึงปิด ท่ามกลางศก.-ท่องเที่ยวภูเก็ตบูมสุดขีด
เปิดเหตุผลทำไมสวนน้ำ ‘บูลทรีลากูน’ ถึงปิด ท่ามกลางศก.-ท่องเที่ยวภูเก็ตบูมสุดขีด
จากกรณีสวนน้ำ “Blue Tree Phuket” (บลูทรีภูเก็ต) แจ้งการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ รวมถึงการตัดสินใจยุติการให้บริการ Blue Tree Lagoon (บลูทรีลากูน) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป หลังเปิดบริการเมื่อปี 2562
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
– สวนน้ำบลูทรีภูเก็ต ยุติ ‘บลูทรีลากูน’ เลิกจ้างพนักงาน 70% ปรับให้บริการด้านสุขภาพแทน
สำหรับโครงการดังกล่าว ผู้พัฒนาโครงการ ทุ่มเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท เนรมิตที่ดิน 140 ไร่ พัฒนาเป็นแลนด์มาร์คใหม่แห่งการพักผ่อนและแหล่งความบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex แห่งแรกในภูเก็ต
พร้อม “บลูทรี ลากูน” มหาสมุทรสไตล์ลากูนขนาดใหญ่กว่า 17,000 ตารางเมตรเป็นไฮไลต์ ซึ่งล้อมรอบด้วยชายหาดเทียม และกิจกรรมมากมาย ทั้งสนามเด็กเล่น สลิปแอนด์ฟลาย (Slip N Fly) สไลเดอร์ยักษ์ที่น่าตื่นเต้น สแปลซโซน กิจกรรมไต่หน้าผา และที่จอดรถกว่า 500 คัน
แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เจ้าของโครงการเป็นทายาทของเจ้าของนาฬิกาปาเต๊ะ ซึ่งเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ได้เข้ามาซื้อที่ดิน 140 ไร่ ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พัฒนาโครงการ โดยมีแนวคิดจะพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ มีโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว สุดท้ายพัฒนาเป็นสวนน้ำ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย
“สาเหตุที่ปิดบริการ คาดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องของด้านเงินลงทุน หรือภาวะเศรษฐกิจ เพราะการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภูเก็ตดีมาก น่าจะเกิดจากเจ้าของไม่มีเวลามาดู มีปัญหาการบริหารงานภายใน และอาจจะต้องการเปลี่ยนมือหรือทำธุรกิจอื่น เนื่องจากปัจจุบันทำเลที่ตั้งของโครงการถือว่ามีศักยภาพ ปัจจุบันราคาที่ดินอยู่ที่ไร่ละ 30-40 ล้านบาทแล้ว ปรับเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนมากกว่า 5 เท่า ถ้าขายที่ดินก็ไม่ขาดทุน เพราะน่าจะได้เงินเป็นจำนวนมาก”แหล่งข่าวกล่าว
ส่วนจะมีการเปลี่ยนมือหรือพลิกโฉมใหม่อย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผลทำไมสวนน้ำ ‘บูลทรีลากูน’ ถึงปิด ท่ามกลางศก.-ท่องเที่ยวภูเก็ตบูมสุดขีด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th