โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วันงดสูบบุหรี่โลก’ 31 พฤษภาคม ป้องกันเด็ก-เยาวชน พ้นภัย ‘บุหรี่ไฟฟ้า’

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 พ.ค. 2567 เวลา 23.03 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2567 เวลา 23.00 น. • The Bangkok Insight

องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็น "วันงดสูบบุหรี่โลก" ในความพยายามที่จะรณรงค์ให้เห็นอันตราย และโทษของบุหรี่ ที่มีต่อสุขภาพ กระตุ้นให้สิงห์นักสูบทั้งหลายลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ และกระตุ้นให้รัฐบาลกำหนดนโยบาย หรือกฏหมายเพื่อควบคุมยาสูบ

สำหรับในปี 2567 นี้ องค์การอนามัยโลกกำหนดประเด็นการรณรงค์ในวันงดสูบบุหรี่โลกว่า "ปกป้องเด็ก และเยาวชนจากการแทรกแซงโดยบริษัทบุหรี่ หยุดโกหกได้แล้ว" ขณะที่ในไทยนั้น กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้กำหนดประเด็นรณรงค์ คือ "บุหรี่ไฟฟ้า หยุดโกหกได้แล้ว" เพื่อย้ำเตือนให้เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชนทุกเพศทุกวัย ได้ตระหนักรู้เท่าทันอันตรายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า

วันงดสูบบุหรี่โลก

ปัจจุบัน บุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้นในกลุ่มวัยเรียน เยาวชน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ ที่ดึงดูดความสนใจด้วยภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวการ์ตูน และเพิ่มรสชาติให้หลากหลาย เพื่อเย้ายวนให้ลิ้มลอง รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและการเสพติด ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่จากผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (มสบ.) ระบุว่า การแก้ปัญหาสุขภาพจากการสูบบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ต้องให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องใน 2 เรื่อง

  • การช่วยเหลือผู้ที่ติดบุหรี่อยู่แล้วให้เลิก
  • การรณรงค์ป้องกันไม่ให้เยาวชนไปเสพติดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า
วันงดสูบบุหรี่โลก

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า จากการสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey : GYTS) ปี 2565 โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ในกลุ่มนักเรียนอายุ 13-15 ปี 6,752 คน จากโรงเรียน 87 โรงทุกภูมิภาค พบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็ก และเยาวชนเพิ่มเป็น 17.6% ในปี 2565 จากเดิมอยู่ที่ 3.3% ในปี 2558 เทียบเท่ากับเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า

ที่สำคัญยังพบว่า มีผู้เริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าอายุน้อยที่สุดอยู่ที่ 7 ปี จากกลยุทธ์การตลาดของบริษัทผู้ผลิตที่มุ่งเป้าเยาวชน สร้างภาพลักษณ์ให้บุหรี่ไฟฟ้าเหมือนของเล่น มีกลิ่นหอม การปกป้องเด็กและเยาวชนให้รู้เท่าทันภัยบุหรี่ไฟฟ้าจึงเป็นสถานการณ์ที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน

วันงดสูบบุหรี่โลก

บุหรี่ไฟฟ้า อันตราย แม้ไร้ควัน

บุหรี่ไฟฟ้าใช้กลไกไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อน และไอน้ำที่ประกอบด้วยสารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดย น้ำยาในบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วย

  • นิโคติน ทำให้เสพติดการสูบ
  • โพรพิลีนไกลคอล ระคายเคืองตา ทางเดินหายใจ ทำให้ไอ ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน
  • กลีเซอรีน เมื่อผสมกับโพรพิลีนไกลคอล ยิ่งทำให้ไอ หลอดลมตีบ หอบเหนื่อย
  • สารประกอบอันตราย เช่น สารหนู โลหะหนัก ฟอร์มัลดีไฮด์ เบนซีน ซึ่งอาจก่อมะเร็ง
  • สารปรุงแต่งกลิ่น รส และอื่น ๆ บางตัวอาจทำให้ปอดอักเสบรุนแรง อาทิ วิตามินอี อะซีเตท
วันงดสูบบุหรี่โลก

นอกจากนี้ ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดเล็กกว่าบุหรี่ธรรมดา จึงถูกสูดเข้าไปในปอดได้ลึกกว่า จับเนื้อเยื่อปอด และดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็ว ยากที่ร่างกายจะขับออกมาได้หมด ทั้งยังส่งผลเสียต่อสมาธิ ความจำ การคิด วิเคราะห์ การควบคุมอารมณ์ การพัฒนาระบบประสาท และสมอง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า

การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และส่งผลต่อพัฒนาการของสมองทั้งต่อทารกในครรภ์ เด็ก และวัยรุ่น

ทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้าติดง่าย และเลิกยากกว่าการเลิกบุหรี่แบบธรรมดาเนื่องจากระดับสารนิโคตินที่สูงกว่า สามารถแต่งกลิ่น และปริมาณตามความพอใจทำให้ผู้สูบรู้สึกเพลิดเพลินกับภัยเงียบดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ จึงควรสร้างทางเลือกใหม่ให้กับสุขภาพ นั่นคือ การป้องกันดีกว่าการรักษา

วันงดสูบบุหรี่โลก

ที่มา: มูลนิธิรณรงค์ เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ASH THAILAND

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...