พายุ Milton เร่งตัวเองจากระดับ 1 เป็นระดับ 5 ภายใน 12 ชม. เป็นหนึ่งในลูกที่ทวีความรุนแรงเร็วที่สุด
‘มันเป็นไปได้อย่างไร?’ พายุเฮอริเคน Milton ทวีความรุนแรงจากระดับ 1 พุ่งไปสู่ระดับ 5 ภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง กลายเป็นหนึ่งในพายุที่ทวีความรุนแรงได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 5 ในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีความเร็วลมสูงสุดถึง 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะผ่านการเผชิญหน้ากับพายุ Helene ไปหมาด ๆ โดยสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตามผ่านไปอีกไม่กี่วัน ภูมิภาคแห่งนี้ก็ต้องเจอกับพายุโลกใหม่ที่รุนแรงไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือ มันเร่งตัวด้วยอัตราที่รวดเร็วจนไม่น่าจะเป็นไปได้
“นี่คือสิ่งที่ไม่ต่างจากปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ผมไม่มีคำพูดทางอุตุนิยมวิทยาที่จะอธิบายถึงตาพายุที่เล็กและความรุนแรงของพายุลูกนี้" Noah Bergren นักอุตุนิยมวิทยาจาก Fox 35 Orlando เขียนบนแพลตฟอร์มโซเชียล X
"พายุเฮอริเคนลูกนี้กำลังเข้าใกล้ถึงขีดจำกัดทางคณิตศาสตร์ของสิ่งที่บรรยากาศของโลกเหนือน้ำทะเลนี้สามารถสร้างได้"
พายุ Milton เริ่มต้นขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยความรุนแรงระดับ 1 ทว่ามันก็เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 4 และระดับ 5 ภายในเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมงดี จากนั้นก็ลดลงเหลือระดับ 4 ซึ่งคาดว่าจะคงระดับนี้ไว้จนกว่าจะขึ้นฝั่งที่อ่าวแทมปา จนทำให้มีคำสั่งอพยพทั่วทั้งฟลอริดาหลังจากได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคน Helene ไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่แล้ว
“พายุ Milton คือของจริง” Jane Castor นายกเทศมนตรีเมืองแทมปา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและออกคำสั่งให้ประชาชนออกจากพื้นที่โดยเร็ว “หากคุณต่อกรกับธรรมชาติ เธอจะชนะ 100% ทุกครั้ง” แต่พายุเหล่านี้ทำได้อย่างไร?
ในอดีตที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์คาดการณ์พายุจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเป็นไปได้ยาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องมีปัจจัยด้านสภาพอากาศหรือเงื่อนไขสอดคล้องกันจำนวนมาก จึงจะสามารถกระตุ้นให้พายุเปลี่ยนระดับตัวเองได้ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
“ทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน” Brian Tang นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรรยากาศจากมหาวิทยาลัยออลบานี กล่าว พร้อมเสริมว่าปัจจัยเหล่านี้ต้องพัฒนาขึ้นพร้อมกันด้วยเช่นกัน จึงจะสามารถทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
Tang ได้ยกตัวอย่างถึงพายุ Lee ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพายุเฮอริเคนขนาดใหญ่ซึ่งเคลื่อนตัวเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก พร้อมกับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอันดับสามเท่าที่เคยบันทึกกันมา
สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือพายุ Lee ถูกจับตามองด้วยระบบการวิเคราะห์และพยากรณ์พายุเฮอริเคน (HAFS) ของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) อย่างเข้มงวด โดยระบบชี้ว่าพายุลูกนี้จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นใน 24 ชั่วโมง แต่ทุกอย่างก็ผิดคาด
“ผมคิดว่าสำหรับผมและนักพยากรณ์อากาศคนอื่น ๆ ค่อนข้างชัดเจนว่าพายุเฮอริเคนลูกนี้ (พายุ Lee) จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คือ 35 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 1 วัน” Jason Dunion นักอุตุนิยมวิทยาและผู้อำนวยการโครงการภาคสนามพายุเฮอริเคนของ NOAA กล่าว “แต่มันกลับเร็วกว่านั้นมาก”
อย่างไรก็ตาม การศึกษาพายุจริง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปเก็บข้อมูลท่ามกลางพายุได้ นักวิทยาศาสตร์ทำได้เพียงแค่ตรวจสอบข้อมูลจากทุ่นหรือโดรนทางอ้อม ๆ เท่านั้น ดัวนั้นในตอนนี้พวกเขาจึงไม่สามารถบอกได้ว่า ‘อะไรคือสูตรสำเร็จสำหรับพายุ’
การบินสำรวจเหนือท้องฟ้าของตาพายุ การตรวจสอบจากอวกาศ การอ่านค่าจากดาวเทียม และการวิเคราะห์ทุ่นในมหาสมุทร พร้อมกับพัฒนาแบบจำลองสภาพอากาศจะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ระดับความุรนแรงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
“นี่เป็นพายุที่มีผลกระทบรุนแรงที่สุดที่เราเคยเผชิญมา รุนแรงกว่าเฮอริเคน Helene มาก เราจะต้องเวลาฟื้นฟูพื้นที่จาก Helene ไปอีกหลายปี และผลกระทบจากพายุลูกนี้จะทำให้ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก” Ken Welch นายกเทศมนตรีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กล่าว
ที่มา
https://www.livescience.com/…/hurricane-milton-jaw…