โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก ‘DIF’ กองทุนหมื่นล้าน โอกาสสร้าง Passive Income ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

TODAY Bizview

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2567 เวลา 10.37 น. • workpointTODAY

อยากหาช่องทางลงทุนที่มีโอกาสรับเงินปันผลได้แบบสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

การลงทุนแบบที่ว่าก็มีในตลาดหุ้น เพียงแต่นักลงทุนหลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยเท่านั้น นั่นคือการลงทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

การลงทุนที่นอกจากจะให้โอกาสรับผลตอบแทนระยะยาวจากเงินปันผลแล้ว ราคาหน่วยก็มีความผันผวนที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับหุ้นทั่วๆ ไปในตลาดหลักทรัพย์

วันนี้ TODAY Bizview เลือกกองทุนที่ไทม์มิ่งดี คือ กองทุน DIF กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลแบบระยะยาวมาให้

[ กองทุน DIF คืออะไร ]

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (Digital Telecommunications Infrastructure Fund: DIF) หรือชื่อเดิม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท หรือ ทรูไอเอฟ (True Telecommunications Growth: TRUEIF) เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมกองแรกของประเทศไทย

กองทุน DIF มีรายได้จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคม หรือเสาสัญญาณที่เราเห็นตามพื้นที่ต่างๆ และสายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable) เป็นกองทุนที่มีรายได้ค่อนข้างมั่นคง เพราะมีสัญญาเช่าระยะยาวจากผู้เช่าหลัก คือ กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน (“TRUE”) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ที่น่าสนใจคือ มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอทุกไตรมาส จากผลประกอบการของกองทุนที่มีความแข็งแกร่ง ความผันผวนไม่มาก โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564-2566) กองทุน DIF มีรายได้รวม 14,741.70 ล้านบาท 14,425.03 ล้านบาท และ 14,300.57 ล้านบาท ตามลำดับ (รายงานงบการเงิน,ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

[ โอกาสฟันกำไร 2 เด้ง ]

นอกจากปันผลที่ได้เป็นประจำทุกไตรมาสแล้ว กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานยังมีโอกาสทำกำไรจากการเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยลงทุนอีกด้วย จากที่กองทุนรวมฯ ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สำหรับราคาหน่วยลงทุนของ DIF ถือว่าทำผลงานได้ดี โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 30 ส.ค. – 30 ก.ย. 2567) ราคาปรับขึ้น 22.44% และนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ราคาหุ้นปรับขึ้นไปแล้ว 23.23% (ราคาย้อนหลัง; SETTRADE) ส่วนหนึ่งเพราะได้แรงส่งจาก ‘กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง’ ของรัฐบาล ประกอบกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนส่วนหนึ่งที่เข้ามาลงทุน ซึ่งจากการที่กองทุน DIF มีสภาพคล่องการซื้อขายสูง มีปัจจัยขับเคลื่อนเฉพาะตัว และ dividend yield สูง จึงอาจทำให้ DIF เป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ (Industry update REITs & IFFs ณ 18 ก.ย. 2567; บริษัท อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด) ทำให้นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจเข้าลงทุนในกลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองรีท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนอีกครั้ง

DIF กองทุน DIF

[ ไทม์มิ่งดีสำหรับลงทุน ]

กองทุน DIF ได้ประโยชน์จากการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า โดยมีโอกาสสร้างการเติบโตของรายได้จากการใช้เครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและบริการดิจิทัล ทั้งของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคทั่วไป

ในแง่ของราคา แม้กองทุน DIF จะปรับขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้วจากที่ Downside ลงมาค่อนข้างมาในช่วง Covid-19 ซึ่งปัจจุบันราคาก็ยังไม่ได้แพงจนเกินไป โดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) มองว่าราคาของกองทุน DIF ยังมีโอกาส Upside ได้อีกตามทิศทางของตลาดหุ้นไทย จึงเป็นไทม์มิ่งที่ดีที่จะพิจารณาเข้าลงทุนหาโอกาสรับผลตอบแทน

ประกอบกับการเข้ามาของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ที่กล่าวในข้างต้น จะช่วยสนับสนุนให้มีเม็ดเงินลงทุนกลับเข้ามาในตลาดทุนค่อนข้างสูง (ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประเมินไว้ประมาณ 1-1.5 แสนล้านบาท) และสร้างสีสันให้ตลาดหุ้นไทยได้ โดยมองว่า กองทุน DIF น่าจะเป็นหนึ่งในหมุดหมายลงทุนที่นักลงทุนเริ่มมองเป็นเป้าหมาย ถือเป็นไทม์มิ่งลงทุนที่เป็นโอกาสรอจังหวะทำกำไรจากอัตราเงินปันผลตอบแทน และราคาหน่วยลงทุนของกองทุน DIF ได้ในอนาคต

[ นักวิเคราะห์แนะนำ ‘ซื้อ’ ]

เมื่อดูบทวิเคราะห์ในตลาด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ ที่ราคาเป้าหมาย 11.50 บาทต่อหุ้น (ราคาเป้าหมายของปี 2568) โดยมองว่ากองทุน DIF ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจจาก 3 เหตุผลหลัก คือ

1. ราคาปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยคาดว่ากองทุน DIF จะจ่ายเงินปันผลปี 2567 ที่อัตราหน่วยละ 0.90 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 11.50%

2. กองทุน DIF มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากการลงทุนในทรัพย์สินประเภทเสาโทรคมนาคม หลัง TRUE และ DTAC รวมโครงข่ายเสร็จ ซึ่งน่าจะเกิดหลังปี 2569

3. ระยะยาวมีโอกาสขยายอายุสัญญากับสายใยแก้วนําแสงอีก 10 ปี จากปี 2576

ใครที่ยังไม่เคยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุน DIF ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะเข้าลงทุน ณ เวลานี้ ทั้งผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ความเสี่ยงที่ต่ำ และไทม์มิ่งที่เหมาะสม ใครสนใจก็ลองดูข้อมูลและทำความเข้าใจถึงลักษณะกองทุนก่อน สำหรับโอกาสของผลตอบแทนที่จะได้รับจากเงินปันผล จะต้องพิจารณาเพิ่มเติมจากปัจจัยรอบด้านประกอบ จะใช้แค่ผลตอบแทนที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์วัดไม่ได้ ซึ่งถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่ม ก็สามารถสอบถามตรงกับ บลจ.ไทยพาณิชย์ ได้ ส่วนอีพีหน้าจะหยิบกองทุนมาเล่าอีก อย่าลืมติดตามกัน…

กองทุนรวมนี้มีความเสี่ยงเฉพาะ และผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สอบถามข้อมูลได้ที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ 02 777 7777

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...