10 ตำนานทีวีเกมโชว์สุดฮิตในไทย ใครยังจำกันได้บ้าง
รายการเกมโชว์ในดวงใจของคุณคือรายการอะไร เกมตอบคำถามวัดความรู้ความสามารถ เกมกิจกรรมตื่นเต้นโชว์ไหวพริบ หรือจะเป็นเกมที่คุณได้เล่นไปพร้อมกับผู้เข้าแข่งขันล่ะ
ในยุครุ่งเรืองของทีวี มีรายการมากมายที่ประสบความสำเร็จจนเป็นตำนาน บางรายการก็ได้กลับมาทำใหม่หลายต่อหลายรอบ และนี่คือ 10 เกมโชว์สุดฮิตที่อยากจะชวนผู้อ่านมาย้อนวันวานไปด้วยกัน
1. พลิกล็อค : “มากกว่า หรือ น้อยกว่า อยู่ที่โชคชะตา”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2525
เกมโชว์ที่เล่นกับคอนเซ็ปต์ของการคาดเดาล้วน ๆ ว่าตัวเลขตัวถัดไปที่ออกมาจะได้ ‘มากกว่า’ หรือ ‘น้อยกว่า’ ซึ่งก็ดันถูกจริตคนไทยจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ออกอากาศครั้งแรกปี 2525 และสิ้นสุดในปี 2532 โดยมีการพัฒนารูปแบบและวิธีแข่งขันให้แปลกใหม่ เป็นระยะๆ จากพลิกล็อคธรรมดาก็เปลี่ยนเป็น ‘คู่หูพลิกล็อค’ ‘พลิกล็อคเพชร’ และ ‘พลิกล็อคเหนือเมฆ’ ตามลำดับ
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานเกมโชว์ที่มีคนจดจำได้มากมาย ใครที่เกิดทัน ต้องเคยดูอย่างแน่นอน
2. IQ 180 : ตำนานรายการเด็กคณิตคิดไว
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2525
เกมโชว์ตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในตำนานที่อยู่คู่ทีวีไทยได้นานเกือบ 20 ปี ออกอากาศครั้งแรกปี 2525 ทางช่อง 9 ช่วงเย็นวันอาทิตย์ และยุติไปในปี 2543
ในยุคแรกของรายการเป็นการถามตอบวิชาต่าง ๆ 100-200 คำถาม เหมือนเป็นการติวสอบ แต่เมื่อผ่านไป 3-4 ปีก็ถึงจุดตัน จึงเริ่มเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ของรายการมาเป็นการตั้งโจทย์คณิตศาสตร์แบบสุ่ม
โจทย์จะใช้เครื่องสุ่มตัวเลขทั้งหมด 5 ตัว แล้วให้เด็กใส่เครื่องหมายคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ทั้ง บวก ลบ คูณ หาร ถอดรูท ยกกำลัง ให้ได้คำตอบที่ตรงหรือใกล้เคียงตัวเลขที่กำหนดไว้ที่สุด ความน่าตื่นเต้นอยู่ที่เด็กในชุดนักเรียนบางคนใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างน่ามหัศจรรย์
รายการนี้ไม่ได้สร้างแค่แรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ หันมาสนใจคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนผลักดันให้เด็กบางคนก้าวไกลไปสู่ระดับโอลิมปิกวิชาการ และอีกไม่น้อยที่สามารถเข้าศึกษาต่อยังคณะที่ตัวเองคาดหวัง
3. มาตามนัด : ผู้บุกเบิกเกมโชว์ไพร์มไทม์ของไทย
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2527
รายการ ‘มาตามนัด’ ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง 5 ในปี 2527-2538 โดยมีระยะเวลาเพียง 30 นาที ทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ ในขณะที่อีกสองช่องใหญ่ออกอากาศเป็นละครหลังข่าว
รายการนี้จะแบ่งเป็นเกมการแข่งขัน 3 รูปแบบ คือตอบคำถามผ่านคอมพิวเตอร์ เกมใบ้คำ และเกมงูตกบันได และต่อมามีการซื้อลิขสิทธิ์รายการจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง ‘How Much’ มาใช้ในเกมตอบคำถามในรายการ ซึ่งก็ได้รับความนิยมจนสามารถแย่งเรตติ้งจากละครหลังข่าวของคู่แข่งได้
พิธีกรในทุกยุคทุกสมัยต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะ “เศรษฐา-ญาณี” ที่แม้ช่วงแรกจะไม่ได้รับการตอบรับจากแฟนรายการเท่าที่ควร แต่พอเวลาผ่านไป ด้วยความสามารถและอารมณ์ขันของการเป็นดารารุ่นใหญ่ทั้งคู่ก็สามารถชนะใจคนดูทั่วประเทศได้
4. ลุ้นข้ามโลก : เกมโชว์ถามตอบเรื่องท่องเที่ยวในต่างแดน
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2537
ในยุคที่การไปต่างประเทศไม่ได้ทำกันได้ง่าย ๆ เหมือนในปัจจุบัน คนที่อยากรู้เรื่องราวน่ารู้รอบโลกก็ต้องดูรายการนี้นี่เอง ‘ลุ้นข้ามโลก’ ออกอากาศระหว่างปี 2537-2543 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.00-13.00 น.
นำรายการโดยพิธีกรคู่ขวัญ แซม ยุรนันท์ – โรส วริศรา ซึ่งในแต่ละช่วงของรายการก็จะมีการพาไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ของโลก รวมทั้งมี VTR ให้เกร็ดความรู้ รวมถึงทิ้งคำถามไว้ให้ผู้เข้าแข่งขันทายกันอีกด้วย
ความสนุกของรายการนี้ก็คือการเอาสิ่งของที่ประเทศเราไม่มี มาทายกันว่ามันมีไว้ทำอะไร หรือมีเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ให้มาทายกันอีกว่า เรื่องนี้ ‘จริง’ หรือ ‘หลอก’ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ชมเลยทีเดียว
5. ฮิวโก้เกมส์ : เกมโชว์ยุค 90s ที่ร่วมเล่นสดได้จากที่บ้าน
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2539
ในปี 2539 ได้มีกระแสเกมโชว์รูปแบบที่แปลกใหม่มากสำหรับเมืองไทย นั่นคือการที่ผู้ชมสามารถเข้าร่วมได้จากที่บ้านโดยที่ใช้โทรศัพท์บ้านเป็นอุปกรณ์บังคับตัวละคร ‘ฮิวโก้’ เพื่อผจญภัยให้ผ่านด่านต่าง ๆ และเก็บสะสมคะแนนแลกรับของรางวัล โดยรางวัลใหญ่จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือว่ามีราคาสูงมากในยุคนั้น
กติกาก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่โทรเข้าไปสมัครเล่นเกม และถ้าเราได้รับคัดเลือก พอถึงเวลาที่รายการออกอากาศ ทางรายการก็จะโทรกลับมา และให้เราใช้โทรศัพท์บ้านในการบังคับตัวละคร
ความยากของการเล่นเกมนี้จึงกลับไปอยู่ที่ความดีเลย์ของเทคโนโลยี ทำให้การกะจังหวะเพื่อกระโดดหรือโยกตัวหลบค่อนข้างทำได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นทั้งหลายลดละความพยายามในการกระหน่ำโทรเข้าไปสมัครเล่นกันใหม่
แต่เมื่อเกมโชว์แบบนี้ได้รับความนิยมมาก จึงมีรายการอื่นที่คล้ายกันเกิดขึ้นมากมาย บวกกับปัญหาชุมสายล่มจากการกระหน่ำโทรเพื่อเล่นเกม ทำให้ ‘ฮิวโก้เกมส์’ ต้องยุติลงในที่สุด หลังออกอากาศได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
6. เกมโซน : ตำนานเกมแห่งการสื่อสาร
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2539
‘เกมโซน’ เป็นรายการเกมโชว์ออกอากาศทางช่อง 9 ในปี 2539-2545 โดยมีช่วงในรายการยอดฮิตคือ ‘โซนถ่ายทอดสด’ และ ‘โซนถ่ายทอดเสียง’ ที่ปัจจุบันมีการทำเป็นกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ในค่ายต่าง ๆ มากมาย
‘โซนถ่ายทอดสด’ จะเป็นการให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 คน ยืนประจำที่ และให้ผู้เข้าแข่งขันคนแรกเปิดแผ่นป้ายโจทย์ จากนั้นก็ต้องใบ้ท่าทางต่อกันทีละคน ถ้าคนสุดท้ายทายคำใบ้ถูก ทุกคนก็จะได้คะแนนไป แต่ถ้าทายผิด ก็จะถอยกลับมาให้คนถัดไปทายแทน
ส่วน ‘โซนถ่ายทอดเสียง’ ก็จะมีโจทย์เป็นเพลง แล้วให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดยืนประจำตู้เก็บเสียง ผู้เข้าแข่งขันคนแรกจะต้องอ่านเนื้อเพลงให้คนต่อไปอ่านปากและทายเนื้อ ซึ่งก็จะส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงคนสุดท้ายที่ต้องร้องเพลงออกมา
รายการ ‘เกมโซน’ ออกอากาศมาได้ราว 6 ปีกว่า ๆ ก็ต้องยุติรายการไปในปี 2545 และปรับเปลี่ยนรายการไปเป็นเกมโชว์ใหม่ที่ชื่อว่า ‘เกมสงครามเขาและเธอ’ แทน
7. Jukebox Game : “เกมโชว์เพื่อความสนุกสนาน ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และรับรางวัลด้วยเสียงเพลง”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2539
ถ้าพูดถึงเกมโชว์ที่เกี่ยวกับเพลงในช่วงยุค 90s ก็คงต้องพูดถึง ‘Jukebox Game’ เท่านั้น รายการนี้ออกอากาศทางช่อง 3 ในช่วงปี 2539-2547 และย้ายไปอยู่ช่องไอทีวีช่วงปี 2547-2548 รวมระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 9 ปี
‘Jukebox Game’ เป็นเกมโชว์ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับเพลงและดนตรีเป็นอย่างดี เพื่อที่จะพิชิตเงินรางวัลจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ฟังเพลงทายศิลปิน ท่อนที่หายไป เดาใจปรัศนี กดรหัสหาเพลงปริศนา เพื่อพิชิตแจ็กพอตหลักแสนบาท
เสน่ห์ของรายการนี้ก็อยู่ที่คนดูสามารถทายชื่อเพลง ทายชื่อศิลปิน ไปพร้อม ๆ กับผู้เข้าแข่งขันได้นี่แหละ แถมยังได้ความฮาเรียกเสียงหัวเราะจากเคมีของพิธีกรคู่อย่าง ‘ไก่ สมพล’ และ ‘ตุ๊ก ญาณี’ อีกด้วย
เรียกได้ว่าในช่วงเวลานั้น นักร้องทั่วฟ้าเมืองไทยคนไหนจะออกอัลบั้มใหม่ถึงกับต้องไปเปิดตัวที่รายการนี้ให้จงได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรายการเกมโชว์ในตำนานเลยทีเดียว
8. แฟนพันธุ์แท้ : “เป็นคำตอบที่……ถูกต้องนะคร้าบบบบบ”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2543
อีกหนึ่งรายการตำนานของช่วงปี 2543 ที่หยิบเอาความหลงใหล คลั่งไคล้ในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บุคคล สิ่งของ สถานที่ วัฒนธรรม วรรณกรรม และเหตุการณ์ เอามาวัดกันว่าในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 คนนั้น ใครกันคือสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ตัวจริงกันแน่
ลักษณะการแข่งขันของ ‘แฟนพันธุ์แท้’ ก็จะยืนพื้นอยู่บนการกดรัวปุ่มไฟเพื่อชิงสิทธิ์ในการตอบคำถามแข่งกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ และคัดออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียว
เสน่ห์ที่สำคัญของแฟนพันธุ์แท้คือการหยิบหัวข้อต่าง ๆ มานำเสนอให้ดูมีเรื่องราวที่ลึกซึ้ง มีความรู้เบื้องหลัง และมีความหมายทางจิตใจกับผู้เข้าแข่งขัน จนทำให้เรารู้ว่า ในโลกใบนี้มีคนที่หลงใหลคลั่งไคล้กับสิ่งหนึ่งได้มากขนาดนี้เลยเหรอ
ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี ‘แฟนพันธุ์แท้’ ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งเรตติ้งและกระแส มีการปรับเปลี่ยนทั้งกติกาและพิธีกร รวมถึงชื่อรายการมานับครั้งไม่ถ้วน จนต้องเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่
9. เกมเศรษฐี : “เกมโชว์ที่ทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้ใน 16 คำถาม ขึ้นอยู่กับรู้…หรือไม่รู้”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2543
‘เกมเศรษฐี’ ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง 3 ในปี 2543 และมีพิธีกรดำเนินรายการคือ ไตรภพ ลิมปพัทธ์ โดยเป็นเกมตอบคำถามต่อเนื่องเพื่อชิงรางวัลใหญ่ ซึ่งได้สร้างวลีติดปากอย่าง ‘เป็นคำตอบสุดท้าย’ ให้กับสังคมในยุคนั้น
“16 คำถาม 3 ตัวช่วย ถามใครก็ได้ ตอบได้ 2 ครั้ง เปลี่ยนคำถาม อย่าตอบผิด เกมจะจบลงทันที คุณจะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณต้องการ”
ความสนุกของรายการนี้คือการลุ้นไปกับคำถามที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ไปพร้อมกับเงินรางวัลที่จะไต่ระดับขึ้นไปตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึง 1,000,000 บาท ซึ่งยุคนั้นเรียกได้ว่าใครตอบถูกครบ 16 ข้อ ก็เตรียมได้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์วันถัดไปได้เลย
‘เกมเศรษฐี’ ดำเนินรายการมาร่วม 7 ปี ทั้งบนช่อง 3 และไอทีวี และได้มีการเปลี่ยนชื่อมาหลายต่อหลายครั้ง เช่น เกมเศรษฐีแม่ค้า เกมเศรษฐีเด็ก เกมเศรษฐีมหาชน และอื่น ๆ อีกมากมาย
10. กำจัดจุดอ่อน : “คุณคือจุดอ่อนที่สุดของทีม…เชิญค่ะ!”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2545
รายการเกมโชว์ตอบคำถามสุดจริงจังและดุเดือด สวนทางกับรายการเกมโชว์อื่น ๆ ในช่วงปี 2545 ที่จะมีความตลกขบขันเป็นพื้นฐาน
ด้วยบรรยากาศ แสง สี ที่กดดัน รวมถึงคาแรกเตอร์ของ ‘กฤษติกา คงสมพงษ์’ ที่รับบทโหด ทั้งน้ำเสียงและคำเหน็บแนมผู้เข้าแข่งขัน ทำให้ ‘กำจัดจุดอ่อน’ กลายเป็นกระแสไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
“เมื่อเกมการแข่งขันสิ้นสุดลง เงินที่สะสมมาทั้งหมดจะตกเป็นของคนที่แกร่งที่สุดเพียงผู้เดียว อีก 7 คนจะต้องกลับบ้านมือเปล่า เพราะในแต่ละรอบ พวกเขาจะถูกเพื่อนร่วมทีมกำจัดออก ในฐานะที่เขาเป็นจุดอ่อนที่สุดของทีม”
ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 คน จะต้องร่วมมือกันเป็นทีมช่วยกันตอบคำถามที่ถูกยิงออกมารัว ๆ เพื่อสะสมเงินรางวัลเป็นรอบ ๆ โดยเงินรางวัลจะสูงขึ้นถ้าตอบถูกติด ๆ กัน และจุดพีคของรายการนี้คือ การโหวต ‘จุดอ่อน’ ออกจากทีมในแต่ละรอบนั่นเอง
แต่แม้จะโด่งดังจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ไม่นานรายการนี้ก็ต้องยุติลง เนื่องจากกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการนำเสนอการแก่งแย่งชิงดีกันนั่นเอง
เรื่อง : สโรชา พรรณพิสิฐ