โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ตำนานทีวีเกมโชว์สุดฮิตในไทย ใครยังจำกันได้บ้าง

นิตยสารคิด

อัพเดต 06 ต.ค. 2567 เวลา 19.58 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2567 เวลา 19.58 น.
ten-legendary-games-cover

รายการเกมโชว์ในดวงใจของคุณคือรายการอะไร เกมตอบคำถามวัดความรู้ความสามารถ เกมกิจกรรมตื่นเต้นโชว์ไหวพริบ หรือจะเป็นเกมที่คุณได้เล่นไปพร้อมกับผู้เข้าแข่งขันล่ะ

ในยุครุ่งเรืองของทีวี มีรายการมากมายที่ประสบความสำเร็จจนเป็นตำนาน บางรายการก็ได้กลับมาทำใหม่หลายต่อหลายรอบ และนี่คือ 10 เกมโชว์สุดฮิตที่อยากจะชวนผู้อ่านมาย้อนวันวานไปด้วยกัน

1. พลิกล็อค : “มากกว่า หรือ น้อยกว่า อยู่ที่โชคชะตา”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2525
เกมโชว์ที่เล่นกับคอนเซ็ปต์ของการคาดเดาล้วน ๆ ว่าตัวเลขตัวถัดไปที่ออกมาจะได้ ‘มากกว่า’ หรือ ‘น้อยกว่า’ ซึ่งก็ดันถูกจริตคนไทยจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ออกอากาศครั้งแรกปี 2525 และสิ้นสุดในปี 2532 โดยมีการพัฒนารูปแบบและวิธีแข่งขันให้แปลกใหม่ เป็นระยะๆ จากพลิกล็อคธรรมดาก็เปลี่ยนเป็น ‘คู่หูพลิกล็อค’ ‘พลิกล็อคเพชร’ และ ‘พลิกล็อคเหนือเมฆ’ ตามลำดับ

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานเกมโชว์ที่มีคนจดจำได้มากมาย ใครที่เกิดทัน ต้องเคยดูอย่างแน่นอน

2. IQ 180 : ตำนานรายการเด็กคณิตคิดไว
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2525
เกมโชว์ตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในตำนานที่อยู่คู่ทีวีไทยได้นานเกือบ 20 ปี ออกอากาศครั้งแรกปี 2525 ทางช่อง 9 ช่วงเย็นวันอาทิตย์ และยุติไปในปี 2543

ในยุคแรกของรายการเป็นการถามตอบวิชาต่าง ๆ 100-200 คำถาม เหมือนเป็นการติวสอบ แต่เมื่อผ่านไป 3-4 ปีก็ถึงจุดตัน จึงเริ่มเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ของรายการมาเป็นการตั้งโจทย์คณิตศาสตร์แบบสุ่ม

โจทย์จะใช้เครื่องสุ่มตัวเลขทั้งหมด 5 ตัว แล้วให้เด็กใส่เครื่องหมายคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ทั้ง บวก ลบ คูณ หาร ถอดรูท ยกกำลัง ให้ได้คำตอบที่ตรงหรือใกล้เคียงตัวเลขที่กำหนดไว้ที่สุด ความน่าตื่นเต้นอยู่ที่เด็กในชุดนักเรียนบางคนใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างน่ามหัศจรรย์

รายการนี้ไม่ได้สร้างแค่แรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ หันมาสนใจคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนผลักดันให้เด็กบางคนก้าวไกลไปสู่ระดับโอลิมปิกวิชาการ และอีกไม่น้อยที่สามารถเข้าศึกษาต่อยังคณะที่ตัวเองคาดหวัง

3. มาตามนัด : ผู้บุกเบิกเกมโชว์ไพร์มไทม์ของไทย
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2527
รายการ ‘มาตามนัด’ ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง 5 ในปี 2527-2538 โดยมีระยะเวลาเพียง 30 นาที ทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ ในขณะที่อีกสองช่องใหญ่ออกอากาศเป็นละครหลังข่าว

รายการนี้จะแบ่งเป็นเกมการแข่งขัน 3 รูปแบบ คือตอบคำถามผ่านคอมพิวเตอร์ เกมใบ้คำ และเกมงูตกบันได และต่อมามีการซื้อลิขสิทธิ์รายการจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง ‘How Much’ มาใช้ในเกมตอบคำถามในรายการ ซึ่งก็ได้รับความนิยมจนสามารถแย่งเรตติ้งจากละครหลังข่าวของคู่แข่งได้

พิธีกรในทุกยุคทุกสมัยต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะ “เศรษฐา-ญาณี” ที่แม้ช่วงแรกจะไม่ได้รับการตอบรับจากแฟนรายการเท่าที่ควร แต่พอเวลาผ่านไป ด้วยความสามารถและอารมณ์ขันของการเป็นดารารุ่นใหญ่ทั้งคู่ก็สามารถชนะใจคนดูทั่วประเทศได้

4. ลุ้นข้ามโลก : เกมโชว์ถามตอบเรื่องท่องเที่ยวในต่างแดน
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2537
ในยุคที่การไปต่างประเทศไม่ได้ทำกันได้ง่าย ๆ เหมือนในปัจจุบัน คนที่อยากรู้เรื่องราวน่ารู้รอบโลกก็ต้องดูรายการนี้นี่เอง ‘ลุ้นข้ามโลก’ ออกอากาศระหว่างปี 2537-2543 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.00-13.00 น.

นำรายการโดยพิธีกรคู่ขวัญ แซม ยุรนันท์ – โรส วริศรา ซึ่งในแต่ละช่วงของรายการก็จะมีการพาไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ของโลก รวมทั้งมี VTR ให้เกร็ดความรู้ รวมถึงทิ้งคำถามไว้ให้ผู้เข้าแข่งขันทายกันอีกด้วย

ความสนุกของรายการนี้ก็คือการเอาสิ่งของที่ประเทศเราไม่มี มาทายกันว่ามันมีไว้ทำอะไร หรือมีเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ให้มาทายกันอีกว่า เรื่องนี้ ‘จริง’ หรือ ‘หลอก’ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ชมเลยทีเดียว

5. ฮิวโก้เกมส์ : เกมโชว์ยุค 90s ที่ร่วมเล่นสดได้จากที่บ้าน
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2539

ในปี 2539 ได้มีกระแสเกมโชว์รูปแบบที่แปลกใหม่มากสำหรับเมืองไทย นั่นคือการที่ผู้ชมสามารถเข้าร่วมได้จากที่บ้านโดยที่ใช้โทรศัพท์บ้านเป็นอุปกรณ์บังคับตัวละคร ‘ฮิวโก้’ เพื่อผจญภัยให้ผ่านด่านต่าง ๆ และเก็บสะสมคะแนนแลกรับของรางวัล โดยรางวัลใหญ่จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือว่ามีราคาสูงมากในยุคนั้น

กติกาก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่โทรเข้าไปสมัครเล่นเกม และถ้าเราได้รับคัดเลือก พอถึงเวลาที่รายการออกอากาศ ทางรายการก็จะโทรกลับมา และให้เราใช้โทรศัพท์บ้านในการบังคับตัวละคร

ความยากของการเล่นเกมนี้จึงกลับไปอยู่ที่ความดีเลย์ของเทคโนโลยี ทำให้การกะจังหวะเพื่อกระโดดหรือโยกตัวหลบค่อนข้างทำได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นทั้งหลายลดละความพยายามในการกระหน่ำโทรเข้าไปสมัครเล่นกันใหม่

แต่เมื่อเกมโชว์แบบนี้ได้รับความนิยมมาก จึงมีรายการอื่นที่คล้ายกันเกิดขึ้นมากมาย บวกกับปัญหาชุมสายล่มจากการกระหน่ำโทรเพื่อเล่นเกม ทำให้ ‘ฮิวโก้เกมส์’ ต้องยุติลงในที่สุด หลังออกอากาศได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

6. เกมโซน : ตำนานเกมแห่งการสื่อสาร
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2539
‘เกมโซน’ เป็นรายการเกมโชว์ออกอากาศทางช่อง 9 ในปี 2539-2545 โดยมีช่วงในรายการยอดฮิตคือ ‘โซนถ่ายทอดสด’ และ ‘โซนถ่ายทอดเสียง’ ที่ปัจจุบันมีการทำเป็นกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ในค่ายต่าง ๆ มากมาย

‘โซนถ่ายทอดสด’ จะเป็นการให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 คน ยืนประจำที่ และให้ผู้เข้าแข่งขันคนแรกเปิดแผ่นป้ายโจทย์ จากนั้นก็ต้องใบ้ท่าทางต่อกันทีละคน ถ้าคนสุดท้ายทายคำใบ้ถูก ทุกคนก็จะได้คะแนนไป แต่ถ้าทายผิด ก็จะถอยกลับมาให้คนถัดไปทายแทน

ส่วน ‘โซนถ่ายทอดเสียง’ ก็จะมีโจทย์เป็นเพลง แล้วให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดยืนประจำตู้เก็บเสียง ผู้เข้าแข่งขันคนแรกจะต้องอ่านเนื้อเพลงให้คนต่อไปอ่านปากและทายเนื้อ ซึ่งก็จะส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงคนสุดท้ายที่ต้องร้องเพลงออกมา

รายการ ‘เกมโซน’ ออกอากาศมาได้ราว 6 ปีกว่า ๆ ก็ต้องยุติรายการไปในปี 2545 และปรับเปลี่ยนรายการไปเป็นเกมโชว์ใหม่ที่ชื่อว่า ‘เกมสงครามเขาและเธอ’ แทน

7. Jukebox Game : “เกมโชว์เพื่อความสนุกสนาน ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และรับรางวัลด้วยเสียงเพลง”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2539

ถ้าพูดถึงเกมโชว์ที่เกี่ยวกับเพลงในช่วงยุค 90s ก็คงต้องพูดถึง ‘Jukebox Game’ เท่านั้น รายการนี้ออกอากาศทางช่อง 3 ในช่วงปี 2539-2547 และย้ายไปอยู่ช่องไอทีวีช่วงปี 2547-2548 รวมระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 9 ปี

‘Jukebox Game’ เป็นเกมโชว์ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับเพลงและดนตรีเป็นอย่างดี เพื่อที่จะพิชิตเงินรางวัลจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ฟังเพลงทายศิลปิน ท่อนที่หายไป เดาใจปรัศนี กดรหัสหาเพลงปริศนา เพื่อพิชิตแจ็กพอตหลักแสนบาท

เสน่ห์ของรายการนี้ก็อยู่ที่คนดูสามารถทายชื่อเพลง ทายชื่อศิลปิน ไปพร้อม ๆ กับผู้เข้าแข่งขันได้นี่แหละ แถมยังได้ความฮาเรียกเสียงหัวเราะจากเคมีของพิธีกรคู่อย่าง ‘ไก่ สมพล’ และ ‘ตุ๊ก ญาณี’ อีกด้วย

เรียกได้ว่าในช่วงเวลานั้น นักร้องทั่วฟ้าเมืองไทยคนไหนจะออกอัลบั้มใหม่ถึงกับต้องไปเปิดตัวที่รายการนี้ให้จงได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรายการเกมโชว์ในตำนานเลยทีเดียว

8. แฟนพันธุ์แท้ : “เป็นคำตอบที่……ถูกต้องนะคร้าบบบบบ”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2543
อีกหนึ่งรายการตำนานของช่วงปี 2543 ที่หยิบเอาความหลงใหล คลั่งไคล้ในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บุคคล สิ่งของ สถานที่ วัฒนธรรม วรรณกรรม และเหตุการณ์ เอามาวัดกันว่าในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 คนนั้น ใครกันคือสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ตัวจริงกันแน่

ลักษณะการแข่งขันของ ‘แฟนพันธุ์แท้’ ก็จะยืนพื้นอยู่บนการกดรัวปุ่มไฟเพื่อชิงสิทธิ์ในการตอบคำถามแข่งกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ และคัดออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียว

เสน่ห์ที่สำคัญของแฟนพันธุ์แท้คือการหยิบหัวข้อต่าง ๆ มานำเสนอให้ดูมีเรื่องราวที่ลึกซึ้ง มีความรู้เบื้องหลัง และมีความหมายทางจิตใจกับผู้เข้าแข่งขัน จนทำให้เรารู้ว่า ในโลกใบนี้มีคนที่หลงใหลคลั่งไคล้กับสิ่งหนึ่งได้มากขนาดนี้เลยเหรอ

ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี ‘แฟนพันธุ์แท้’ ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งเรตติ้งและกระแส มีการปรับเปลี่ยนทั้งกติกาและพิธีกร รวมถึงชื่อรายการมานับครั้งไม่ถ้วน จนต้องเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่

9. เกมเศรษฐี : “เกมโชว์ที่ทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้ใน 16 คำถาม ขึ้นอยู่กับรู้…หรือไม่รู้”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2543
‘เกมเศรษฐี’ ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง 3 ในปี 2543 และมีพิธีกรดำเนินรายการคือ ไตรภพ ลิมปพัทธ์ โดยเป็นเกมตอบคำถามต่อเนื่องเพื่อชิงรางวัลใหญ่ ซึ่งได้สร้างวลีติดปากอย่าง ‘เป็นคำตอบสุดท้าย’ ให้กับสังคมในยุคนั้น

“16 คำถาม 3 ตัวช่วย ถามใครก็ได้ ตอบได้ 2 ครั้ง เปลี่ยนคำถาม อย่าตอบผิด เกมจะจบลงทันที คุณจะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณต้องการ”

ความสนุกของรายการนี้คือการลุ้นไปกับคำถามที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ไปพร้อมกับเงินรางวัลที่จะไต่ระดับขึ้นไปตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึง 1,000,000 บาท ซึ่งยุคนั้นเรียกได้ว่าใครตอบถูกครบ 16 ข้อ ก็เตรียมได้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์วันถัดไปได้เลย

‘เกมเศรษฐี’ ดำเนินรายการมาร่วม 7 ปี ทั้งบนช่อง 3 และไอทีวี และได้มีการเปลี่ยนชื่อมาหลายต่อหลายครั้ง เช่น เกมเศรษฐีแม่ค้า เกมเศรษฐีเด็ก เกมเศรษฐีมหาชน และอื่น ๆ อีกมากมาย

10. กำจัดจุดอ่อน : “คุณคือจุดอ่อนที่สุดของทีม…เชิญค่ะ!”
ปีที่เริ่มออกอากาศ : 2545
รายการเกมโชว์ตอบคำถามสุดจริงจังและดุเดือด สวนทางกับรายการเกมโชว์อื่น ๆ ในช่วงปี 2545 ที่จะมีความตลกขบขันเป็นพื้นฐาน

ด้วยบรรยากาศ แสง สี ที่กดดัน รวมถึงคาแรกเตอร์ของ ‘กฤษติกา คงสมพงษ์’ ที่รับบทโหด ทั้งน้ำเสียงและคำเหน็บแนมผู้เข้าแข่งขัน ทำให้ ‘กำจัดจุดอ่อน’ กลายเป็นกระแสไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว

“เมื่อเกมการแข่งขันสิ้นสุดลง เงินที่สะสมมาทั้งหมดจะตกเป็นของคนที่แกร่งที่สุดเพียงผู้เดียว อีก 7 คนจะต้องกลับบ้านมือเปล่า เพราะในแต่ละรอบ พวกเขาจะถูกเพื่อนร่วมทีมกำจัดออก ในฐานะที่เขาเป็นจุดอ่อนที่สุดของทีม”

ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 คน จะต้องร่วมมือกันเป็นทีมช่วยกันตอบคำถามที่ถูกยิงออกมารัว ๆ เพื่อสะสมเงินรางวัลเป็นรอบ ๆ โดยเงินรางวัลจะสูงขึ้นถ้าตอบถูกติด ๆ กัน และจุดพีคของรายการนี้คือ การโหวต ‘จุดอ่อน’ ออกจากทีมในแต่ละรอบนั่นเอง

แต่แม้จะโด่งดังจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ไม่นานรายการนี้ก็ต้องยุติลง เนื่องจากกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการนำเสนอการแก่งแย่งชิงดีกันนั่นเอง

เรื่อง : สโรชา พรรณพิสิฐ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

พิรุธหรือป่วย? เช็ก 6 สัญญาณสโตรก 'BEFAST' รู้ไวช่วยทัน

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

“อาการครบ 32” มีความหมายอย่างไร? นับอะไรบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

ขนลุกเลยครับพี่แจ็ค ทาสมือใหม่โพสต์ถาม เพิ่งรับแมวมาเลี้ยง น้องชอบนั่งจ้องตอนนอนแบบนี้ ปกติไหม?

CatDumb

HONNE จัดทัวร์คอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปี พร้อมปักหมุดมาเยือนกรุงเทพฯ 25 ก.ค. นี้

THE STANDARD

สอนลูก ‘เคลียร์ความคิด’ ในวันที่อารมณ์รุนแรง

Health Addict

คณะบริหารธุรกิจ UTCC เปิดบ้านต้อนรับว่าที่นักบริหารรุ่นใหม่ โรงเรียนเทศบาลวัดป้อมแก้ว สร้างประสบการณ์การเรียนรู้จริง

Eduzones
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...